ในการเดินทางไปจาริกแสวงบุญ เส้นทางสังเวชนียสถาน 4 ตำบล อันประกอบไปด้วย สถานที่ประสูติ ตรัสรู้ ปฐมเทศนาและปรินิพพานในอินเดีย ผู้เขียนเดินทางไปยังดินแดนประสูติเป็นที่สุดท้ายเพราะลุมพินีอยู่ในดินแดนของประเทศเนปาล ห่างจากเมืองกุสินาราประมาณ 135 กิโลเมตร การเข้าไปจะต้องขอผ่านด่านโสเนาว์ลี ซึ่งเป็นชายแดนระหว่างอินเดียกับเนปาล ผู้เขียนและคณะถึงลุมพินีก็ใกล้ค่ำแล้ว แต่ยังมองเห็นเสาหินของพระเจ้าอโศกซึ่งล้อมด้วยรั้วและธง ซึ่งเป็นหลักฐานทางประวัติศาสตร์ชี้แสดงสถานที่ประสูติของพระพุทธเจ้า

       ลุมพินี ตั้งอยู่ในตำบลลุมมินเด อำเภอไภรวา ประเทศเนปาล ปัจจุบันได้รับการสถาปนาเป็นพุทธอุทยานสถานทางประวัติศาสตร์ของโลก โดยการริเริ่มของนายอู่ถั่น ชาวพุทธพม่าในขณะที่ท่านดำรงตำแหน่งเลขาธิการสหประชาชาติ และเชิญชวนให้สร้างวัดพุทธนานาชาติรอบๆอุทยาน ซึ่งขณะนี้มีถึง 14 วัดรวมทั้งวัดไทยลุมพินีที่ได้รับการสนับสนุนจากประเทศไทย

       ณ ที่ลุมพินีแห่งนี้เอง พระนางสิริมหามายา พระมเหสีของพระเจ้าสุทโธทนะเดินทางไปยังบ้านเกิดเพื่อคลอดพระกุมารตามธรรมเนียมโบราณของอินเดีย เมื่อมาถึงที่นี่ พระนางประชวรครรภ์กระทันหัน พระนางจึงเสด็จประทับใต้ต้นสาละ เหนี่ยวกิ่งสาละ และประสูติพระราชโอรสออกมาอย่างปลอดภัยในวันศุกร์ ขึ้น 15 ค่ำปีจอ และในวันนี้คนและสิ่งของที่เป็นสหชาติของพระพุทธเจ้าคือเกิดขึ้นในวันเดียวกัน เดือน ปี เดียวกันมี 7 อย่าง 1. เจ้าหญิงยโสธรา 2. พระอานนท์ 3. นายฉันทะ 4. กาฬุทายีอำมาตย์ 5. ม้ากัณฐกะ 6. ต้นโพธิ์ตรัสรู้ 7. ขุมทรัพย์ทั้ง 4 เมื่อพระกุมารอายุได้ 3 วัน อสิตะดาบสมาเยี่ยม ก้มลงไหว้พระกุมารและทำนายว่า ถ้าครองเรือนจะได้เป็นจักรพรรดิ์ ถ้าออกผนวชจะเป็นศาสดาเอกของโลก 5 วันพระกุมารได้ขนานนามชื่อว่า สิทธัตถะและในครั้งนี้โกณทัญญะพราหมณ์หนุ่มทำนายว่าพระองค์จะต้องผนวชเป็นศาสดาเอกของโลกแน่นอน เมื่อครบ 7 วันพระมารดาสิ้นพระชนม์ 7 ปีเจ้าชายสิทธัตถะเข้าศึกษาเล่าเรียนกับครูวิศวามิตร 16 ปีอภิเษกสมรสและ 29 ปีพระองค์ทรงหนีออกผนวช

       เมื่อมาถึงลุมพินี ผู้เขียนเข้าไปในวิหารมายาเทวีซึ่งตั้งอยู่ใกล้เสาหินที่ประสูติของพระพุทธเจ้าซึ่งในปัจจุบันได้รับการปรับปรุงในที่เดิมให้สวยงามขึ้น ในวิหารมายาเทวีมีรูปหินสลักตอนพระนางสิริมหามายาประสูติพระกุมารนอกจากนั้งยังมีซากอิฐเก่าแก่อายุนับพันปี และยังมีรอยพระบาทซึ่งสันนิษฐานว่าเป็นรอยพระบาทในตำแหน่งที่พระกุมารเสด็จดำเนินด้วย ด้านข้างของมหาวิหารมายาเทวีมีสระน้ำสี่เหลี่ยม ซึ่งบ้างก็ว่าเป็นสระสรงของพระกุมารเมื่อประสูติ บ้างก็ว่าน่าจะสร้างขึ้นภายหลังจากที่พระสงฆ์มาสร้างวัด วิหารอยู่ในบริเวณนั้น

       ผู้เขียนและคณะที่ไปออกมานั่งจุดธุปเทียนที่บริเวณรอบๆเสาหิน สวดมนต์บูชาพระพุทธคุณ นั่งสมาธิเป็นการปฏิบัติบูชา หลังจากนั้นก็เดินทางเข้าวัดไทยพุทธคยา วัดไทยพุทธคยาเป็นวัดที่สวยงาม เจ้าอาวาสมีไมตรีจิต ต้อนรับคณะอย่างอบอุ่น เราได้ทอดผ้าป่าที่นี่ และได้รับความกรุณาจากท่านมอบพระลิตเติลบุดด้าให้ไว้เป็นพุทธบูชาให้พวกเราทุกคน ผู้เขียนซาบซึ้งใจเป็นอย่างยิ่ง และที่นี่ยังได้รับวุฒิบัตรจากท่านเจ้าอาวาสในการที่เราได้เดินทางมากราบบาทพระศาสดาครบถ้วนสถานที่สังเวชนียสถาน  พระพุทธองค์เกิดมาชาติสุดท้ายและจะไม่เกิดแล้ว ยังเหลือแต่เราเท่านั้นที่เวียนว่ายตายเกิดอย่างไม่จบสิ้น แต่อย่างไรก็ดีเราจะทำความดี และสร้างสมความดีอย่างไม่มีที่สิ้นสุด

 อ้างอิง สำเนียง เลื่อมใส. อินเดีย เนปาล.กรุงเทพฯ: มหาวิทยาลัยศิลปากร,2549