ครั้งแรกที่ได้ยินชื่อนี้ " บ้านเปรมสุข "   โดยได้ยินมาจากคำบอกเล่าของ  อาจารย์ราเชนทร์   ( นายราเชนทร์ กาบคำ ผู้ช่วยผู้อำนวยการวิทยาลัยสารพัดช่างน่าน ) ชาวอำเภอเวียงสา   เล่าว่า  มีพิธีเปิดป้าย เปิดโครงการไปร่วมไม่ได้  เพราะพี่ไม่สบายแล้วยังต้องทำงานในวันที่ 10 ธันวาคม 2548  ซึ่งตรงกับวันงานพิธีเปิดที่บ้านเปรมสุข  กำหนดพิธีมีนายปริญญา  ปานทอง  ผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน เป็นประธานพิธี ได้ ดต.กำจัด  จาวรรณ  เป็นพิธีกรแทน 

ต่อมาวันเปิดทำการราชการ  วันอังคาร ที่ 13 ธันวาคม 2548  เราแวะไปเยี่ยมอาจารย์ราเชนทร์ฯ  ที่วิทยาลัยสารพัดช่างน่าน  เพราะทราบว่า  อาจารย์ราเชนทร์ป่วยเป็นไข้หวัดกำเริบมาก   เห็นนอนอยู่มีของเยี่ยมจากบ้านเปรมสุข  และขนมบนโต๊ะ ได้ร่วมรับประทานของเยี่ยมรองท้องและสนทนาเพื่อทำความรู้จักกับโครงการบ้านเปรมสุข  

คืนวันเดียวกันเรามีโอกาสเดินทางไปธุระที่บ้านน้ำปั้ว   เมื่อเสร็จธุระแล้วก่อน 2 ทุ่มเดินทางไปบ้านสถาน ใช้เส้นทางหลังถนนยันตรกิจโกศล  เลี้ยวซ้ายผ่านหน้าวัดสถาน  ไม่เห็นป้ายเมื่อผ่านวัดไปเลยเลี้ยวขวามุ่งหน้าไปทางบ้านดอนแทน   และเลี้ยวซ้ายก่อนถึงป้ายบ้านหนอง  ขับรถยนต์ไปถึงบริเวณสามแยก  เห็นวัยรุ่นอยู่กว่า 5 คน ใช้โทร.และรอใช้  ลงรถยนต์ไปสอบถามได้ความว่า  การไปถึงบ้านเปรมสุขต้องขับรถยนต์ย้อน  หากตรงไปตามทางด้านหน้าน้อง ๆ บอกว่าเกรงเราจะหลง  เนื่องจากว่าไม่มีป้ายบอกทาง  ความจริงบ้านเปรมสุขอยู่ตรงข้ามจุดที่เราสอบถาม   ซึ่งหากพายเรือข้ามหนองน้ำ  ( เดิมเป็นลำน้ำน่านที่เปลี่ยนเส้นทาง  กลายเป็นหนองน้ำที่ทาง ราชการ รพช.ทำการขุดลอกเก็บน้ำไว้ใช้เพื่อสาธารณะ )

คืนวันนั้นไม่พบใคร  ค่อนข้างผิดหวังในใจ  เพราะหวังว่าเมื่อเสร็จงานแล้ว  วาดภาพว่าโครงการใหญ่ถึงมีชาวญี่ปุ่นให้เงินมาสร้าง  และยังมีผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน  นายอำเภอเวียงสา  ผู้อำนวยการสถานศึกษา ผู้อาวุโสจากหลายภาคส่วนมาร่วมงานพิธีเปิด  บ้านเปรมสุขคงจะมีคนอยู่จำนวนมาก  ในคืนนั้นเราคงจะได้พบหน้าหลายต่อหลายคน  จะได้ถือโอกาสสนทนาเยี่ยมเยือน  ตามที่อาจารย์ราเชนทร์  บอกไว้ว่าผ่านไปทางเวียงสาขอให้เราช่วยแวะเยือนบ้านเปรมสุขด้วย   เพราะเป็นที่ปรึกษาโครงการ  กลายเป็นว่าคืนนั้นมืดสนิทเราพบความมืด  ความว่างเปล่า  เราก็ไม่กล้าบอกต่อใครได้แต่คิดในใจว่า  โอกาสหน้ามาเวียงสาจะมาเยือนใหม่  สรุปว่า  คืนนั้นไม่เหมือนที่เราคิด  ที่เราหวัง

ไปบ้านเปรมสุขครั้งที่ 2  เมื่อวันพฤหัสฯ ที่ 15 ธันวาคม 2548  เราชวนแปะไปลองรถยนต์  เนื่องจากวันที่ 16 ธันวาคม ต้องใช้รถยนต์เดินทางไปต่างจังหวัด  คราวนี้  ไปแวะบ้านเปรมสุขตอนเย็น  ราวบ่าย 3 โมง พบกับพี่รี (ชุลีฯ)  เป็นพี่สาวคนโตในครอบครัว  มีน้องสาวชื่อราวัลย์  บุญธรรม  เป็นภรรยาพี่จุน  ( พี่ชายของป็อด เพื่อนเราสมัยเด็ก ๆ ) พี่รี  เล่าให้ฟังถึงความตั้งใจของครอบครัว  ที่มามีส่วนร่วมในการดำเนินการเป็นบ้านเปรมสุข   ก่อนหน้านั้นหลายปีทางครอบครัวมีส่วนในการช่วยเหลือพี่น้องชาวน่านบนดอยในหลาย ๆ ด้าน และยังมีส่วนประสานจัดทำโครงการจัดสร้างอาคารเรียนให้แก่ รร.บ้านน้ำลักใต้   และ รร.บ่านเกวต จ.น่าน เราและแปะยังได้พบสนทนากับพี่จุน  สามีคุณราวัลย์  ถือว่าเป็นโอกาสดีที่เก็บเกี่ยวความรู้ในการเยือนคราวนี้ได้มากพอสมควร  ด้วยเหตุที่ระยะเวลาค่อนข้างจำกัด  จึงต้องรีบเดินทางกลับน่าน 

