เมฆ

 

เติมชีวิตชีวาให้ผืนฟ้า

เติมคุณค่าให้สายลม

และ เติมจินตนาการให้คนช่างฝัน

   อุทยานแห่งชาติฟยอร์ดแลนด์ 

   ๒๘ มีนาคม ๒๕๕๑

๒๘ มีนาคม ๒๕๕๑  ๐๙.๓๐ น.
อุทยานแห่งชาติฟยอร์ดแลนด์ เกาะใต้ นิวซีแลนด์

   จากเต อานาอู ผมใช้เส้นทางถนนมิลฟอร์ด (Milford Road) ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของทางหลวงหมายเลข ๙๔ ไปยังจุดหมายของวันนี้..มิลฟอร์ด ซาวนด์ (Milford Sound) ตลอดระยะทาง ๑๒๐ กิโลเมตรกับเวลาร่วม ๒ ช่ัวโมงบนถนนสายนี้ ผมรู้สึกว่า ตนเองเหมือนกำลังเดินทางไปสู่โลกแห่งความฝันและจินตนาการ

   อะไรที่ทำให้ผมรู้สึกอย่างนั้น

   เรื่องแรก คงจะเป็นเพราะเจ้าสิ่งนี้ เมฆ​..เมฆ​ แล้วก็​เมฆ ตามภาพ  ขนาดตอนผมออกจากเต อานาอู ก็ ๘ ​โมงเช้าเข้าไปแล้ว แต่บรรยากาศรอบตัวยังดูเหมือนเช้ามืด ๖ โมงอยู่เลย มองไปทางไหนก็เห็นแต่สีขาวของเมฆหนาทึบที่ลอยตัวต่ำมากๆ ทุกสิ่งยังอยู่ในความสลัวมัวเหมือนความฝัน เพราะแสงตะวันไม่สามารถส่องผ่านลงมาได้ 

   เรื่องที่สอง เพราะผมขับรถคนเดียวบนทางสายเปลี่ยว นานๆครั้งจะมีรถนักท่องเที่ยวแซงหน้าผมไปสักคัน และแทบไม่มีใครสวนทางกลับออกมาเลย รู้สึกเหมือนได้..ผจญภัย

   เรื่องที่สาม เป็นเพราะทิวทัศน์สองข้างทางที่ค่อยๆเปลี่ยนแปลงไปอย่างน่าตื่นเต้นชวนให้ติดตาม เริ่มจากถนนบนเนินเขาเลียบทะเลสาบเต อานาอูแบบที่คุ้นเคย ต่อมาถนนบางช่วงก็ผ่านป่าทึบ บางช่วงผ่านทุ่งโล่ง ก่อนจะไต่ระดับขึ้นเขาสูงขึ้นเรื่อยๆ จนภูเขาสองข้างทางค่อยๆเบียดชิดถนนเข้ามามากขึ้นๆ ดูเหมือนแทบจะไม่มีทางไปต่อ และตอนที่ต้องขับรถผ่านอุโมงค์ทะลุไปออกอีกด้าน ความรู้สึกตอนนั้น มันเหมือนได้หลุดไปอยู่ในโลกอีกโลกหนึ่งเลยทีเดียว

๒๘ มีนาคม ๒๕๕๑  ๐๘.๕๖ น.
ที่ราบน็อบส์ อุทยานแห่งชาติฟยอร์ดแลนด์ เกาะใต้ นิวซีแลนด์
๒๘ มีนาคม ๒๕๕๑  ๐๙.๓๒ น.
หุบเขาฮอลลีฟอร์ด อุทยานแห่งชาติฟยอร์ดแลนด์ เกาะใต้ นิวซีแลนด์

    ช่วงหนึ่งตอนที่ผมกำลังตั้งคำถามกับตัวเองว่าไอ้เจ้า ถนนภูเขาหาย (Avenue of the Disappearing Mountain) ที่ได้ข้อมูลมานี่ มันหน้าตาเป็นยังไง ผมก็เริ่มเห็นภูเขาสูงในกระจกหน้ารถค่อยๆมีขนาดเล็กลง หดเตี้ยลงๆ จนลับหายไปจากยอดไม้ตรงหน้า ภาพลวงตาดีๆนี่เอง

   ช่วงที่ผ่านที่ราบโล่งกว้างๆที่เรียกว่า ที่ราบน็อบส์ (Knobs Flat) ตามภาพกลาง ผมรู้สึกว่าตัวเรานั้นเล็กกระจิ๊ดเดียว ซึ่งมันก็เป็นเช่นนั้นจริงๆ เมื่อเทียบกับโลกทั้งใบ

   ช่วงที่ขับรถลอดอุโมงค์โฮเมอร์ (Homer Tunnel) ออกไปสู่หุบเขาเคลดเดา (CLedau Valley)  ก่อนจะถึงมิลฟอร์ด ซาวนด์นั้น เรียกได้ว่า เป็นจุดสุดยอดของการขับรถบนถนนสายนี้ของผมเลย เพราะนอกจากถนนจะคดเคี้ยวพับไปมาแบบที่ผมไม่เคยขับมาก่อนแล้ว ถ้ามองไปที่ภูเขาสูงซึ่งขนาบประชิดสองข้างทาง จะเห็นน้ำตกสายเล็กๆไหลเป็นทางลงมาจากข้างบนนับไม่ถ้วน และความที่มองไม่เห็นยอดเขาเพราะเมฆบังนี้ มันทำให้ดูเหมือนว่า สายน้ำเหล่านี้ไหลลงมาจากท้องฟ้าเลยทีเดียว บรรยากาศแบบนี้แหละ ทั้งชวนฝัน..ทั้งลึกลับ

   ถ้าจะไปไม่ถึงมิลฟอร์ด ซาวนด์..จุดหมายสำคัญ แต่แค่ได้มาขับรถบนถนนสายมรดกโลกเส้นนี้ ผมว่าก็คุ้มแล้วครับ


*ถนนมิลฟอร์ด (Milford Road) เป็นเส้นทางเดียวที่จะเข้าไปยังสถานที่ท่องเที่ยวติดอันดับโลก..  มิลฟอร์ด ซาวนด์ ทางหลวงสายนี้เป็นส่วนหนึ่งของถนนสายมรดกโลก (World Heritage Highway) และเป็นหนึ่งในถนนที่สูงที่สุดในนิวซีแลนด์ ช่วงที่สูงที่สุดสูงจากระดับน้ำทะเลถึง ๙๔๐ เมตร บางช่วงในฤดูหนาวต้องปิดเส้นทางเนื่องจากมีหิมะถล่ม