จงใช้ปัญญาอย่างแท้จริงเถิด ป้องกันการหลงงมงาย

ความศรัทธาตามหลักกาลามสูตร

อย่างไรก็ตามพระพุทธศาสนาเองก็ยังให้ความสำคัญเรื่องศรัทธาตามหลักกาลามสูตร  ( องฺ.ติก. 20/505 )  หมายถึงการที่คนเราควรมีวิธีปฏิบัติในเรื่องที่ควรสงสัยหรือการจะเชื่ออะไรนั้น  มีอยู่ 10 ประการด้วยกันคือ

1 . อย่าพึงเชื่อด้วยการฟังตามกันมา ( มา  อนุสฺสเวน )

2 . อย่าพึงเชื่อด้วยการยึดถือสืบต่อกันมา ( มา  ปรมฺปราย )

3 . อย่าพึงเชื่อด้วยการเล่าลือ  ( มา  อิติกิราย )

4 . อย่าพึงเชื่อด้วยการอ้างอิงตำรา  ( มา  ปิกฎสมฺปทาเนน )

5 . อย่าพึงเชื่อด้วยการอ้างตามตรรกะ ( มา  ตกฺกเหตุ )

6 . อย่าพึงเชื่อด้วยการอนุมาน  ( มา  นยเหตุ )

7 . อย่าพึงเชื่อด้วยการตริตรองตามแนวเหตุผล ( มา  อาการปริวิตกฺเกน )

8 . อย่าพึงเชื่อด้วยการเข้ากันได้กับทฤษฎี ( มา  ทิฏฺฐินิชฺฌานกฺขนฺติยา )

9 . อย่าพึงเชื่อด้วยการเห็นรูปที่น่าจะเป็นไปได้  ( มา  ภพฺพรูปตาย )

10 . อย่าพึงเชื่อด้วยการนับถือว่าสมณะนี้เป็นครูของเรา ( มา  สมโณ โน  ครูติ )

 

ต่อเมื่อใด  รู้และเข้าใจด้วยตนว่า  ธรรมเหล่านั้น  เป็นอกุศล  เป็นกุศล  มีโทษ ไม่มีโทษ  เป็นต้น  แล้วจึงควรละหรือถือปฏิบัติตามนั้น

จากหลักความเชื่อทั้ง 10 ข้อดังกล่าวนี้  สะท้อนให้เห็นอย่างดีว่า  การที่คนเราจะเชื่อใครควรตริครองพิจารณาอย่างมีเหตุผลแม้แต่ครูบาอาจารย์ก็ต้องอย่าพึงเชื่ออะไรท่านง่าย ๆ จงใช้ปัญญาอย่างแท้จริงเถิด  ป้องกันการหลงงมงาย  นั้นเอง.