การดำรงชีวิตประจำวันของคนเรา มีกลไกช่วยผ่อนคลาย โดยการทำให้เกิดความเคยชินจนทำงานอย่างอัตโนมัติ ในภาษาหมอเราพูดกันเล่นๆ ว่า ไม่ต้องใช้สมอง แค่ใช้ไขสันหลังก็เพียงพอ คือทำแบบไม่ต้องคิด กลไกนี้ไปไกลเกินพอดี จนทำให้งานประจำ หรือชีวิตประจำวันเป็นความจำเจ น่าเบื่อหน่าย KM คือยารักษาโรคนี้ เป็นยาที่ทำหน้าที่เปลี่ยนจากงานประจำน่าเบื่อหน่าย กลายเป็นงานประจำกระตุ้นความแข็งแรงของสมอง … และหัวใจ
หัวใจของ KM คือการลงมือทำ หรือปฏิบัติ เครื่องมือ KM ช่วยให้ขั้นตอนก่อนลงมือทำ ระหว่างทำ และหลังทำ มีขั้นตอนของการเรียนรู้ เป็นการสร้างความเคยชิน หรือนิสัย หรือวัฒนธรรมใหม่ ในการทำงาน ที่ช่วยให้เกิดการกระตุ้นสมองและหัวใจ ตลอดการทำงานประจำ
ผมกำลังพัฒนารูปแบบ KM เสริมพลังจิตวิญญาณเข้าไป ทำให้เป็น KM ที่ไม่ใช่แค่ จัดการความรู้ ปัญญา และจิตใจ เท่านั้น แต่ยังพัฒนาลึกเข้าไปในระดับจิตวิญญาณ (spirituality) ของ “คุณกิจ” และผู้เกี่ยวข้องอื่นๆ ด้วย โดยเติมคำถามใน AAR ซึ่งเดิมมี ๕ ข้อ เติมข้อแรกเข้าไป โดยถามว่าเรื่องที่กำลังดำเนินการมีคุณค่าอย่างไร และในการทำ BAR ก็มีคำถามเดียวกันนี้
วิจารณ์ พานิช
๑๙ พ.ย. ๕๑
ขอสนับสนุนความคิดอาจารย์ว่าเรื่องของคุณค่าเป็นเรื่องที่ต้องถามกันบ่อยๆ และช่วยคลายความเหนื่อยทั้งกายและใจลงไปได้ค่ะ การใส่ลงไปใน BAR และ AAR น่าจะทำให้ได้ใคร่ครวญถึงเรื่องนี้บ่อยๆ
หากว่าลองใช้แล้วได้ผลอย่างไรจะเรียนมาให้อาจารย์ทราบค่ะ
ด้วยความเคารพ
ครูใหม่
มาสนับสนุนอาจารย์ค่ะ