
วันที่ 5 ธันวา วันพ่อของแผ่นดิน
นี่ก็ใกล้วันพ่อเข้ามามากแล้ว วันที่ 5 ธันวาของทุกปีเป็นวันที่ลูก ๆควรที่รำลึกถึงพระคุณของพ่อ จริง ๆแล้วทุก ๆวันเราควรรำลึกและให้ความรักความกตัญญูต่อพ่อของเรา พ่อแท้ ๆที่อยู่ที่บ้าน
เมื่อวานนี้เป็นอีกวันที่ผมได้ทำหน้าที่ของลูก ผมพาพ่อและครอบครัวมี พ่อ แม่ ภรรยาผม ลูกสาวผม พี่สาวและพี่เขย พาคุณพ่อของผมไปตรวจประเมินสายตาเกี่ยวกับโรคต้อหินที่คุณพ่อเป็นอยู่ ซึ่งทำการรักษาที่โรงพยาบาลจังหวัดแต่คุณหมอตาท่านบอกว่าให้พาคุณพ่อไปพบอาจารย์แพทย์ที่โงพยาบาลสวนดอกครับ
ผมตื่นประมาณตี 5 ครึ่ง ขับรถออกจากบ้านไปรับพ่อ ดูพ่อเครียดพอสมควรทีเดียวเพราะไม่แน่ใจว่าจะถูกผ่าตัดวันนี้เลยรึเปล่าซึ่งผมก็อธิบายว่าหมอเขาคงยังไม่ผ่าหรอกต้องตรวจประเมินอาการอีกไม่ตำกว่า 2-3 ครั้งจึงจะนัดผ่าตัด ผมค่อย ๆขับไปเชียงใหม่เพราะกลัวพ่อจะมีอาการเมารถ แต่ก็ยังเมาอยู่ ๆทั้งที่ภรรยาผมฉีดยาแก้เมา ให้ทานอีก 2 ตัว ที่ผ่านมาไม่เมาเลยนะครับ
กว่าจะถึงเชียงใหม่ก็เกอบ 9 โมง มีใบส่งตัว พี่เขยผมขับรถไปถึงก่อนแต่หาที่จอดรถไม่พบจึงไปรอที่หน้าตึกศรีพัฒน์ พอผมพาพ่อไปถึงภรรยาและลูกสาวผมจึงพาพ่อไปยังห้องตรวจตาทันที ส่วนผมกับพี่เขยก็รีบเอารถไปจอดในทีที่เขาจัดไว้ให้ซึ่งห่างออกไปประมาณเกือบ ๆ 500 เมตร พอเดินกลับมาผมจึงตามขึ้นไปที่ห้องตรวจตาชั้น 7
พอไปถึงพบว่าพ่อนั่งรออยู่ ภรรยาผมบอกว่ายื่นใบนัดแล้วเดียวเค้าคงเรียก ผมนั่งรออยู่ประมาณ 1 ชม.เจ้าหน้าที่ยังไม่เรียก จึงตัดสินใจเดินไปถามพยาบาลคนหนึ่งที่จุดที่ 4 ผมทำตัวแบบเกรงใจ ๆถามว่า
"ผมพาพ่อผมมาตรวจโดยมีใบส่งตัวจากโรงพยาบาลจังหวัด จะให้ทำอย่างไรครับ"
"ไปถามที่จุดที่ 1 โน่น !" คุณพยาบาลคนหนึ่งที่นั่งอยู่จุดที่ 4 เหลือบตามองหน้าผมและก้มหน้าลงมองคอมพิวเตอร์ทันทีแบบไม่สนใจหรือว่ากำลังคิดว่าทมาถามอะไรตรงนี้ประมาณนั้น
ผมรู้สึกขึ้นมาทันทีว่า เวลาเราเป็นผู้ใช้บริการแล้วถูกพฤติกรรมบริการอย่างนี้นี่ มันรู้สึกคัน ๆพิกล ผมเองก็เป็นเจ้าหน้าที่ด้านสุขภาพที่เคยให้บริการผู้ป่วยและญาติ แต่ไม่เคยแสดงอาการแบบนี้เลยนะ แต่ความรู้สึกผมก็เพียงแค่แว๊บเดียว
ผมหันหลังกลับเดินมาที่จุดที่ 1 พบพี่พยาบาลอีกคน จึงถามว่า "พ่อผมชื่อนี้ส่งมาจากโรงพยาบาลจังหวัด จะได้ตรวจตอนไหนครับ"
พี่พยาบาลคนนี้สุดยอดเยี่ยมครับ พี่เขาหันมายิ้มและถามว่าลุงแกคงต้องรอสักครู่แล้วก็อธิบายว่าต้องทำอย่างไรบ้าง แบบนี้สิที่เรียกว่าบริการด้วยใจ บริการดี บริการด้วยความเป็นมนุษย์จริง ๆ ต่างจากคนเมื่อกี้ซะจริง ๆ
เมื่อได้ข้อมูลขั้นตอนจึงออกมาบอกพ่อกับแม่และครอบครัวผมว่ารอกอีกสักครู่
