จากการที่เกิดมีการชุมนุมทางการเมืองเกิดขึ้น 3
แห่ง คือที่ทำเนียบรัฐบาล - สนามบินสุวรรณภูมิและ ดอนเมือง
ทำให้มีความรู้สึกว่า ไม่อยากออกจากบ้านไปไหนไกลๆ
เคราะห์ดีที่ ที่ทำงานก็อยู่ใกล้บ้านด้วย
จึงไม่ค่อยรู้สึกถึงความไม่สะดวกอะไรนัก
และในมื้อกลางวัน
ก็มักจะรับประทานอาหารจานด่วนง่ายๆไม่ยุ่งยาก ซึ่งกลางวันนี้คือ
Fast food ขนมจีบ ซาละเปา กับน้ำชาจีนร้อนๆ
พร้อมดูรายการข่าวไปพลาง ซึ่งก็ทำให้นึกถึง
วัฒนธรรมการกินอาหาร fast food แบบอื่นๆด้วย
ไม่ว่าจะเป็นอาหารของชาติใด เช่น Mc Donald หรือ KFC
เป็นต้น
ปรากฏการณ์โลกาภิวัตน์ทางวัฒนธรรมนี้
เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นในชีวิตประจำวัน
จนเห็นเป็นของธรรมดาไปแล้วทั่วโลก เนื่องมาจาก
การติดต่อสื่อสารที่รวดเร็ว ง่ายดาย
การเดินทางไปมาหาสู่กันใกล้ชิด
จึงทำให้เกิดการถ่ายเทแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมซึ่งกันและกันได้ง่ายขึ้น
ไม่ว่า จะเป็น เรื่อง ศาสนา เสื้อผ้า อาหาร ดนตรี การละเล่นต่างๆ
เป็นต้น
อาหาร
เป็นวัฒนธรรมที่เกิดการแลกเปลี่ยน ถ่ายทอดกัน ที่เก่าแก่ที่สุด
และจริงๆแล้ว ก็เป็น ตัวกระตุ้น ที่สำคัญ
ให้เกิดการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมในรูปแบบอื่นๆตามมาอีกมาก
โดยเฉพาะอย่างยิ่งยุคที่ชาวยุโรป เริ่มเดินเรือ ไปสำรวจดินแดนใหม่
ทั้งที่ทวีปอเมริกา และการเดินเรือเข้ามาค้าขายกับคนเอเซีย
และยุคล่าอาณานิคม เช่น Christopher
Columbus
เมื่อได้มาค้นพบทวีปอเมริกา ได้เป็นผู้นำเอาพริก ซึ่ง
เป็นพืชพื้นเมืองของทวีปอเมริกา ไปสเปนด้วย เมื่อปี
1493 และยังเอาไปเผยแพร่ในที่อื่นๆอีก เช่น อังกฤษ
โปรตุเกส โดย ชาวโปรตุเกสก็นำไปปลูกในทวีปเอเซีย ในจีน
อินเดีย ญี่ปุ่น เกาหลี อีกต่อหนึ่ง
ชาวเกาหลี ทำอาหารก็มีพริก
และมีอาหารเกาหลี หลายชนิด ที่มีรสเผ็ดมาก
หรือคนจีน ในมณฑลเสฉวน ก็ทำอาหารที่เรียกว่า Szechuan
food ที่มีพริกที่เผ็ดเหลือหลาย
เป็นส่วนประกอบ การแพร่หลายของพริก
ในประเทศจีน น่าจะเริ่มมาตั้งแต่ ศตวรรษที่ 17
จะเห็นได้ว่า พริกนี้
กลายเป็นส่วนผสมสำคัญในการทำอาหารของชนชาติต่างๆ แพร่กระจายไปทุกมุมโลก
