ความหมาย

เรื่อง       การจัดการเรียนการสอนวิชาวิทยาศาสตร์ชั้นมัธยมศึกษาปี่ที่ 4 ตามแนวคิดวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและสังคม(STS)

 

นิยามของแนวคิดวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและสังคม

ความหมายของวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และสังคม
            ก่อนที่จะทำความเข้าใจเกี่ยวกับการเรียนการสอนตามแนวคิด STS คณะผู้วิจัยขอสรุปความหมายของคำว่า วิทยาศาสตร์   เทคโนโลยี และสังคม ดังต่อไปนี้

ชำนาญ  เชาวกีรติพงศ์ ( 2535. หน้า 5 ) ได้ให้ความหมายของวิทยาศาสตร์ว่าหมายถึง  ความรู้ที่แสดงหรือพิสูจน์ได้ว่าถูกต้องเป็นความจริง  จัดไว้เป็นหมวดหมู่  มีระเบียบและขั้นตอน  สรุปได้เป็นกฎเกณฑ์สากล  เป็นความรู้ที่ได้มาโดยวิธีการที่เริ่มต้นด้วยการสังเกตและ/หรือ  การจัดที่เป็นระเบียบมีขั้นตอน  และปราศจากอคติ  ซึ่งสอดคล้องกับการให้ความหมายของ  The Columbia Encyclopedia ( อ้างถึงใน  สมจิต  สวธนไพบูลย์ 2535 หน้า 93 ) ซึ่งอธิบายว่า  วิทยาศาสตร์เป็นการรวบรวมความรู้อย่างมีระบบ  ความรู้ที่ได้รวบรวมไว้นี้เป็นความรู้เกี่ยวกับปรากฏการณ์ธรรมชาติ  ความเจริญก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์ที่เกิดขึ้นนั้น  มิได้หมายถึงเฉพาะการรวบรวมข้อเท็จจริงเพียงสภาพพลวัต  หรือมีการเปลี่ยนแปลงตามกาลเวลาตามสภาพการกระตุ้นจากภายในหรือจากสภาพภายนอก  ความรู้ทางวิทยาศาสตร์เกิดจากการสังเกตธรรมชาติและการวิเคราะห์วิจัย วิทยาศาสตร์จึงเป็นสากลเพราะเป็นปรากฏการณ์ทางธรรมชาติต่างๆที่เกิดขึ้นด้วยหลักการเดียวกัน  วิทยาศาสตร์จึงไม่ถูกจำกัดด้วยเวลาสถานที่  และวัฒนธรรม

 ปิยวรรณ  แสงสว่าง (2540.หน้า1) ให้ความหมายของวิทยาอยู่สองนัย คือ
            นัยที่หนึ่ง  วิทยาศาสตร์ หมายถึง  กระบวนการคิดหาเหตุหลอยางเป็นระบบที่น่าเชื่อถือได้
            นัยที่สอง  วิทยาศาสตร์  หมายถึง  องค์ความรู้อันที่เกี่ยวกับกฎเกณฑ์และความจริงที่มนุษย์ค้นพบโดยอาศัยกระบวนการทางวิทยาศาสตร์และนำมาประมวลไว้เป็นหมวดหมู่เพื่อให้คนรุ่นต่อไปได้ศึกษาหรือนำไปใช้ประโยชน์
            สิปปนนท์  เกตุทัต (2541.หน้า 2)     วิทยาศาสตร์ คือ การบรรยายถึงความสัมพันธ์ระหว่างส่วนต่างๆในธรรมชาติ  ทั้งในสภาพนิ่ง  และสภาพพลวัต  หรือการเปลี่ยนแปลงตามกาลเวลา และตามสภาพกระตุ้นทั้งจากใน  หรือจากสภาพภายนอก  ความรู้ทางวิทยาศาสตร์  เกิดจากการสังเกตธรรมชาติ  และ การวิเคราะห์วิจัยวิทยาศาสตร์  จึงมีความเป็นสากล  เพราะปรากฏการณ์ธรรมชาติต่างๆ ที่เกิดขึ้นด้วยหลักเดียวกัน  วิทยาศาสตร์จึงไม่ถูกจำกัดด้วยเวลา  สถานที่และวัฒนธรรม

