• ในความเข้าใจของผม ทฤษฎีตัว U หรือ Theory U ที่นำเสนอโดยศาสตราจารย์ Otto นั้น ให้เราเปิดใจรับข้อมูลเข้ามาให้มากที่สุด โดยที่ไม่เอาตัวตนของเราไปตัดสินหรือขวางกั้น โดยการห้อยแขวนสิ่งที่รับรู้มาไว้ก่อน แล้วใช้สติ+สมาธิ พิจารณาอย่างเงียบและลึก และไม่รีบร้อนที่จะพิจารณาอย่างทันทีทันใด ในบางปัญหาอาจจะใช้เวลาหลาย ๆ วัน ก็มี นั่นคือความเข้าใจแต่เดิมของผม
  • ในอีกมิติหนึ่งนั้น คือ การยกระดับขั้นของการสุนทรียสนทนาจาก เอาตัวเองเป็นตัวตั้ง ไปสู่ การเอางานเป็นตัวตั้ง ไปสู่ การเข้าใจผู้อื่น ไปสู่ การเอา "ปัญญา" เป็นตัวตั้ง
  • ------------- เมื่อวานนี้ พระธรรมชาติก็สำแดงเดช เกิดอะไรขึ้นก็ไม่รู้ กระแสเหตุปัจจัยทั้งหลายต่างถ่าโถมเข้ามาพร้อม ๆ กันทั้งวัน ระลอกแล้ว ระลอกเล่า ในตอนแรกก็พอทนได้ แต่เข้ามาพร้อม  ๆ กันหลาย ๆ เรื่องเข้า ก็เริ่มโอนเอนไปตามประสาเป็นธรรมดา
  • แต่ก่อนผมจะใช้วิธีการ "สงบ(ลิงภายใน/จิตใจตนเอง) เพื่อสยบความเคลื่อนไหว(ลิง/เหตุปัจจัยภายนอก)" แต่คราวนี้ผมเปลี่ยนไปใช้วิธีการใหม่ คือ ตามดูจิตใจของตนเองอย่างไม่รีบร้อน เพื่อให้เห็นการเกิดขึ้น ตั้งอยู่ ดับไป ตามเหตุปัจจัย และพิจารณาตนเองอย่างใคร่ครวญ ว่า เข้าไปสัมพันธ์กับชีวิตรอบข้างอย่างไร มีตัวตนเป็นอย่างไร จะลดละตัวตนลงอย่างไร (อย่างไม่รีบร้อน)
  • ด้วยความเป็นมือใหม่ที่กอดทฤษฎี (ตำรา) เอาไว้แน่นไม่ยอมปล่อย ถึงแม้จะพอเข้าใจทฤษฎีมาบ้าง แต่พอต้องนำออกมาใช้งานแล้วยังไม่ชำนาญนัก แต่วันนี้เป็นวันแรกที่เมื่อจิตใจฟุ้งซ่าน แล้วไม่ทุรนทุรายจะหยุดความฟุ้งซ่านนั้น แต่กลับหันไปดูจิตแทนอย่างเป็นอัตโนมัติกว่าที่ผ่าน ๆ มา
  • ครั้งนี้ผมนำ Theory  U เข้ามาผสมโรงด้วย อย่างไม่ได้ตั้งใจ ... เพราะด้วยความเป็นมือใหม่อย่างที่บอก การหยิบใช้เครื่องมือยังไม่คล่อง ยังหยิบผิดหยิบถูกอยู่หลายเพลา ทำให้พบว่า
  1. การผสานเครื่องมือทางธรรม (การดูจิตพิจารณาธรรมชาติ) กับ เครื่องมือทางโลก (Theory U) ในครั้งนี้ยังไม่เนียนดีนัก ส่งผมให้นำไปฝันอย่างเป็นตุเป็นตะ เมื่อตื่นจากฝันจึงนำมาบันทึกเอาไว้อย่างที่ท่านได้อ่านในบันทึกนี้ครับ 
  2. ผมเชื่อว่า นี่เป็นพัฒนาการอีกขั้นหนึ่ง คือ การก้าวออกมาจากพื้นที่ปลอดภัยแห่งตัวตน เพื่อละตัวตนโดยการออกมาสัมผัสเพื่อเป็นหนึ่งเดียวกับสรรพสิ่ง แต่ยังถือว่าเป็นความตั้งใจเปิดประตูเพื่อเชื่อมเข้าเป็นหนึ่งเดียวกับสรรพสิ่ง ยังไม่เป็นไปตามธรรมชาตินัก จึงทำให้ตัวตนที่ยังหลงเหลืออยู่กระแทกเข้ากับสรรพสิ่งจัง ๆ เป็นธรรมดา