ทั้งยุโรป อเมริกา เอซีย อัฟริกา ตะวันออกกลาง
แม้กระทั่งไทยเราเอง
ก็รับวัฒนธรรมการทำขนมมาจากต่างชาติด้วยหลายชนิดด้วยกัน
โดยเฉพาะ ในรัชสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช
อันถือได้ว่าเป็นยุคทองของการทำขนมไทยนำโดยท่านผู้หญิงวิชาเยนทร์หรือบรรดาศักดิ์ว่า
ท้าวทองกีบม้า ผู้เป็นต้นเครื่องขนมหรือของหวานในวัง
ขนมทองหยิบ ทองหยอด ฝอยทอง ขนมหม้อแกง และรวมไปถึง ขนมทองโปร่ง
ขนมทองพลุ ขนมสำปันนี ขนมไข่เต่า ขนมลูกชุบ ขนมผิง ทองม้วน
ขนมไข่กระหรี่ปั๊บฯลฯ
ปัจจุบัน อาหารจานด่วนสัญชาติอเมริกัน เช่น
แมคโดนัลด์ ได้รับความนิยมในหลายๆประเทศ
รวมทั้งในประเทศที่มีอาหารเป็นเอกลักษณ์โดดเด่นเป็นของตัวเองอยู่แล้วด้วย
เช่น ไทย จีน อินเดีย อิตาลี เกาหลี ญี่ปุ่น
และฝรั่งเศส
ความสำเร็จของแมคโดนัลด์ถูกลอกเลียนแบบอย่างกว้างขวาง
ทั้งในด้านตัวอาหาร
(ซึ่งจะมีการไปปรับเปลี่ยนรสชาดอยู่บ้าง)
ในด้านการบริการซึ่งเป็นแบบจานด่วน และในด้านรูปแบบของการทำธุรกิจ
ซึ่งส่วนใหญ่เป็นการให้สัมปทาน
หรือแฟรนไชส์แก่ผู้ประกอบการของแต่ละร้านโดยตรง
ดิฉันเอง เคยไปลองอาหารจานด่วน แมคโดนัลด์ ที่ประเทศ
ฝรั่งเศส ซึ่งเป็นประเทศที่ทำอาหารเก่ง อาหารพวก haute
cuisine ของเขา จะเป็นเสมือน
วัฒนธรรมที่โดดเด่นอย่างหนึ่งของประเทศ แต่ McDonald
ก็ยังอุตส่าห์เจาะเข้าไปได้ ตอนนี้
มีอาหารจานด่วนสัญชาติอเมริกันเข้าไปตั้งอยู่ไม่ต่ำกว่า 850 ร้านแล้ว
...นี่คือผลของ cultural globalization (ตัวเลขจาก *
Encyclopædia Britannica 2008)
ก็รู้สึกถึงรสชาด ที่แปลกออกไปกว่าที่เคยกิน มีรสเปรี้ยวนำในสลัด
และรสชาดโดยรวมอร่อยกว่าที่เคยกินทั้งหมด สงสัยว่า คงต้องปรับรสชาด
ให้อร่อยถูกปาก คนฝรั่งเศส นั่นเอง
จริงๆแล้ว ชาวฝรั่งเศสได้ต่อต้าน อาหารจานด่วนแบบนี้ กันมาก
แต่ก็ไม่สำเร็จ เพราะเรื่องอาหารการกิน
เป็นเรื่องของความพึงพอใจในรสชาด ซึ่งเป็นเรื่องธรรมชาติ
ธรรมดาของมนุษย์ และเมื่อ เกิดมีการเปลี่ยนแปลง
เรื่องของชนิดและรสชาดของอาหาร
ก็เป็นธรรมดาที่จะมีการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมอื่นๆ
ที่เกี่ยวกับการกินมากขึ้น เช่น ในประเทศไทย อินเดีย
เดิมทีเดียวใช้มือหยิบอาหารกิน
