อาหารเป็นวัฒนธรรม ที่เกิดการแลกเปลี่ยน ถ่ายทอดกันที่เก่าแก่ที่สุด และเป็นตัวกระตุ้น ให้เกิดการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมในรูปแบบอื่นๆตามมาอีกมาก

จากการที่เกิดมีการชุมนุมทางการเมืองเกิดขึ้น 3 แห่ง คือที่ทำเนียบรัฐบาล - สนามบินสุวรรณภูมิและ ดอนเมือง ทำให้มีความรู้สึกว่า ไม่อยากออกจากบ้านไปไหนไกลๆ เคราะห์ดีที่   ที่ทำงานก็อยู่ใกล้บ้านด้วย จึงไม่ค่อยรู้สึกถึงความไม่สะดวกอะไรนัก
และในมื้อกลางวัน ก็มักจะรับประทานอาหารจานด่วนง่ายๆไม่ยุ่งยาก ซึ่งกลางวันนี้คือ Fast food ขนมจีบ ซาละเปา กับน้ำชาจีนร้อนๆ พร้อมดูรายการข่าวไปพลาง ซึ่งก็ทำให้นึกถึง วัฒนธรรมการกินอาหาร fast food แบบอื่นๆด้วย  ไม่ว่าจะเป็นอาหารของชาติใด เช่น  Mc Donald หรือ KFC เป็นต้น


ปรากฏการณ์โลกาภิวัตน์ทางวัฒนธรรมนี้   เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นในชีวิตประจำวัน จนเห็นเป็นของธรรมดาไปแล้วทั่วโลก  เนื่องมาจาก การติดต่อสื่อสารที่รวดเร็ว ง่ายดาย  การเดินทางไปมาหาสู่กันใกล้ชิด จึงทำให้เกิดการถ่ายเทแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมซึ่งกันและกันได้ง่ายขึ้น ไม่ว่า จะเป็น เรื่อง ศาสนา เสื้อผ้า อาหาร ดนตรี การละเล่นต่างๆ เป็นต้น

อาหาร เป็นวัฒนธรรมที่เกิดการแลกเปลี่ยน ถ่ายทอดกัน ที่เก่าแก่ที่สุด และจริงๆแล้ว ก็เป็น ตัวกระตุ้น ที่สำคัญ ให้เกิดการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมในรูปแบบอื่นๆตามมาอีกมาก
โดยเฉพาะอย่างยิ่งยุคที่ชาวยุโรป เริ่มเดินเรือ ไปสำรวจดินแดนใหม่ ทั้งที่ทวีปอเมริกา และการเดินเรือเข้ามาค้าขายกับคนเอเซีย และยุคล่าอาณานิคม เช่น   Christopher Columbus   เมื่อได้มาค้นพบทวีปอเมริกา ได้เป็นผู้นำเอาพริก ซึ่ง เป็นพืชพื้นเมืองของทวีปอเมริกา ไปสเปนด้วย  เมื่อปี 1493  และยังเอาไปเผยแพร่ในที่อื่นๆอีก เช่น อังกฤษ โปรตุเกส โดย ชาวโปรตุเกสก็นำไปปลูกในทวีปเอเซีย ในจีน อินเดีย ญี่ปุ่น เกาหลี อีกต่อหนึ่ง 
ชาวเกาหลี
 ทำอาหารก็มีพริก  และมีอาหารเกาหลี หลายชนิด ที่มีรสเผ็ดมาก  หรือคนจีน ในมณฑลเสฉวน ก็ทำอาหารที่เรียกว่า Szechuan food  ที่มีพริกที่เผ็ดเหลือหลาย เป็นส่วนประกอบ     การแพร่หลายของพริก ในประเทศจีน น่าจะเริ่มมาตั้งแต่ ศตวรรษที่ 17
จะเห็นได้ว่า พริกนี้  กลายเป็นส่วนผสมสำคัญในการทำอาหารของชนชาติต่างๆ  แพร่กระจายไปทุกมุมโลก ทั้งยุโรป  อเมริกา เอซีย อัฟริกา  ตะวันออกกลาง



แม้กระทั่งไทยเราเอง ก็รับวัฒนธรรมการทำขนมมาจากต่างชาติด้วยหลายชนิดด้วยกัน โดยเฉพาะ ในรัชสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช อันถือได้ว่าเป็นยุคทองของการทำขนมไทยนำโดยท่านผู้หญิงวิชาเยนทร์หรือบรรดาศักดิ์ว่า ท้าวทองกีบม้า ผู้เป็นต้นเครื่องขนมหรือของหวานในวัง ขนมทองหยิบ ทองหยอด ฝอยทอง ขนมหม้อแกง และรวมไปถึง ขนมทองโปร่ง ขนมทองพลุ ขนมสำปันนี ขนมไข่เต่า ขนมลูกชุบ ขนมผิง ทองม้วน ขนมไข่กระหรี่ปั๊บฯลฯ



