จาริกแดนพุทธภูมิ ตามรอยบาทพระศาสดา ประเทศอินเดีย เนปาล (ตอนที่ 3 กุสินารา)


      

        เมืองกุสินารา เป็นเมืองสำคัญทางพุทธศาสนา เพราะพระพุทธเจ้าปรินิพพานที่เมืองนี้ ในวันเพ็ญ เดือน 6 หลังจากที่พระองค์ทรงปลงอายุสังขารในวันเพ็ญเดือน 3 ว่าพระองค์จะปรินิพพานหลังจากวันนี้ไป 3 เดือน พระองค์เลือกที่จะปรินิพพานที่เมืองกุสินาราอาจจะด้วยมีเหตุผลที่ว่ามัลละกษัตริย์ผู้ปกครองเมืองกุสินาราเป็นผู้มีความเคารพศรัทธาในศาสนาพุทธ และมีโทณพราหมณ์ ผู้ซึ่งจะสามารถยุติความขัดแย้งหรือสงครามอันเกิดจากการแย่งชิงพระบรมสารีริกธาตุของพระองค์เมื่อพระองค์ปรินิพพานไปแล้ว ผู้เขียนหรือบุคคลใดก็ตามเมื่อมาจาริกแสวงบุญที่อินเดียในเส้นทางสังเวชนียสถานก็ต้องเดินทางมายังเมืองนี้ด้วยความเลื่อมใสศรัทธา เศร้าใจ น้ำตาไหลเมื่อมาถึงที่สำคัญอันเป็นสัญลักษณ์แห่งการปรินิพพาน รวมทั้งนึกถึงบุญคุณของชาวเมืองกุสินาราที่ในสมัยพุทธกาลเคยดูแลพระบรมศาสดาแทนเรา ที่นี่พระพุทธองค์แสดงปัจฉิมโอวาท ให้ทุกคนได้เข้าใจว่าร่ายกายย่อมเสื่อมสลายไม่จีรังยั่งยืน ทุกคนต้องทำกิจทั้งหลายทั้งปวงให้เสร็จสิ้นสมบูรณ์เพื่อประโยชน์ตนเองและผู้อื่นด้วยความไม่ประมาท

       คณะของผู้เขียนเดินทางมาถึงมกุฏพันธนเจดีย์ สถานที่ถวายพระเพลิงพระบรมศพยามสนธยา เราจุดเทียน สวดมนต์ นั่งสมาธิ สักการบูชาพระศาสดา และนอนพักข้างคืนที่วัดไทยกุสินาราเฉลิมราชย์ วัดไทยในอินเดียที่มีสถานที่พักที่สะดวกสบายให้ชาวพุทธได้พักอาศัยเมื่อไปกุสินารา วัดนี้สวยงามสง่า เป็นสถานที่ผู้ว่าราชการรัฐมักจะพาแขกมาเยี่ยมเยียนเพื่ออวดแขกบ้านแขกเมือง ท่านเจ้าอาวาสมีอัธยาศัยไมตรี เลี้ยงดูอาหารแก่ผู้ไปพัก โดยท่านกล่าวว่า ตอนอยู่ประเทศไทยโยมเลี้ยงดูพระ มาที่นี่พระจะเลี้ยงโยมนะ นอกจากนั้นที่วัดนี้ยังมีโครงการต่างๆมากมายอันเป็นประโยชน์ยิ่ง แต่สิ่งที่ผู้เขียนประทับใจมากๆนั่นคือ โครงการ 8 บาทรักษาทุกโรค ซึ่งมีมาก่อน 30 บาทรักษาทุกโรคที่ประเทศไทย ที่ซาบซึ้งใจก็ที่ท่านได้กล่าวว่า เราบอกกับชาวกุสินาราว่า ในสมัยพุทธกาลชาวกุสินารามีพระคุณแก่ชาวพุทธ เพราะดูแลพระพุทธองค์ยามอาพาธ จนกระทั่งปรินิพพาน ฉะนั้นในปัจจุบันเราจะตอบแทนชาวกุสินาราโดยรักษาโรคให้ แต่ต้องเอาบ้างเพียง 8 บาทเพื่อให้รู้จักเสียสละเล็กๆน้อย สำหรับแพทย์ก็จ้างแพทย์ฝีมือดีในอินเดีย ค่าหยูกยาก็ได้ทั้งส่วนที่หาเองและได้รับบริจาคจากประเทศไทย และยังมีอีกหลายโครงการ เช่น โรงเรียนพุทธศาสนาวันอาทิตย์ ท่าบอกว่าขณะนี้ก็มีผู้นับถือศาสนาพุทธเพิ่มมากขึ้น ซึ่งผู้เขียนปลื้มปิติมากๆเลย และยังมีโครงการให้ทุนการศึกษาพระได้เรียนต่อ เป็นต้น

       ในปัจจุบันเมืองกุสินารา คือกุสินาคาร์ ตั้งอยู่ในตำบลถากัวร์ อำเภอกาเซีย จังหวัดโครักขปูร์ รัฐอุตตรประเทศ อยู่ห่างจากเมืองพาราณสีประมาณ 260 กิโลเมตร ขณะนี้มีชาวพุทธเดินทางเข้าไปและสร้างวัดเพื่อเป็นพุทธบูชา มีทั้งวัดไทย วัดญี่ปุ่น พม่าและศรีลังกา

       ตื่นตอนเช้าเดินทางไปยังพระสถูปสถานที่ปรินิพพานใต้ต้นสาละ ที่นี่มีชาวอินเดียเก็บดอกบัวมาขาย ชาวคณะได้ซื้อกันเพื่อจะนำไปสักการบูชาพระศาสดาเพราะภายในสถูปนี้มีพระพุทธรูปปางปรินิพพาน แต่ดวงตาหลับสนิทไม่ตื่นขึ้นมาอีก ผู้เขียนและคณะสวดมนต์ไหว้พระ นั่งสมาธิ เวียนประทักษิณ และกราบแทบบาทพระพุทธองค์ พร้อมกับน้ำตาไหลหลั่งออกมา ยากที่จะบรรยาว่าร้องไห้ทำไม แต่ที่สำคัญเราจะพยายามทำตามอย่างที่พระพุทธองค์ได้ตรัสสั่งสอนพุทธสาวกเป็นปัจฉิมวาจานั้นให้ได้ทีเดียว

     

หมายเลขบันทึก: 226660เขียนเมื่อ 1 ธันวาคม 2008 18:33 น. ()แก้ไขเมื่อ 6 กันยายน 2013 19:56 น. ()สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการจำนวนที่อ่านจำนวนที่อ่าน:


ความเห็น (0)

ไม่มีความเห็น

พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี
ClassStart Books
โครงการหนังสือจากคลาสสตาร์ท