       คณะกรรมการการบริหารวิชาบูรณาการ  มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ (2545.หน้า 33) ให้ความหมายของวิชาวิทยาศาสตร์ไว้ว่า วิทยาศาสตร์ คือ  วิชาที่ศึกษาความรู้เกี่ยวกับธรรมชาติทั้งที่มีชีวิตและไม่มีชีวิต  โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อแสวงหาความรู้อย่างเป็นระบบจากการสังเกต  ตั้งสมมติฐาน  พิสูจน์สมมติฐาน  ด้วยกระบวนการทางวิทยาศาสตร์  ความรู้หรือข้อเท็จจริงที่ได้นั้น ๆ สามารถนำมา  ตั้งเป็นทฤษฎีได้ 

ผดุงยศ ดวงมาลา (2523 : 1)กล่าวว่า ถ้าจะให้นิยามความหมายของวิทยาศาสตร์ว่า "ความรู้" ตามความหมายที่แปลมาจากภาษาลาติน ดูเหมือนว่าจะมีความหมายที่สั้นและแคบจนเกินไป เพราะธรรมชาติหรือแก่นสารที่แท้จริงของวิทยาศาสตร์นั้นไม่ได้หมายถึงความรู้เนื้อหาวิทยาศาสตร์แต่เพียงอย่างเดียว แต่หมายถึงวิธีการทางวิทยาศาสตร์และเจตคติทางวิทยาศาสตร์ด้วย ซึ่งหมายความว่าในการเรียนวิทยาศาสตร์นั้นผู้เรียนจะต้องได้ทั้งตัวความรู้วิทยาศาสตร์ วิธีการ และเจตคติวิทยาศาสตร์ไปพร้อม ๆ กัน

พัชราภรณ์ พสุวัต (2522 : 3) อธิบายว่า วิทยาศาสตร์ คือ วิชาที่มีเนื้อหาสาระซึ่งเป็นเรื่องราวของสิ่งแวดล้อม ปรากฎการณ์ธรรมชาติ ซึ่งมนุษย์ได้รวบรวมความจริง (facts) เหล่านั้นเพื่อนำมาประมวลเป็นความรู้ (knowledge) และตั้งเป็นกฎเกณฑ์ (principles) ขึ้น

มังกร ทองสุขดี (...หน้า 1-2) กล่าวว่า วิทยาศาสตร์ หมายถึง ความรู้เกี่ยวกับธรรมชาติที่อยู่รอบ ๆ ตัวเรา ซึ่งมนุษย์ได้ศึกษาค้นคว้าสะสมมาตั้งแต่อดีตจนกระทั่งถึงปัจจุบัน และจะศึกษาต่อไปในอนาคตอย่างไม่รู้จักจบสิ้น มนุษย์ได้พยายามศึกษาเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมว่า
1.  สิ่งต่าง ๆ มีความเป็นมาอย่างไร
2.  สิ่งเหล่านั้นมีความสัมพันธ์ต่อกันอย่างไรบ้าง
3.  พัฒนาการของสิ่งเหล่านั้นมีระเบียบแบบแผน หรือมีหลักเกณฑ์อย่างไร และ
     จะบังเกิดขึ้นในอนาคตอย่างไร
4. มนุษย์จะนำความรู้ทั้งหลายมาใช้ให้เกิดประโยชน์ได้อย่างไรบ้าง

             ยิ่งกว่านั้นวิทยาศาสตร์ยังเป็นความรู้เกี่ยวกับข้อเท็จจริงที่ทดสอบได้เป็นความรู้ที่มี       ขอบเขต มีระเบียบ กฎเกณฑ์ เป็นความรู้ที่มีรากฐาน มาจาการสังกต การจดบันทึก การตั้งสมมุติฐาน โดยใช้หลักฐานทางปรัชญา และตรรกศาสตร์ แล้วพยายามวัดหรือหาค่าออกมาทั้งในด้านคุณค่า (นามธรรม) และปริมาณ (รูปธรรม) ถ้าจะเปรียบวิทยาศาสตร์เสมือนต้นไม้ใหญ่แล้วรากแก้วที่สำคัญ 3 ราก คือ วิชาปรัชญา ตรรกศาสตร์ และคณิตศาสตร์

พร้อมกันนี้

สุวัฒก์ นิยมค้า (2531  หน้า 105-107)ได้รวบรวมทัศนะต่าง ๆ ที่เกี่ยวกับความหมายของวิทยาศาสตร์ จากนักวิทยาศาสตร์และนักการศึกษาทางวิทยาศาสตร์ ไว้ดังนี้คือ

1.       แนช (Nash) นักเคมีกล่าวว่า วิทยาศาสตร์เป็นวิถีทางอย่างหนึ่งของการเข้าไปสำรวจโลก ซึ่งถือเป็นการมองวิทยาศาสตร์ในฐานะกระบวนการ