กลายเป็นมรรยาทที่ไม่พึงประสงค์บนโต๊ะอาหารแล้ว และที่ญี่ปุ่น
ผู้คนใช้มือหยิบแซนด์วิชเข้าปาก กัดกินในที่สาธารณะ มากขึ้น
ไม่เป็นเรื่องแปลกแต่อย่างใด
แต่ถ้าพูดถึง fast food แบบอเมริกันแล้ว กลุ่มคน
ที่จะได้ีรับอิทธิพลมากที่สุดคือ เด็กๆ
ด้วยอิทธิพลของการโฆษณาที่เย้ายวนชวนลิ้มลอง และอาจจะด้วยเป็นเพราะ
อาหาร fast food
เป็นอาหารที่ทางบ้านมักไม่ได้ทำให้กิน
หรืออาจจะเป็นเพราะเด็กๆรู้สึกสนุก โก้เก๋ ทันสมัย
ในการมีสิทธิ์ในการเลือกชนิดอาหารด้วยตนเอง
ซึ่งสิทธิของการเลือกสิ่งที่ชอบส่วนตัว
เป็นวัฒนธรรมที่เด่นเป็นพิเศษของประเทศทางตะวันตก
โดยส่วนตัวแล้ว ก็จะกินอาหารประเภท
fast food ไม่ว่าจะเป็นประเภทใดน้อยมาก
เพราะมีความรู้สึกว่า เป็นอาหารที่
ไม่ค่อยมีประโยชน์ ส่วนใหญ่แล้วเป็นไขมันอิ่มตัว มีโปรตีน
และน้ำตาลในปริมาณมากเกินความต้องการของร่างกาย
ถ้าสะสมมากเข้า จะทำให้เกิดโรคอ้วน
และยังจะมีไขมันสะสมตามอวัยวะภายในร่างกาย เช่น สะสมไว้ที่หัวใจ
ทำให้กล้ามเนื้อหัวใจอ่อนแอ สะสมไว้ในตับ ไต
ทำให้ตับไตทำหน้าที่ได้น้อยลง สะสมไว้บริเวณผนังลำไส้
ทำให้การดูดซึมของอาหารลดน้อยลง เป็นต้น
ถ้าจะกินอาหาร fast food ก็จะเลือกเป็นแบบไทย
ซึ่งจะให้พลังงานจากไขมันและโปรตีนเหมาะสมกับความต้องการของ
ร่างกายมากกว่า เช่น ก๋วยเตี๋ยว ราดหน้า ข้าวคลุกกะปิ เย็นตาโฟ
เป็นต้น
สวัสดีค่ะ
คุณพิชชา
สวัสดีค่ะ พวกวัยเด็ก วัยรุ่น จะชอบอาหารจานด่วนกันมาก เพราะอิทธิพลของการโฆษณาที่เย้ายวนชวนลิ้มลอง
และอาจจะด้วยเป็นเพราะ อาหาร fast food เป็นอาหารที่ทางบ้านมักไม่ได้ทำให้กิน
หรืออาจจะเป็นเพราะเด็กๆรู้สึกสนุก โก้เก๋ ทันสมัย ในการมีสิทธิ์ในการเลือกชนิดอาหารด้วยตนเอง ซึ่งสิทธิของการเลือกสิ่งที่ชอบเป็นวัฒนธรรมที่เด่นเป็นพิเศษของประเทศทางตะวันตก
อากาศเย็นๆ รักษาสุขภาพเช่นกันค่ะ
แม้กระทั่ง ในประเทศ Russia
McDonald ก็เข้าไปมีกิจการอย่างใหญ่โต มั่นคงได้ และยังเข้าไปเปลี่ยนพฤติกรรมการบริการของรัสเซียด้วย คือมีความสุภาพ และมีระเบียบวินัยมากขึ้น เป็นสากลขึ้น ตั้งแต่เมื่อปี 1990 เมื่อแมคโดนัลเข้าไปเปิดกิจการ และไม่น่าเชื่อว่า จะกลายเป็นแมคโดนัล ที่มียอดขายดีมากที่สุดแห่งหนึ่ง