ปัจจุบัน อาหารจานด่วนสัญชาติอเมริกัน เช่น แมคโดนัลด์  ได้รับความนิยมในหลายๆประเทศ  รวมทั้งในประเทศที่มีอาหารเป็นเอกลักษณ์โดดเด่นเป็นของตัวเองอยู่แล้วด้วย เช่น ไทย จีน อินเดีย อิตาลี เกาหลี ญี่ปุ่น และฝรั่งเศส  ความสำเร็จของแมคโดนัลด์ถูกลอกเลียนแบบอย่างกว้างขวาง ทั้งในด้านตัวอาหาร (ซึ่งจะมีการไปปรับเปลี่ยนรสชาดอยู่บ้าง)  
ในด้านการบริการซึ่งเป็นแบบจานด่วน และในด้านรูปแบบของการทำธุรกิจ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นการให้สัมปทาน หรือแฟรนไชส์แก่ผู้ประกอบการของแต่ละร้านโดยตรง


ดิฉันเอง เคยไปลองอาหารจานด่วน แมคโดนัลด์ ที่ประเทศ ฝรั่งเศส ซึ่งเป็นประเทศที่ทำอาหารเก่ง อาหารพวก haute cuisine ของเขา จะเป็นเสมือน วัฒนธรรมที่โดดเด่นอย่างหนึ่งของประเทศ แต่ McDonald ก็ยังอุตส่าห์เจาะเข้าไปได้ ตอนนี้ มีอาหารจานด่วนสัญชาติอเมริกันเข้าไปตั้งอยู่ไม่ต่ำกว่า 850 ร้านแล้ว ...นี่คือผลของ cultural globalization (ตัวเลขจาก * Encyclopædia Britannica 2008)
ก็รู้สึกถึงรสชาด ที่แปลกออกไปกว่าที่เคยกิน มีรสเปรี้ยวนำในสลัด และรสชาดโดยรวมอร่อยกว่าที่เคยกินทั้งหมด สงสัยว่า คงต้องปรับรสชาด ให้อร่อยถูกปาก คนฝรั่งเศส นั่นเอง

จริงๆแล้ว ชาวฝรั่งเศสได้ต่อต้าน อาหารจานด่วนแบบนี้ กันมาก แต่ก็ไม่สำเร็จ เพราะเรื่องอาหารการกิน เป็นเรื่องของความพึงพอใจในรสชาด ซึ่งเป็นเรื่องธรรมชาติ ธรรมดาของมนุษย์ และเมื่อ เกิดมีการเปลี่ยนแปลง เรื่องของชนิดและรสชาดของอาหาร ก็เป็นธรรมดาที่จะมีการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมอื่นๆ ที่เกี่ยวกับการกินมากขึ้น  เช่น ในประเทศไทย อินเดีย เดิมทีเดียวใช้มือหยิบอาหารกิน กลายเป็นมรรยาทที่ไม่พึงประสงค์บนโต๊ะอาหารแล้ว  และที่ญี่ปุ่น ผู้คนใช้มือหยิบแซนด์วิชเข้าปาก กัดกินในที่สาธารณะ มากขึ้น ไม่เป็นเรื่องแปลกแต่อย่างใด



แต่ถ้าพูดถึง fast food แบบอเมริกันแล้ว กลุ่มคน ที่จะได้ีรับอิทธิพลมากที่สุดคือ เด็กๆ
ด้วยอิทธิพลของการโฆษณาที่เย้ายวนชวนลิ้มลอง และอาจจะด้วยเป็นเพราะ อาหาร fast food เป็นอาหารที่ทางบ้านมักไม่ได้ทำให้กิน   หรืออาจจะเป็นเพราะเด็กๆรู้สึกสนุก โก้เก๋ ทันสมัย ในการมีสิทธิ์ในการเลือกชนิดอาหารด้วยตนเอง ซึ่งสิทธิของการเลือกสิ่งที่ชอบส่วนตัว เป็นวัฒนธรรมที่เด่นเป็นพิเศษของประเทศทางตะวันตก

โดยส่วนตัวแล้ว ก็จะกินอาหารประเภท fast food ไม่ว่าจะเป็นประเภทใดน้อยมาก เพราะมีความรู้สึกว่า เป็นอาหารที่  ไม่ค่อยมีประโยชน์  ส่วนใหญ่แล้วเป็นไขมันอิ่มตัว มีโปรตีน และน้ำตาลในปริมาณมากเกินความต้องการของร่างกาย
ถ้าสะสมมากเข้า จะทำให้เกิดโรคอ้วน และยังจะมีไขมันสะสมตามอวัยวะภายในร่างกาย เช่น สะสมไว้ที่หัวใจ ทำให้กล้ามเนื้อหัวใจอ่อนแอ สะสมไว้ในตับ ไต ทำให้ตับไตทำหน้าที่ได้น้อยลง สะสมไว้บริเวณผนังลำไส้ ทำให้การดูดซึมของอาหารลดน้อยลง เป็นต้น
ถ้าจะกินอาหาร fast food  ก็จะเลือกเป็นแบบไทย ซึ่งจะให้พลังงานจากไขมันและโปรตีนเหมาะสมกับความต้องการของ ร่างกายมากกว่า เช่น ก๋วยเตี๋ยว ราดหน้า ข้าวคลุกกะปิ เย็นตาโฟ เป็นต้น