2.       วิกเนอร (Wigner) นักฟิสิกส์กล่าวว่า วิทยาศาสตร์ คือ ความรู้ของ ปรากฎการณ์ธรรมชาติที่ได้สะสมไว้ ซึ่งถือเป็นการมองวิทยาศาสตร์ในฐานะตัวความรู้

3.       บูเบ (Bube) นักฟิสิกส์ กล่าวว่า วิทยาศาสตร์คือ ความรู้ของโลกธรรมชาติซึ่งได้มาโดยผ่านการปะทะสังสรรค์กับประสาทสัมผัส ซึ่งถือเป็นการมองวิทยาศาสตร์ในฐานะตัวความรู้กับกระบวนการ โดยเน้นว่า กระบวนการที่ขาดไม่ได้ คือ การสังเกต

4.       ฟิชเชอร์ (Fischer) คณบดีคณะวิทยาศาสตร์ธรรมชาติและคณิตศาสตร์ วิทยาลัยแห่งรัฐแคลิฟอเนีย กล่าวว่า วิทยาศาสตร์คือ องค์ของความรู้ ซึ่งได้มาโดยวิธีการวิทยาศาสตร์ โดยอาศัยการสังเกตเป็นพื้นฐาน

5.       สแตฟฟอร์ด และคณะ (Stafford and others) นักการศึกษาทางวิทยาศาสตร์ ได้ให้ความหมายของวิทยาศาสตร์ไว้ 6 ประการ ดังนี้ คือ
5.1 วิทยาศาสตร์ เกี่ยวข้องกับการมีประสบการณ์ตรงกับปรากฎการณ์ของธรรมชาติ (วัตถุและเหตุการณ์ที่แวดล้อมเราอยู่) แล้วมีการรวบรวมรายละเอียดปลีกย่อยเกี่ยวกับวัตถุและเหตุการณ์นั้น ๆ
5.2 วิทยาศาสตร์เกี่ยวข้องกับการจัดกระทำข้อมูลและการตีความหมายข้อมูลที่ได้
5.3 วิทยาศาสตร์มีธรรมชาติเป็นคู่แฝด ด้านหนึ่งนั้นเป็นการสะสมความรู้ที่ได้ผ่านการทดลองแล้ว และอีกด้านหนึ่งจะเป็นวิธีการค้นหาความรู้
5.4 วิทยาศาสตร์มีธรรมชาติที่ท้าทายความอยากรู้อยากเห็นของมนุษย์
5.5 วิทยาศาสตร์เกี่ยวข้องกับความพยายาม ที่จะอธิบายปรากฎการณ์ที่เกิดขึ้น หรืออธิบายกฎเกณฑ์ที่ได้จากปรากฎการณ์นั้น รวมทั้งการขยายความรู้ให้กว้างออกไปเลยจากประสบการณ์ที่ได้รับ
5.6 ความรู้วิทยาศาสตร์ที่ได้รับเพิ่มนั้น มีลักษณะสืบต่อจากความรู้เก่าที่มีคนค้นพบไว้แล้ว นักวิทยาศาสตร์คนใหม่ จะอาศัยความรู้และความคิดของนักวิทยาศาสตร์คนก่อน ๆ เป็นบันไดก้าวไปหาความรู้ใหม่ต่อไป

นอกจากนี้ตามพจนานุกรมฉบับ ราชบัณฑิตสถาน พ.ศ. 2525 ได้ให้ความหมายว่า  วิทยาศาสตร์คือ ความรู้ที่ได้จากการสังเกต  ค้นคว้าจากการประจักษ์ตามธรรมชาติแล้วจัดเข้าเป็นระเบียบหรือเป็นวิชาที่ค้นคว้าได้หลักฐานและเหตุผลแล้วจัดเข้าเป็นระเบียบ

จากความหมายเหล่านี้อาจสรุปใหม่ได้ว่า

วิทยาศาสตร์ คือองค์ความรู้ที่ผ่านกระบวนการสืบค้นตรวจสอบอย่างเป็นระบบ องค์ความรู้ของธรรมชาติและวิธีการทางวิทยาศาสตร์  ที่ใช้ในการสืบเสาะหาความรู้  ซึ่งองค์ความรู้นั้นสามารถเปลี่ยนแปลงได้  ถ้ามีการค้นพบหลักฐานหรือเหตุผลที่เหมาะสมกว่า