เป็นตัวอย่าง การถ่ายทอดวัฒนธรรมในด้านอาหาร ที่เห็นได้ชัดอีกแห่งหนึ่ง
อาหารจานด่วนนี้ก็มี 2 แบบคือแบบตะวันตก กับแบบไทยๆ ซึ่งก็ให้คุณค่าทางโภชนาการต่างกัน
อาหาร fast food แบบตะวันตก จะให้พลังงานจากไขมันและโปรตีนเกินกว่าที่มาตรฐานกำหนดให้บริโภค โดยเฉพาะไขมันที่ได้ จะมีปริมาณค่อนข้างสูง ประมาณร้อยละ 40-50 ของพลังงานทั้งหมด ซึ่งส่วนใหญ่เป็นไขมันอิ่มตัว

ในขณะที่ fast food แบบไทยเป็นอาหารที่ให้พลังงานจากไขมันและโปรตีนเหมาะสมกับความต้องการของ ร่างกาย
แต่ที่คนส่วนใหญ่เข้าใจมักจะหมายถึง fast food แบบตะวันตกมากกว่า
เรื่องเด็กๆวัยรุ่น บางทีห้ามยาก ที่จะไม่ให้กิน fast food แบบฝรั่ง ซึ่งก็ไม่ควรห้าม
แต่ให้แนะนำให้เขากินอาหารแบบไทยๆ ในมื้อต่อไป อาจเป็นอาหารจานเดียวประเภทก๋วยเตี๋ยว ราดหน้า ข้าวคลุกกะปิ เย็นตาโฟ เป็นต้น
และควรชักชวนให้เขา มากินอาหารที่บ้านร่วมกัน ให้มากที่สุด
ซึ่งอาหารที่บ้าน ให้มีอาหารครบทั้งข้าว เนื้อสัตว์ ผัก ผลไม้ ซึ่งอาจจะมีกิจกรรม มาช่วยทำกันคนละไม้คนละมือ
นอกจากจะได้คุณค่าทางอาหารที่ครบแล้วยัง เป็นความ สัมพันธ์อันดีภายในครอบครัวอีกด้วย
เจริญพร
สวัสดีค่ะ คนโรงงาน
พี่สบายดีค่ะ คุณก็คงสบายดีเช่นกันนะคะ
อยากเล่าเรื่อง ที่แมคโดนัลไปเปิดร้านที่ฮ่องกง เป็นครั้งแรก นอกจากเรื่องอาหารจะเป็นเรื่องแปลกใหม่แล้ว เรื่องพฤติกรรมดั้งเดิมต่างๆ ก็มีเปลี่ยนแปลงไปด้วยค่ะ
คือ ที่ฮ่องกง ไม่ว่า จะเป็นเรื่องการขึ้นรถเมล์ การซื้อของต่างๆ จะเป็นเรื่องของการแย่งชิงเสียเป็นส่วนใหญ่ ต้องใช้กำลัง ต้องใช้เสียงดังๆ
พอ McDonald ไปเปิดเมื่อ 1975
ก็มีฝูงชนสนใจมาซื้อกัน ไม่มีการเข้าแถว ใช้ธนบัตรโบกกันว่อน ที่แคชเชียร์
McDonald กลายมาเป็นผู้สอนมรรยาท ให้คนรู้จักการเข้าแถว เลยกลายเป็นวัฒนธรรมของคนฮ่องกงที่มีการศึกษาต่อมาค่ะ
ธุรกิจอาหารจานด่วน ก็มีส่วนดีตรงนี้ด้วยค่ะ กระตุ้นให้เกิด social transition ได้
นมัสการค่ะ ท่าน BM.chaiwut
ขอบพระคุณที่ท่านมาเยี่ยมค่ะ
พอดีวันนี้ มีเวลาว่าง จึงได้เขียนอะไรได้ ซึ่งก็คือ นึกได้มาจากอาหารที่ทานเมื่อกลางวันนี้เองค่ะ
