การจัดการศึกษารูปแบบสหกิจ โดยมีโรงเรียนมัธยมศึกษาของ สพฐ.จับคู่กับโรงเรียนของ สำนักการศึกษากรุงเทพมหานคร(กทม.) เพื่อร่วมวางแผน แก้ปัญหาการรับนักเรียน ร่วมพัฒนาหลักสูตร พัฒนาบุคลากร ฯลฯ หากมีการดำเนินการอย่างจริงจัง เป็นระบบ และมีการวางแผนร่วมกันอย่างต่อเนื่อง อาจเป็นทางเลือกสำคัญในการแก้ปัญหาการศึกษาในหลาย ๆ เรื่อง ได้ ในอนาคต

       ในปัจจุบัน สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน(สพฐ.)สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษากรุงเทพมหานคร 3 เขต  และสำนักการศึกษากรุงเทพมหานคร(กทม.)  ได้มีข้อตกลง เรื่อง การจัดการศึกษารูปแบบสหกิจ  โดยมีโรงเรียนมัธยมศึกษาของ สพฐ.จับคู่กับโรงเรียนของ สำนักการศึกษากรุงเทพมหานครเพื่อร่วมวางแผน แก้ปัญหาการรับนักเรียน การพัฒนาหลักสูตร การพัฒนาบุคลากร ฯลฯ 

       จากข้อมูลผลการดำเนินการปี 2551 พบว่า โครงการนี้ประสบความสำเร็จระดับหนึ่ง แต่ก็ยังประสบปัญหาในเรื่องค่านิยมของนักเรียนและผู้ปกครอง ที่ยังคงนิยมส่งลูกเข้าเรียนในโรงเรียนที่มีชื่อเสียง ไม่สนใจที่จะส่งเข้าเรียนในโรงเรียนคู่พัฒนา ที่อยู่ในละแวกใกล้บ้าน  ดังนั้นทางออกในเรื่องนี้ก็คงต้องคิดและดำเนินการอย่างจริงจังต่อไป ต้องแสวงหาทางเลือกที่เหมาะสมยิ่งขึ้น ในที่นี้ ผมขอเสนอทางเลือก ที่ไม่แน่ใจว่า จะช่วยได้ หรือไม่(แต่อาจเริ่มทดลอง) คือ 1) จะต้องไม่มีการขยายห้องเรียนเพิ่มในโรงเรียนที่มีชื่อเสียง หากจะขยายเพิ่ม ให้ไปขยายในโรงเรียนของ สำนักการศึกษา กทม. ในลักษณะที่ว่า เป็นห้องเรียนของโรงเรียนที่มีชื่อเสียง เช่น ห้องเรียนของโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาพัฒนาการ แต่เปิดสอน ณ โรงเรียนของ กทม.ที่อยู่ในละแวกใกล้กัน ให้นักเรียนที่จบจากโรงเรียนของ กทม.โรงนั้น ๆ เรียนที่เดิม(แต่ลงทะเบียนเป็นนักเรียนเตรียมอุดมศึกษาพัฒนาการ) กิจกรรมการเรียนการสอน ให้เป็นการร่วมมือกันระหว่างโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาพัฒนาการ กับ โรงเรียนสังกัด กทม.แห่งนั้น  2) สร้างเงื่อนไขโอกาสให้เป็นที่รับทราบตรงกันว่า  นักเรียนที่จบชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 จากโรงเรียนใด หากสมัครเรียนต่อในโรงเรียนคู่พัฒนาที่อยู่ในละแวกใกล้เคียงกัน จะได้รับสิทธิพิเศษในเรื่อง ค่าเสื้อผ้า  ค่าหนังสือ และได้รับการยกเว้น ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายใด ๆ ในการเรียน ม.1-6 เป็นเวลา 6 ปี  ซึ่งในกรณีนี้ กทม.ควรสนับสนุนงบประมาณเป็นรายหัว   การกระทำเช่นนี้ น่าจะสามารถสกัดนักเรียนได้จำนวนหนึ่ง ให้เรียนในโรงเรียนใกล้บ้าน ช่วยลดปัญหาสังคม เช่น ปัญหาจราจร ได้  และ 3) ในอนาคตจะต้องพิจารณาในเรื่องค่าลงทะเบียนในการเรียนข้ามเขตพื้นที่ ข้ามจังหวัด  นักเรียนคนใดสมัครใจเรียนต่อชั้น ม.1 ในโรงเรียนในเขตพื้นที่บริการ(พื้นที่ชั้นใน บริเวณใกล้โรงเรียน) จะได้รับการยกเว้น ไม่ถูกเรียกเก็บเงินพิเศษใด ๆ ทุกชนิด  นักเรียนต่างเขตพื้นที่ เก็บตามปกติ   จะอย่างไรก็ตาม อาจใช้เงื่อนไขนี้ กับการจัดการศึกษาระดับชั้น ม.1-3 ก่อน  ส่วน ม.ปลาย อาจยังไม่ควรใช้เงื่อนไขนี้ เพราะในสภาพที่เป็นจริง ความพร้อมในการจัดการเรียนการสอนระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย ของโรงเรียนต่าง ๆ ยังไม่เท่าเทียมกัน(แต่ ม.ต้น ไม่น่าจะแตกต่างกัน)

       อนึ่ง การร่วมวางแผนในลักษณะของโรงเรียนคู่พัฒนา น่าจะขยายความร่วมมือกับโรงเรียนในทุกสังกัด รวมถึงโรงเรียนเอกชนที่อยู่ในเขตพื้นที่ หรืออยู่ในละแวกเดียวกัน