ครั้งที่ 3 เมื่อวันที่ 20 ธันวาคม 2548  เราและแป๊ะไป อ.เวียงสา    เราถือโอกาสแวะบ้านเปรมสุข  อีกเพราะคราวนี้ตั้งใจว่า  จะใช้เวลาที่บ้านเปรมสุขให้นานหน่อย ห้วงเวลา 14-15 น.โดยประมาณ  ระยะเวลากว่า 1 ชั่วโมง  เราและแปะเดินทางไปรอบ ๆ  ทักทายสวัสดี  พี่รี และไปทักทายพี่จุน  ส่วนผู้ชายอีกท่านไม่ทราบ  เดินไปอาคารที่อยู่ด้านหลัง  จำนวน 2 อาคารกำลังทำการก่อสร้าง  พบสล่าที่ นึก บ้านครกคำที่ลูกชายเสียชีวิต  และสนทนากับอดีตครูที่คุมงานก่อสร้างอาคาร ว่า ที่มาที่ไปแล้วได้รับการชักชวนจากคุณราวัลย์  ให้เข้ามารับผิดชอบงานก่อสร้างบ้านเปรมสุข และอาคารต่อเนื่องที่เห็นอีก  สนทนาอยู่ไม่นานก่อนกลับมาสนทนาพี่รี และผู้ชายที่ไม่ทราบชื่อ อยู่ครู่ใหญ่ ได้เวลาที่เหมาะสนจึงเดินทางกลับ  การไปครั้งที่ 3  ยิ่งได้ความรู้เพิ่มขึ้น และเห็นถึงความตั้งใจ  ทิศทางการพัฒนาที่ยั่งยืนของบ้านเปรมสุข

ครั้งที่ 4 วันที่ 21 ธันวาคม 2548  แวะไปหาอาจารย์ราเชนทร์ที่บ้านพักใกล้ๆ กัน  ได้นำของฝากจากแม่สอด ให้จำนวน 1 ชิ้น  ไม่ได้พูดเรื่องการไปเยือนบ้านเปรมสุขให้ฟัง  เพราะเรารีบนำรถยนต์ไปส่งภรรยา  และราว ๆ 9 น.วันเดียวกันได้โทร.ไปที่หมายเลข 054-710220 สำนักงานพัฒนาสังคม จ.น่าน สนทนากับคุณเทวฤทธิ์ฯ  หัวหน้าฝ่ายสวัสดิการสังคมฯ  จึงเล่าเรื่องการไปพบไปรู้จักและเห็นเป็นการดำเนินการที่ดี  เพื่อสวัสดิการสังคมของบ้านเปรมสุข

ครั้งที่ 5 ไปไม่พบใครเพราะเป็นเวลาเย็นคนทำงานกลับบ้านกันหมดปลายเดือน มี.ค.2549

ครั้งที่ 6 ล่าสุด วันที่ 5 เมษายน 2549 แวะไปอีก  คราวนี้ได้พบ เด็ก ๆ ในโครงการ 24 คน มาจาก บ้านเกวต บ้านน้ำลักใต้ บ้านสันเจริญ บ้านป่ากลาง บ้านน้ำแก่น เป็นเด็ก "คนเมือง คนม้ง คนเมี่ยน คนลั๊ว" เด็กเหล่านี้ค่อนข้างด้อยโอกาส ( โครงการรับเพียง 24 คน ไม่เน้นปริมาณเพราะต้องการมีส่วนร่วมสร้างคุณค่า คุณภาพแก่ชีวิตให้แก่เด็กอย่างเต็มที่ ) เด็ก ๆ ในโครงการมีภาษาวัฒนธรรมที่แตกต่างกัน :  การได้พบกับคุณราวัลย์  พร้อมกับพี่สาวอีก 2 คนชื่อ คุณชุลี (เคยพบมาก่อนหน้าแล้ว) และคุณไรพร  ได้พูดคุยกันต่อหน้าเด็ก ๆ ซาบซึ้งใจจริงในความปรารถนาดี :  คุณราวัลย์ฯ เล่าว่า เคยทำงานอยู่ที่สถานฑูตไทย ในประเทศญี่ปุ่น พอมีประสบการณ์ต่างแดนแล้วเมื่อกลับน่าน ก่อนหน้าได้ช่วยประสานกับทางคนคุ้นเคยใจบุญทางญี่ปุ่น มาช่วยสร้างอาคารเรียน ที่ รร.บ้านน้ำลักใต้ ในปีแรก  และปีที่มาสร้างอีกที่ รร.บ้านเกวต แล้วล่าสุดมาดำเนินการสร้างเป็นโครงการบ้านเปรมสุข ที่เพิ่งมีพิธีเปิดแล้วเริ่มดำเนินขับเคลื่อนโครงการ ปีการศึกษา 2549 ที่จะมาถึงนี้@