ปกติ เป็นคนไม่ยุ่งยากเรื่องอาหาร ขอให้สด สะอาด ไม่มีสารพิษ อร่อยพอควร ก็พอใจค่ะ
ส่วนใหญ่อาหารกลางวันมักเป็นอาหารจานเดียว ชอบก๋วยเตี๋ยวค่ะ ไม่อิ่มมากดี fast food แบบไทยๆจีนๆ
ข้อที่เป็นด้านดี อีกข้อหนึ่งของธุรกิจ fast food ที่เข้าไปเริ่มเปิดกิจการ และก่อให้เกิดความเปลี่ยนแปลง ของพฤติกรรมของผู้คน ในบางประเทศ คือ ตามร้านอาหาร fast food มักต้องมีห้องน้ำ ที่สะอาดด้วย ซึ่งต่อมา กลายเป็น ความคาดหวังของลูกค้า ที่นิยมไปรับประทานอาหาร ตามร้าน ที่ห้องน้ำที่่สะอาดด้วย
เมื่อ ใดที่ McDonald เข้าไปเปิดธุรกิจ ที่ใด ก็มักจะเป็นที่คาดหวังได้ ในด้านการบริการที่ดี และห้องน้ำที่สะอาด ซึ่งจะไปช่วยกระตุ้น ให้กิจการร้านอาหารอื่นๆ ได้ ทำเช่นเดียวกันต่อไป
ข้อเสียอย่างมาก ที่ไม่ควรกินอาหารประเภทนี้บ่อยนัก เพราะมีการวิจัย เผยแพร่ออกมาเนืองๆว่า อาหารประเภท "ผัดๆ ทอดๆ" และอาหารฟาสต์ฟูด (อาหารจานด่วน) อาจมีส่วนทำให้เป็นโรคสมองเสื่อมอัลไซเมอร์ได้
มีหนังสือเล่มหนึ่งคือ The World is Flat ของ Thomas L. Friedman
หนังสือนี้ สื่อให้กับผู้อ่านว่า "โลกเราในปัจจุบันนั้นแคบลง"
โลกาภิวัตน์ หรือ Globalization นั้นเน้นอยู่ความสำคัญที่ "การขยายตัวของขอบเขตในการมีปฏิสัมพันธ์กันภายใต้เวลาที่หดน้อยลง"
.. ... โลกาภิวัตน์มีลักษณะของ "การลดความสำคัญของอาณาเขตประเทศ" (deterritorialization)
........มี "การเชื่อมโยงซึ่งกันและกัน" (interconnectedness) ของสังคมโดยข้ามพ้นพรมแดนทางภูมิศาสตร์และการเมือง
.......มี "ความเร็ว" (velocity) ของกิจกรรมทางสังคมของมนุษย์
......โลกาภิวัตน์ น่าจะเป็นกระบวนการที่มีระยะเวลายาวนาน คือมีมานานแล้ว และเกิดขึ้นพร้อมกันทั้งด้านเศรษฐกิจ การเมืองและวัฒนธรรม
ตัวอย่าง เช่น อาหารเป็นวัฒนธรรม ที่เกิดการแลกเปลี่ยน ถ่ายทอดกันที่เก่าแก่ที่สุด
ได้สาระเกี่ยวกับบอาหาร
และวัฒนธรรมที่ตามมาอย่างมากค่ะ
อย่า
ไรเสีย อาหารไทย ๆ ก็คงถูกปากคนไทยมากที่สูดด
จริงไหมคะ
สวัสดีค่ะ.พี่ศศินันท์..
ชอบข้าวคลุกกะปิเหมือนกันค่ะง.ได้สารอาหารครบด้วย..
ที่บ้านทำได้อร่อยไม่เป็นสองรองใครเลยค่ะ..
บันทึกนี้ได้สาระมากๆ..ขอบคุณมากเลยนะคะ..
พี่ศศินันท์..สบายดีนะคะ..ไม่ได้ทักทายกันนานเลย..
