ถ้าเรามองโลกจากความเป็นจริง เราจะเห็นว่ามนุษย์ทุกคนเป็นพี่เป็นน้องกัน

ความคิดเห็นที่หลากหลายเป็นผลพลอยได้ที่มาจากระบบความเชื่อที่แตกต่างกัน พระอาจารย์ สุมโน ภิกขุ ได้กล่าวไว้ตอนหนึ่งว่า . . .

. . . ความเชื่อก็เป็นแค่ความเชื่อ ความเห็นก็เป็นแค่ความเห็น อาตมาจะยิ้มเสมอเมื่อได้อ่านเรื่องเกี่ยวกับผลของสิ่งที่เรียกกันว่า การสำรวจความเห็น อะไรที่ทำให้ความเห็นมีค่าขึ้นมา ในความเป็นจริงแล้วคนเรานั้นถูกต้องเสมอจากที่ๆ พวกเขามา พวกเขาถูกต้องตามแบบแผน จากความอคติของพวกเขา พวกเขาขาดความเข้าใจ พวกเขาไม่รับรู้ และพวกเขามีข้อจำกัด นี่เป็นการถูกดึงให้ห่างไกลไปจากความจริงอย่างแน่นอน ด้วยความฉลาดรอบรู้ ทำให้ไม่มีใครชี้ประเด็นข้อปัญหาการโต้แย้งที่เกิดขึ้น

จากรากเหง้าของความเกลียดชัง และการเป็นปรปักษ์ที่เกิดขึ้นระหว่างชนเผ่าต่างๆ ระหว่างวัฒนธรรมที่แตกต่าง ล้วนซ่อนตัวอยู่ในความรู้สึกที่ได้รับฝังแน่นว่าถูกต้อง นี่คือคำจำกัดความอย่างสั้นๆ ว่า ระบบความเชื่อที่ไร้แก่นสาร ความเชื่อนั้นไม่มีความเกี่ยวพันกับความเป็นจริง จากมุมมองของธรรมะในพระพุทธศาสนา เรามองเห็นว่าคนที่ยึดติดอย่างเหนียวแน่นในความเห็นของตนเอง เป็นทุกข์จากวิกฤตในเรื่องของตัวตน มันเป็นวิกฤตในเรื่องตัวตนที่แตกต่างไปจากปกติที่เราคิดไปถึง ถ้าพวกเขาหยุดพิสูจน์ความเป็นตัวตนในเผ่าพันธุ์และวัฒนธรรมของตน พวกเขาจะอยู่ร่วมกันและใช้ชีวิตร่วมกันอย่างมีความสอดคล้องกับผู้อื่น ถ้าเรามองโลกจากความเป็นจริง เราจะเห็นว่ามนุษย์ทุกคนเป็นพี่เป็นน้องกันในเรื่องของความชราภาพ ความป่วยไข้ และความตาย นี่ไม่ใช่ความเชื่อ แต่เป็นความจริง. . .

ผมคัดมาจากหนังสือ ธรรมะจากพระภูเขา หรือ “Monk In the Mountain” หน้า 50 ครับ