ในจำนวนพลโลกประมาณ 3 - 4 พันล้านคนเวลานี้ มีกี่คนที่ทำอุปการะแก่ลูกด้วยน้ำใจอันงาม ด้วยความรักและปรารถนาให้ลูกเป็นสุข

ที่มาของรูปภาพ: http://www.bloggang.com/viewdiary.php?id=nahm&month=06-2007&date=28&group=1&gblog=347

พัฒนาอายุจิตให้เจริญขึ้น สิ่งที่เป็นเครื่องพัฒนาจิตที่ท่านอาจารย์วศิน อินทสระได้กล่าวไว้ ณ ที่นี้ก็คือ "ธรรม" นั่นเอง และความกตัญญูกตเวทีก็เป็นจริยธรรมที่สำคัญอย่างหนึ่ง ที่ควรปลูกฝังให้มีขึ้นในใจของทุกคน อาจารย์วศินได้กล่าวไว้ว่า อายุของคนเรานั้นมี 2 อย่าง คือ "อายุกาย" กับ "อายุจิต" มีบางคนที่อายุทางกายแก่ไปตามกาลเวลา แต่อายุจิตมิได้เจริญขึ้น ยังคงเป็นผู้เยาว์ในเรื่องอายุจิตอยู่นั่นเอง ดังนั้นจึงขอมอบบทความเรื่องนี้ให้เป็นวิตามินบำรุงจิต เพื่อการก้าวพ้นวิกฤตและปัญหาชีวิตได้อย่างสง่าผ่าเผย

 

ความกตัญญูกตเวที คือการรู้คุณคนและตอบแทนคุณคน เป็นจริยธรรมที่สำคัญอย่างหนึ่ง ซึ่งควรปลูกฝังให้มีขึ้นในใจของทุกคน

 ตัวลูกเองก็เหมือนกัน ต้องพยายามจดจำความดีของผู้อื่นที่เขามีน้ำใจทำให้ลูก แต่อย่ารีบร้อนตอบแทนเร็วเกินไป เพราะการรีบตอบแทนเป็นการอกตัญญูอย่างหนึ่ง หมายความว่า รีบตอบแทนให้เสร็จ ๆ ไป จะได้ไม่ต้องมีอะไรกันอีก ไม่ต้องมีเยื่อใยต่อกัน

 

การตอบแทนบุญคุณคนเป็นสิ่งต้องทำ แต่ต้องทำตามโอกาสอันควร โอกาสย่อมมีอยู่เสมอสำหรับผู้แสวงหาโอกาส และไม่ละเลยโอกาสที่มาถึงในการทำความดี

 

พระพุทธเจ้าตรัสไว้ว่า บุคคล 2 จำพวกหาได้ยากคือ

1. บุพการี ผู้ทำอุปการะให้ก่อน คือทำความดีให้ด้วยใจ เมตตากรุณา หวังความสุขต่อเรา

2. กตัญญูกตเวที ผู้รู้อุปการะที่ท่านทำให้และตอบแทน

ที่ว่าหาได้ยากนั้นเพราะมีน้อย ลูกลองคิดดูว่า ในจำนวนพลโลกประมาณ 3 - 4 พันล้านคนเวลานี้ มีกี่คนที่ทำอุปการะแก่ลูกด้วยน้ำใจอันงาม ด้วยความรักและปรารถนาให้ลูกเป็นสุข ยิ่งคนกตัญญูกตเวทียิ่งหาได้ยากขึ้นไปอีก ในร้อยคนพันคน จะเจอสักคนหนึ่งกระมัง

ลูกหลานส่วนมากก็จ้องแต่จะแสดงความกตัญญูกตเวทีต่อพ่อ แม่ ปู่ ย่า ตา ยาย ที่มีทรัพย์สมบัติและชื่อเสียง ยศศักดิ์ บางทีเขาอาจกตัญญูต่อทรัพย์สินของท่านดอกกระมัง ส่วนพ่อแม่ ปู่ ย่า ตา ยาย ที่ไร้ทรัพย์สิน ไม่ค่อยมีลูกหลานคนใดเอาใจใส่เหลียวแล คงปล่อยให้ลำบากยากเข็ญไปตลอดชีวิต พอเจ็บป่วย กินอะไรไม่ได้แล้ว ก็เอาของไปให้กันอย่างล้นหลาม พอตายก็เศร้าโศกเสียใจ คร่ำครวญรำพัน อย่างนี้ไม่ถูกต้อง

ลูกต้องมองดูธรรมชาติให้ดีแล้วเอาอย่างธรรมชาติ เช่นที่ดินซึ่งแตกระแหง เมื่อเราหยดน้ำลงไปมันดูดซึมเอาไว้หมด เพราะมันกำลังขาดแคลนและต้องการน้ำอย่างยิ่ง แต่ถ้าลูกเอาน้ำสักถังหนึ่งเทลงในแม่น้ำเจ้าพระยา จะมีความหมายอะไร

ลูกจะทำความดีอะไรขอให้ทำด้วยความบริสุทธิ์ใจ และด้วยเหตุผลบริสุทธิ์ ก็จะได้รับประโยชน์และได้รับผลอย่างบริสุทธิ์เช่นเดียวกัน

ความไม่กตัญญูนั้นเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นได้เองในสันดานของคน เปรียบเหมือนต้นหญ้าซึ่งมีอยู่ดกดื่น ถอนทิ้งแล้วก็ขึ้นอีก ไม่ปรารถนาให้ขึ้นก็ขึ้น แต่ความกตัญญูกตเวทีนั้นเปรียบเหมือนดอกกุหลาบ ต้องทะนุบำรุงรดน้ำพรวนดิน ระวังรักษาจึงจะขึ้นสวยงามได้ ฉันใดก็ฉันนั้น

เพราะฉะนั้น เรื่องความกตัญญูจึงเป็นสิ่งที่จะต้องสอนกันให้รู้ ด้วยการชี้โทษของความอกตัญญูและชี้คุณของความกตัญญู ปลูกฝังโดยวิธีทำตัวอย่างให้ดูในเรื่องของความกตัญญูกตเวที เมื่อเป็นดังนี้ คนถ้าไม่ใจหินจริง ๆ ก็ย่อมสามารถเพาะความกตัญญูกตเวทีให้เกิดขึ้นในใจได้

ด้วยความรักและปรารถนาดีจะให้เป็นสุข

พ่อ

ที่มา: วศิน อินทสระ, 2548. อาภรณ์ประดับใจ. พิมพ์ครั้งที่ 7. กรุงเทพฯ: คนรู้ใจสำนักพิมพ์. หน้า 124 - 127.

--------------------------------------------------------------------------------

 คติธรรมและคำคม

โอกาสย่อมมีอยู่เสมอสำหรับผู้แสวงหาโอกาส และไม่ละเลยโอกาสที่มาถึงในการทำความดี

--------------------------------------------------------------------------------

กิตติกรรมประกาศ

ขอขอบพระคุณท่านดร.พิศิษฐ์ วรอุไร โครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืช ฯ อันเนื่องมาจากพระราชดำริ ฯ พระราชวังสวนจิตรลดา ที่ได้มอบหนังสือดี ๆ เช่นนี้ให้กับ ดร.อนงคณ์ หัมพานนท์ และได้นำมาเผยแพร่แนวคิดต่าง ๆ เพื่อเป็นวิทยาทานให้แก่ผู้ที่เป็นลูกทุกคน