ด้วยความคิดถึงจริงๆค่ะ..^^
สวัสดีค่ะ คุณ พนมมุกดา
ใช่แล้วค่ะ อาหารไทย เป็นอาหารที่เลื่องชื่อมาก ในด้านของรสชาด และความประณีตในการประกอบอาหารอาหารไทย
เป็นอาหารประจำของชนชาติไทย ที่มีการสั่งสมและถ่ายทอดมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่อดีต จนเป็นเอกลักษณ์ประจำชาติ
ถือได้ว่าอาหารไทยเป็นวัฒนธรรมประจำชาติที่สำคัญของไทยได้เลยนะคะ คนไทยตั้งแต่โบราณ กินอาหารแบบเรียบง่าย มักมีปลาเป็นหลัก มีต้ม แกง และใช้น้ำมันจากมะพร้าวและกะทิมากกว่าไขมันหรือน้ำมันจากสัตว์
ช่วงที่เขียนนี้ เที่ยงแล้ว ขอไปทานผัดไทยก่อนค่ะ อาหารขึ้นชื่อประจำชาติอย่างหนึ่งเลยค่ะ
ในเ รื่องของการแลกเปลี่ยน วัฒนธรรมในด้านอาหาร มีหลายรูปแบบ แม้แต่ ในเชิงของพืชไร่ ที่จะมาปลูกเพื่อ นำมาประกอบอาหาร
จากข้อมูลของ* Encyclopædia Britannica 2008 บอกว่า...
ประมาณศตวรรษที่ 17 พืชไ ร่จำพวก ข้าวโพด มันฝรั่งและถั่วต่างๆ ซึ่งเดิมเป็นพืชดั้งเดิมของทางวีปอเมริกา ก็เข้าไปแพร่หลาย ในทุกทวีปต่อมา ด้วยการนำออกไปเผยแพร่ของColumbus และนักเดินเ รือคนอื่นๆ
มันเทศ กลายเ ป็นพืชไร่ที่นิยมกันมากในจีนตอนใต้ แต่สุดท้าย ในปัจจุบัน เมื่อมีการเพาะปลูกกันมากขึ้นๆ มันเทศกลับกลายเป็น อาหารราคาถูก สำหรับผู้มีรายได้น้อย ไม่สมกับที่ มันเทศ ได้เดินทางยากลำบากมาจากแดนไกล
ผิดกับทางไต้หวัน ที่ยังนิยมกินมันเทศ นำมันเทศมาทำอาหารสูตรต่างๆ อย่างอร่อยมากมายหลายสูตร
สวัสดีค่ะ คุณครูแอ๊ว
ดีใจที่ครูแอ๊วเข้ามาทักทาย เราไม่ได้คุยกันนานเลย คิดถึงนะคะ
ประเทศเรา มีอาหารสมบูรณ์ มีขายกันโต้รุ่งเยอะแยะ ไม่มีอด โดยมาก อาหารที่ขายกันเป็นแบบรถเข็น มักเป็นอาหารจานเดียว กินง่ายๆ
แต่ถ้าจะพิถี พิถันหน่อย เราก็มักจะทำกันที่บ้าน เช่น ข้าวคลุกกะปิ ที่ครูแอ๊วชอบ
อาหารไทยส่วนใหญ่ มีเครื่องเทศ หวานอ่อนๆ หรือไม่ก็ออกเปรี้ยวเลย เช่นยำต่างๆ
พี่ก็ชอบมากค่ะ ข้าวคลุกกะปิ พูดแล้วอยากทานเลย...
