ชีวิตคนแก่มีธรรมชาติเป็นการกินบุญเก่า ชีวิตของผมก็เป็นเช่นนั้น แต่เมื่อ ๒ วันก่อน ฟังวิทยุระหว่างวิ่งออกกำลังตอนเช้า มีคนพูดถึงการมีสมบัติเจ้าคุณปู่ ทำให้ผมคิดว่าคนเราคิดถึง “กินบุญเก่า” ไม่เหมือนกัน หลายคนคิดถึง “บุญเก่า” ของคนอื่น แล้วเราได้กิน แต่ผมกำลังพูดถึงบุญเก่าที่ผมทำไว้เอง โดยที่ถ้าคิดให้ดีๆ มันเป็นทั้งบุญเก่าและกรรมเก่าผสมกันอย่างแยกกันไม่ออก
เพื่อนศิริราชรุ่น ๗๑ ที่ทำหน้าที่ networking เพื่อนรุ่นเดียวกันเข้าด้วยกัน คือจันทพงษ์ (ประกอบผล) วะสี เขียนไปบอกเพื่อนๆ โดยบอกข่าวเรื่องของเพื่อนๆ เขาเขียนถึงผมใน ๒ เรื่อง เรื่องแรกคือมีหลานปู่ ซึ่งไม่เกี่ยวกับผม นั่นฝีมือลูกชาย เรื่องที่ ๒ เกี่ยวกับบุญเก่า คือมีตำแหน่งหน้าที่มากมายหลังอายุ ๖๐
ที่จันทพงษ์เขียนนั้นมีทั้งจริงและไม่จริง ที่จริงก็คือ เมื่อได้รับแต่งตั้ง เราก็คิดว่าเป็นตำแหน่ง แต่สำหรับผมมันเป็นความรับผิดชอบ หรือเป็นภาระ ผมมองว่ายามแก่ผมมีภาระมากขึ้น แต่มองอย่างนี้ก็อาจจะผิดอีก เพราะที่ผมยอมรับก็เพราะผมสนุก ลงท้ายมันเป็นความสนุกของผม บางเรื่องก็เป็นความท้าทายมากกว่าสนุก ผมชอบที่ได้โอกาสทำสิ่งที่ท้าทายและมีคุณค่าสูงต่อสังคม ผมมองว่าผมโชคดี ที่มีคนไว้วางใจมอบงานยากๆ ให้ทำในยามชรา
นี่คือการกินบุญเก่าโดยแท้ การที่ผู้ใหญ่ในบ้านเมือง และสังคมวงกว้าง ยอมมอบงานยากๆ ให้ทำ แสดงว่าเขาไว้วางใจ เชื่อใจ เชื่อฝีมือ นี่มิใช่หรือที่เป็นบุญเก่าที่แท้จริง ที่คนเราต้องสั่งสมด้วยชีวิต
ผม AAR ใหม่ เพื่อเตือนสติตนเองว่า บุญเก่าที่ผมสั่งสมมาและมีค่าที่สุด คือทักษะในการทำงานเป็นทีม โดยเฉพาะอย่างยิ่งการทำงานโดยเปิดโอกาสให้คนอื่น คนที่เก่งกว่าเรา ฟอร์มสดและทรงพลังกว่าเรา ได้มีโอกาสทำงานแสดงฝีมือ
บุญเก่าของผม ไม่ใช่การสั่งสมฝีมือในการทำงานด้วยตนเอง แต่เป็นฝีมือในการที่จะแสดงด้วยการกระทำว่าตนเองไม่มีฝีมือ มีคนอื่นที่มีฝีมือมากกว่า ดีกว่า
วิจารณ์ พานิช
๒๑ พ.ย. ๕๑