รัฐหารือเอกชนประเมินความเสียหายบินสนามบิน เอกชนชี้ต้องเร่งเปิดบินให้ได้โดยเร็ว ห่วงต่างชาติเมินลงทุนในไทย "โอฬาร"จัดแพ็กเกจดึงงบกลางแสนล้านช่วยเหลือผู้ประกอบการ เน้นอุตสาหกรรมท่องเที่ยวเป็นหลัก มองปีหน้าลูกค้าหายไปครึ่งหนึ่ง
แหล่งข่าวจากทำเนียบรัฐบาลเปิดเผยว่า ขณะนี้ ดร.โอฬาร ไชยประวัติ อยู่ระหว่างการปรับตัวเลขงบประมาณกลางปี 2552 จำนวน 1 แสนล้านบาท โดยมีแนวคิดที่จะจัดงบประมาณมาแก้ปัญหาที่เกิดจากผลกระทบการปิดสนามบินสุวรรณภูมิ ทั้งการใช้ปรับปรุงสนามบิน ช่วยเหลือผู้ประกอบการท่องเที่ยวและส่งออกที่ได้รับผลกระทบ และถ้าไม่สามารถใช้งบกลางที่กำลังตั้งขึ้นมาใหม่ได้ก็อาจพิจารณาใช้งบกลางปกติที่มีอยู่แล้วซึ่งแผนเดิมรัฐบาลจะใช้งบดังกล่าวเพื่อระตุ้นเศรษฐกิจภายในประเทศ โดยเฉพาะกลุ่มรากหญ้า เพื่อบรรเทาผลกระทบจากวิกฤติเศรษฐกิจสหรัฐที่ถดถอย "แพ็กเกจที่จะนำมาช่วยเหลือผู้ประกอบการจัดทำเสร็จแล้ว เน้นในอุตสาหกรรมท่องเที่ยวเป็นหลัก โดยจะเป็นการบรรเทาผลกระทบจากจำนวนนักท่องเที่ยวต่างประเทศที่จะลดลงในปีหน้าราว 50% จึงจำเป็นต้องส่งเสริมให้คนไทยท่องเที่ยวในประเทศมาทดแทน" แหล่งข่าวกล่าวและว่า ส่วนกลุ่มผู้ส่งออกสินค้าสดที่ได้รับผลกระทบ รัฐบาลคงไม่เข้าไปช่วยเหลือ เพราะการส่งออกสินค้าส่วนใหญ่จะส่งออกทางเรือ และหลังจากสนามบินเปิดให้บริการปกติ ผู้ประกอบการกลุ่มนี้ก็สามารถทำธุรกิจได้เช่นเดิมนายประมนต์ สุธีวงศ์ ประธานกรรมการหอการค้าไทย เปิดเผยว่า ในวันที่ 1 ธันวาคมนี้ ดร.โอฬารได้เชิญสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) สมาคมธนาคารไทย และสภาอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว เข้าร่วมประชุมเพื่อประเมินผลกระทบจากการปิดสนามบินสุวรรณภูมิโดยมีรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุมด้วยซึ่งมูลค่าความเสียหายที่เกิดขึ้น ยังประเมินได้ลำบาก แต่เชื่อว่าอยู่ในหลักหมื่นล้านบาท โดยหอการค้าไทยเห็นว่ารัฐบาลควรหาแนวทางให้ปัญหาดังกล่าวยุติโดยเร็ว เพื่อไม่ให้กระทบต่อธุรกิจมากไปกว่านี้ "การบรรเทาผลกระทบของผู้ประกอบการจากการปิดสนามบิน คงจะไม่มีข้อสรุปในการประชุมครั้งนี้ ซึ่งหอการค้าไทยเห็นว่าเรื่องที่จำเป็นเร่งด่วนกว่าการบรรเทาผลกระทบ อยู่ที่การเปิดสนามบินให้ได้ก่อน เพราะการบรรเทาผลกระทบให้แก่ผู้ประกอบการยังมีเวทีหารือกัน เช่น คณะกรรมการร่วมภาครัฐและภาคเอกชน หรือ กรอ." นายประมนต์กล่าว
นายสันติ วิลาสศักดานนท์ ประธาน ส.อ.ท. กล่าวว่า ในการประชุมคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.)ในวันที่ 1 ธันวาคมนี้ จะมีวาระเร่งด่วนหารือถึงผลกระทบการปิดสนามบิน ซึ่ง ส.อ.ท.ได้มอบหมายให้กลุ่มอุตสาหกรรมไปรวบรวมข้อมูลมาเสนอในที่ประชุม เบื้องต้นพบว่าอุตสาหกรรมท่องเที่ยวและอุตสาหกรรมการบิน เป็นกลุ่มที่ได้รับผลกระทบมากที่สุดรวมทั้งมีอุตสาหกรรมที่ต้องขนส่งสินค้าทางอากาศที่ได้รับผลกระทบเช่นชิ้นส่วนเล็กทรอนิกส์ อาหารสด กล้วยไม้ อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ ส.อ.ท.เป็นห่วงคือ เรื่องการลงทุนของนักธุรกิจต่างชาติ
คม ชัด ลึก มติชน 1 ธันวาคม 2551