ส้มตำไทย ก็นับว่า เป็นอาหารจานด่วนชนิดหนึ่ง ที่มีขายทั่วไป ทั้งหาบ ทั้งตั้งโต๊ะขายริมทาง และทั้งเป็นเมนูประจำร้านอาหารไทยส่วนใหญ่
ส้มตำต้องกินกับผัก เช่น ผักกาดขาว ถั่วฝักยาว และจะมีข้าวเหนียวด้วยก็ได้
ส้มตำกระตุ้นการทำงานของเอนไซม์ในการกำจัดสารพิษในเซลล์
ต้านความดันโลหิตสูง
ต้านการก่อตัวของลิ่มเลือด ต้านอนุมูลอิสระ มีสารสำคัญของสุขภาพ เช่น แคโรทีนอยเป็นสารต้านอนุมูลอิสระจากธรรมชาติที่ช่วยต้านโรคมะเร็งและโรคหัวใจ
ฟลาโวนอยด์วิตามินพี หรือที่รู้จักกันในชื่อ Bioflavonoids จัดเป็นวิตามินที่ละลายได้ในน้ำ ประกอบด้วยสารที่มีสีสดกลุ่มหนึ่ง ซึ่งพบมากในผลไม้และผักโดยเฉพาะผลไม้รสเปรี้ยว มาคู่กับวิตามินซี เสมอ แต่จะไม่พบในวิตามินที่สังเคราะห์ขึ้นมา เ ป็นต้น
ในเรื่องของขนม ประเทศไทยเราเอง ก็รับวัฒนธรรมการทำขนมมาจากต่างชาติด้วยหลายชนิดด้วยกัน โดยเฉพาะ ในรัชสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช อันถือได้ว่าเป็นยุคทองของการทำขนมไทยนำโดยท่านผู้หญิงวิชาเยนทร์หรือบรรดาศักดิ์ว่า ท้าวทองกีบม้า
ในงาน "นิทรรศการขนมนานาชาติ" ซึ่งจัดโดย
ภาควิชาภาษาตะวันออก คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เมื่อปี พ.ศ.2541 ได้แสดงข้อมูลไว้ดังนี้...
ได้จำแนกกลุ่มขนมหวานของไทยที่ได้รับอิทธิพลจาก
วัฒนธรรมโปรตุเกส คือ ทองหยิบ ฝอยทอง ทองหยอด บ้าบิ่น ลูกชุบ ขนมผิง ทองม้วน ขนมหม้อแกง ขนมไข่กระหรี่ปั๊บ
มีหลักฐานพบว่า ในโปรตุเกส ขนมที่ชื่อ
ตรูซูช ดาช กัลดัช (Trouxos das caldas) คือ ต้นตำรับของขนม ทองหยิบ
และขนม Fios de Ovos คือ ขนมฝอยทอง
ส่วนขนม เกลชาดาซ เดอ กรูอิงบรา (Queijadas de Coimbra) เป็นต้นตำรับ
ขนมบ้าบิ่น ของไทย ซึ่งใช้เนยแข็ง แต่ในบ้านเราใช้มะพร้าวแทน
สำหรับ ลูกชุบ เป็นขนมประจำถิ่นโปรตุเกส
แพร่หลายมาถึงย่านเมดิเตอร์เรเนียนแถบฝรั่งเศสตอนใต้
เพราะอยู่ใกล้บ้าน เช่น เมืองนีซ เมืองคานส์ ก็มีขนมลูกชุบมากมาย
ลูกชุบในภาษาโปรตุเกส เรียกว่า Massapa'es
เป็นขนมประจำถิ่นของ แคว้นอัลการ์วิ (Aigaeve)
โดยโปรตุเกสใช้เม็ด อัลมอนด์ เป็นส่วนผสมสำคัญ
แต่บ้านเราไม่มี จึงต้องคิดด้วยการใช้ ถั่วเขียว แทน
ท่านท้าวทองกีบม้า เป็นผู้ที่ สั่งสอนให้ชาวสยามทำของหวาน คือ ขนมทองหยิบ ทองหยอด ฝอยทอง ขนมทองโปร่ง ทองพลุ ขนมผิง ขนมฝรั่ง ขนมผิง ขนมไข่เต่า ขนมทองม้วน ขนมสัมปันนี ขนมหม้อแกง เป็นต้น
นี่คือ วัฒธรรมขนมหวานจากชาวโปรตุเกส ซึ่งไทยเรา มักนิยมนำมาจัดเลี้ยงในงานพิธีมงคลต่างๆ ตั้งแต่สมัยอยุธยา สืบมาจนถึงทุกวันนี้