ความเสี่ยง
เวลาพูดถึงหรือไปยืนอยู่ตรงขอบหน้าผา
มักสื่อความหมายถึงความเสี่ยง
แต่อยู่ดีๆคนเราจะยอมเสี่ยงทำไม ถ้าไม่ได้สิ่งตอบแทน
ความตื่นเต้นท้าทายสนองสัญชาตญาณ
นักเก็ตพอยต์
๒๗ มีนาคม ๒๕๕๑
ถนนสายเลียบแม่น้ำคลูธา (Clutha River Road) สิ้นสุดที่เมืองไคลด์เวล (Clydevale) มีสะพานข้ามลำน้ำเข้าสู่ถนนเลียบฝั่งตะวันออกชื่อเหมือนเมือง คือ ถนนหุบเขาคลูธา (Clutha Valley Road) ที่มุ่งสู่เมืองใหญ่อีกเมือง คือ บาลคลูธา (Balclutha)*
บาลคลูธาเป็นที่รู้จักในนามของ เมืองแห่งมหานที ซึ่งก็คือแม่น้ำคลูธานั่นเอง เพราะแม่น้ำสายนี้เริ่มขยายใหญ่กลายเป็นดินดอนสามเหลี่ยมปากแม่น้ำอันอุดมสมบูรณ์ก่อนจะไหลลงสู่มหาสมุทรแปซิฟิก และเมืองนี้ก็จะเป็นจุดเริ่มต้นของผมบนเส้นทางสายท่องเที่ยวสำคัญที่หมายตาเอาไว้ คือ ถนนสายทิวทัศน์แดนใต้-เซาเธิร์นซีนิค (Southern Scenic Route) ที่เชื่อมแหล่งท่องเที่ยวสำคัญจากเมืองดูเนดิน (Dunedin) ทางฝั่งตะวันออกของเกาะใต้ ผ่านเมืองอินเวอร์คาร์กิล (Invercargill) ที่ผมจะไปพักคืนนี้ ไปยังเมืองเตอานาอู (Te Anau) ทางฝั่งตะวันตก
ผมมาถึงบาลคลูธาเอาตอนบ่ายสองโมงกว่า ยังมีเวลาเหลือเฟือสำหรับเที่ยวบนถนนสายนี้ แต่เนื่องจากแหล่งท่องเที่ยวมีมากมาย ทั้งทะเลสาบ น้ำตก ถ้ำ ป่า แม่น้ำ ถ้าจะกวาดทั้งหมดคงไม่ไหว ผมจึงต้องตัดสินใจเลือกที่ใดสักที่หนึ่งก่อน ผมเลือกที่ๆคิดว่าไม่เคยเห็นไม่เคยไปมาก่อน นั่นคือ ประภาคารบนโขดหินที่นักเก็ตพอยต์ (Nugget Point)
การเลือกนักเก็ตพอยต์ของผมนี้ เสี่ยง พอดู เพราะข้อมูลที่มีคือ ต้องขับรถออกนอกเส้นทางหลักไม่ต่ำกว่า ๒๐ กิโลเมตร ซึ่งนับว่าไกลกว่าจุดท่องเที่ยวอื่นๆบนเส้นทางนี้ แถมเป็นทางลูกรังส่วนหนึ่งที่ไม่รู้ว่ารถเก๋งธรรมดาจะเข้าไปได้หรือไม่ แล้วเมื่อไปถึงแล้ว จะสวยสมความพยายามไปให้ถึงหรือเปล่าก็ไม่ทราบ
แด่ด้วยคาถาเดิม ถึงก็ช่าง ไม่ถึงก็ช่าง ผมเลยไม่รีรอลังเล
จากบาลคลูธา ผมใช้เส้นทางออวาคาไฮเวย์ (Owaka Highway) ที่เป็นส่านหนึ่งของถนนสายทิวทัศน์แดนใต้-เซาเธิร์นซีนิค ได้ไม่นาน ก็เลี้ยวเข้าถนนคาคาพอยต์ (Kaka Point Road) ตรงไปยังคาคาพอยต์ จุดที่ถนนสุดชายฝั่งมหาสมุทรแปซิฟิกด้านตะวันออกเฉียงใต้ของเกาะใต้ ซึ่งมีลักษณะเป็นทุ่งเลี้ยงสัตว์บนหน้าผาริมทะเล ตามภาพกลาง
หลังจากนั้นถนนเดอะนักเก็ต (The Nuggets Road) จะเลียบชายฝั่งบนที่ราบบ้าง บนเนินเขาบ้าง ตามภาพล่าง สุดท้ายก็เป็นทางลูกรังที่สภาพค่อนข้างดีไปจนถึงที่จอดรถ ผมขับรถไป ก็ลุ้นไปตลอดทางว่าจะไปไหวมั๊ย แต่สุดท้ายเจ้าโตโยต้า โคโรล่า รุ่นปี ๑๙๙๘ ก็ไม่ทำให้ผิดหวัง
* บาลคลูธา (Balclutha) เป็นภาษาพื้นเมืองในสกอตแลนด์ หมายถึง เมืองของไคลด์ มีชื่อในภาษาเมารีว่า อีวีคาเทอา (Iwikatea) มาจาก iwi=กระดูก katea=สีซีด จากเรื่องเล่าที่ว่า ได้เกิดสงครามครั้งใหญ่บริเวณนั้นในอดีต กระดูกจากซากศพที่ถูกสุมกองไว้นานมากจนสีซีดจาง



อรุณสวัสดิ์ค่ะอาจารย์หมอเต็ม
เส้นทางสวยงามอย่างนี้ ยินดียอมรับความเสี่ยงเพื่อให้ได้ไปชมค่ะ
ประสบการณ์ที่ผ่านมาของอ. คิดว่า high rigk, high return แปรผันกันมากน้อยแค่ไหนคะ
ปล. ยินดีที่ได้กลับไปพักที่บ้านแล้วนะคะ