ผมมีครูมาสอนผมเรื่องการดำรงชีวิตอยู่เสมอ เมื่อเร็วๆ นี้ก็มีครูมาสอนผมว่า อย่าถืออุปสรรคเป็นอารมณ์ ให้ถือความท้าทาย และโอกาส เป็นอารมณ์ โดยที่ท่านเหล่านั้นมาสอนผมแบบไม่สอน เพราะเขามาขอความช่วยเหลือ
คำสนทนาโต้ตอบ ทำให้ผมนึกขึ้นได้ว่า มิตรกลุ่มนั้นของผมมอง สภาพที่เขากำลังเผชิญอยู่เป็นอุปสรรค เป็นความอึดอัดขัดข้อง ก่อผลท้อแท้ ในขณะที่ผมพยายามชี้ให้เขาใช้สภาพนั้น ในการฝึกวิทยายุทธในการ convince ผู้ใหญ่ หรือเอาไปท้าทายผู้ใหญ่ ว่าเราสามารถทำสิ่งยากนั้นให้บรรลุความสำเร็จได้ โดยต้องมีทรัพยากรอะไรบ้างที่ผู้ใหญ่จะต้องจัดให้ ผมมองงานแบบนี้ว่าเป็นงานอาสา และงานแบบนี้แหละที่ผมใช้ในการสร้างตัวให้ผู้ใหญ่เชื่อถือหรือเชื่อมือ
เหตุการณ์ในเช้าวันนั้น สอนผมว่า มิตรของผมมีจริต “ถืออุปสรรคเป็นอารมณ์” ทำให้เกิดความท้อถอยง่าย อับจนง่าย แต่ผมมีจริต “ถืออุปสรรคเป็นความท้าทาย” ผมมักจะใช้อุปสรรคนั้นเองเป็นเครื่องมือเอาไปท้าทายผู้ใหญ่อีกต่อหนึ่ง ซึ่งถ้ามองให้ลึกลงไปอีกชั้นหนึ่ง ก็จะเห็นว่าเป็นการท้าทายตนเอง เป็นการเข้าไปอาสาผู้ใหญ่ทำงานที่ท่านเองก็ต้องการผลงานนั้นอยู่แล้ว
นี่คือทักษะ “เปลี่ยนวิกฤตเป็นโอกาส” นั่นเอง คนเราทุกคนมีโอกาสทำสิ่งนี้มากมาย จะได้ทำหรือไม่ ขึ้นกับวิธีคิดของตนเอง
วิจารณ์ พานิช
๒๙ พ.ย. ๕๑