(จริง ๆ ใครก็ตามที่อยู่ในงานด้านการบริการ หากมีโอกาสมารับบริการจากที่อื่นหากพบว่าเขาบริการดีหรือไม่ดีอย่างไรและนำกลับมาคิด มาเปรียบเทียบกับตัวเอวง ความต้องการของตัวเรา จะทำให้ความรู้สึกที่จะให้บริการด้วยใจมีมากขึ้น ๆครับ ถึงแม้ทุกวันนี้ผมแทบจะไม่ได้ให้บริการเพราะต้องไปทำหน้าที่ด้านการบริหารจัดการมากกว่าแต่ก็รู้สึกเหมือนกันว่า หากเราต้องการให้เขาบริการเราดี ๆยามเจ็บป่วยหรือยามที่ญาติเราเจ็บป่วย ตอนที่เราเป็นผู้ให้บริการเราต้องเป็นผู้บริการที่ดีก่อน)
แล้วก้อสักครู่จริง ๆพ่อผมก็ถูกเรียกไปตรวจ โดยพี่เขยผมเป็นคนพาไปรับการตรวจผมและภรรยาจึงลงมาทำเอกสารเกี่ยวกับการจ่ายตรง และลงไปหาซื้อข้าวกล่องมาให้พ่อ แม่ พี่สาวและพี่เขย เสร็จแล้วจึงรีบตามขึ้นไป พ่อไปรับการตรวจจากหมอตาและอาจารย์หมอตาประมาณ 3-4 ห้องจนในที่สุดก็เสร็จและจักษุแพทย์ก็นัดอีกครั้งในวันที่ 9 มกราคม 52 ซึ่งคงเป็นการนัดตรวจเพิ่มเติมเพื่อเตรียมผ่าตัดนั่นเอง
เสร็จภารกิจพาพ่อออกจากห้องตรวจมานั่งพักและรับประทานอาหารก่อน แล้วจึงไปซื้อของเสร็จแล้วก็รีบเดินทางกลับ
ผมเดินทางกลับถึงบ้านประมาณ 6 โมงครึ่งครับ เสณ้จสิ้นภารกิจของลูกไปอีก 1ครั้ง ครับ
แวะมาอ่านและทักทายค่ะ
ขอคุณพ่อเจ้าของบล็อก เจ้าของบล็อกและครอบครัว มีความสุข สุขภาพแข็งแรงนะคะ
แวะมาทักทายค่ะ
สวัสดีค่ะ
- ขอให้ท่านหายเร็ว ๆ นะค่ะ
- เห็นการบริการแล้ว น่าสงสารสงสัยคนไข้จะเยอะนะค่ะ .. พยาบาลคนสวยถึงหน้างอ เป็นกำลังใจค่ะ
สวัสดีครับ อ.สายธาร
ขอบคุณครับ
สวัสดีครับ อ.เพชรน้อย
ตอนผมเช็ดหน้า เช็ดตา คุณพ่อผมหลังจากรับการตรวจ
ใช้กระดาษเช็ดปากพ่อหลังจากทานข้าว
ลูกสาวผมแอบมอง ผมเองก็แอบเห็นลูกสาวผมแอบเช็ดน้ำตาด้วยครับ
อ่านแล้วซาบซึ้งใจจังค่ะ ...ความรักยิ่งใหญ่เหลือเกิน
รักใดไม่มียิ่งใหญ่เท่ารักของพ่อ แม่ ซึ้งในความรักในบันทึกนี้นะคะ
"ไปถามที่จุดที่ 1 โน่น !" คุณพยาบาลคนหนึ่งที่นั่งอยู่จุดที่ 4 เหลือบตามองหน้าผมและก้มหน้าลงมองคอมพิวเตอร์ทันทีแบบไม่สนใจหรือว่ากำลังคิดว่าทมาถามอะไรตรงนี้ประมาณนั้น
เห็นใจ เข้าใจค่ะ ขนาดคนเก่าคนแก่เคยทำงานที่นี่ยังต้องเจอบรรยากาศสองแบบให้เปรียบเทียบในช่วงเวลาเดียวกันเหมือนกันค่ะ (ขนาดทำตัวเป็นคนไข้ที่ดีแล้วเชียว)
เคยถามว่าจำชื่อได้ไหมจะเอาไปร้องเรียน...ท่านบอกอย่าเลยลูก ไม่อยากมีเรื่องกลัวลูกจะ....สรุปคือท่านมองไปไกลกว่านั้น คือรักห่วงลูกหลานที่ยังต้องคลุกคลีกับหน่วยงานให้บริการนี้อยู่อีกยาวนานใช่ไหมคะ เรื่องนี้เก็บกลับมาเตือนตัวเราเมื่อทำงานบริการบ้าง(ก็ได้)ค่ะ
ดีใจมีความรู้สึกนี้ออกมาเป็นบันทึกค่ะ