โลกาภิวัตน์ทางวัฒนธรรม::: อาหารการกิน


อาหารเป็นวัฒนธรรม ที่เกิดการแลกเปลี่ยน ถ่ายทอดกันที่เก่าแก่ที่สุด และเป็นตัวกระตุ้น ให้เกิดการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมในรูปแบบอื่นๆตามมาอีกมาก

จากการที่เกิดมีการชุมนุมทางการเมืองเกิดขึ้น 3 แห่ง คือที่ทำเนียบรัฐบาล - สนามบินสุวรรณภูมิและ ดอนเมือง ทำให้มีความรู้สึกว่า ไม่อยากออกจากบ้านไปไหนไกลๆ เคราะห์ดีที่   ที่ทำงานก็อยู่ใกล้บ้านด้วย จึงไม่ค่อยรู้สึกถึงความไม่สะดวกอะไรนัก
และในมื้อกลางวัน ก็มักจะรับประทานอาหารจานด่วนง่ายๆไม่ยุ่งยาก ซึ่งกลางวันนี้คือ Fast food ขนมจีบ ซาละเปา กับน้ำชาจีนร้อนๆ พร้อมดูรายการข่าวไปพลาง ซึ่งก็ทำให้นึกถึง วัฒนธรรมการกินอาหาร fast food แบบอื่นๆด้วย  ไม่ว่าจะเป็นอาหารของชาติใด เช่น  Mc Donald หรือ KFC เป็นต้น


ปรากฏการณ์โลกาภิวัตน์ทางวัฒนธรรมนี้   เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นในชีวิตประจำวัน จนเห็นเป็นของธรรมดาไปแล้วทั่วโลก  เนื่องมาจาก การติดต่อสื่อสารที่รวดเร็ว ง่ายดาย  การเดินทางไปมาหาสู่กันใกล้ชิด จึงทำให้เกิดการถ่ายเทแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมซึ่งกันและกันได้ง่ายขึ้น ไม่ว่า จะเป็น เรื่อง ศาสนา เสื้อผ้า อาหาร ดนตรี การละเล่นต่างๆ เป็นต้น

อาหาร เป็นวัฒนธรรมที่เกิดการแลกเปลี่ยน ถ่ายทอดกัน ที่เก่าแก่ที่สุด และจริงๆแล้ว ก็เป็น ตัวกระตุ้น ที่สำคัญ ให้เกิดการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมในรูปแบบอื่นๆตามมาอีกมาก
โดยเฉพาะอย่างยิ่งยุคที่ชาวยุโรป เริ่มเดินเรือ ไปสำรวจดินแดนใหม่ ทั้งที่ทวีปอเมริกา และการเดินเรือเข้ามาค้าขายกับคนเอเซีย และยุคล่าอาณานิคม เช่น   Christopher Columbus   เมื่อได้มาค้นพบทวีปอเมริกา ได้เป็นผู้นำเอาพริก ซึ่ง เป็นพืชพื้นเมืองของทวีปอเมริกา ไปสเปนด้วย  เมื่อปี 1493  และยังเอาไปเผยแพร่ในที่อื่นๆอีก เช่น อังกฤษ โปรตุเกส โดย ชาวโปรตุเกสก็นำไปปลูกในทวีปเอเซีย ในจีน อินเดีย ญี่ปุ่น เกาหลี อีกต่อหนึ่ง 
ชาวเกาหลี
 ทำอาหารก็มีพริก  และมีอาหารเกาหลี หลายชนิด ที่มีรสเผ็ดมาก  หรือคนจีน ในมณฑลเสฉวน ก็ทำอาหารที่เรียกว่า Szechuan food  ที่มีพริกที่เผ็ดเหลือหลาย เป็นส่วนประกอบ     การแพร่หลายของพริก ในประเทศจีน น่าจะเริ่มมาตั้งแต่ ศตวรรษที่ 17
จะเห็นได้ว่า พริกนี้  กลายเป็นส่วนผสมสำคัญในการทำอาหารของชนชาติต่างๆ  แพร่กระจายไปทุกมุมโลก ทั้งยุโรป  อเมริกา เอซีย อัฟริกา  ตะวันออกกลาง



แม้กระทั่งไทยเราเอง ก็รับวัฒนธรรมการทำขนมมาจากต่างชาติด้วยหลายชนิดด้วยกัน โดยเฉพาะ ในรัชสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช อันถือได้ว่าเป็นยุคทองของการทำขนมไทยนำโดยท่านผู้หญิงวิชาเยนทร์หรือบรรดาศักดิ์ว่า ท้าวทองกีบม้า ผู้เป็นต้นเครื่องขนมหรือของหวานในวัง ขนมทองหยิบ ทองหยอด ฝอยทอง ขนมหม้อแกง และรวมไปถึง ขนมทองโปร่ง ขนมทองพลุ ขนมสำปันนี ขนมไข่เต่า ขนมลูกชุบ ขนมผิง ทองม้วน ขนมไข่กระหรี่ปั๊บฯลฯ



ปัจจุบัน อาหารจานด่วนสัญชาติอเมริกัน เช่น แมคโดนัลด์  ได้รับความนิยมในหลายๆประเทศ  รวมทั้งในประเทศที่มีอาหารเป็นเอกลักษณ์โดดเด่นเป็นของตัวเองอยู่แล้วด้วย เช่น ไทย จีน อินเดีย อิตาลี เกาหลี ญี่ปุ่น และฝรั่งเศส  ความสำเร็จของแมคโดนัลด์ถูกลอกเลียนแบบอย่างกว้างขวาง ทั้งในด้านตัวอาหาร (ซึ่งจะมีการไปปรับเปลี่ยนรสชาดอยู่บ้าง)  
ในด้านการบริการซึ่งเป็นแบบจานด่วน และในด้านรูปแบบของการทำธุรกิจ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นการให้สัมปทาน หรือแฟรนไชส์แก่ผู้ประกอบการของแต่ละร้านโดยตรง


ดิฉันเอง เคยไปลองอาหารจานด่วน แมคโดนัลด์ ที่ประเทศ ฝรั่งเศส ซึ่งเป็นประเทศที่ทำอาหารเก่ง อาหารพวก haute cuisine ของเขา จะเป็นเสมือน วัฒนธรรมที่โดดเด่นอย่างหนึ่งของประเทศ แต่ McDonald ก็ยังอุตส่าห์เจาะเข้าไปได้ ตอนนี้ มีอาหารจานด่วนสัญชาติอเมริกันเข้าไปตั้งอยู่ไม่ต่ำกว่า 850 ร้านแล้ว ...นี่คือผลของ cultural globalization (ตัวเลขจาก * Encyclopædia Britannica 2008)
ก็รู้สึกถึงรสชาด ที่แปลกออกไปกว่าที่เคยกิน มีรสเปรี้ยวนำในสลัด และรสชาดโดยรวมอร่อยกว่าที่เคยกินทั้งหมด สงสัยว่า คงต้องปรับรสชาด ให้อร่อยถูกปาก คนฝรั่งเศส นั่นเอง

จริงๆแล้ว ชาวฝรั่งเศสได้ต่อต้าน อาหารจานด่วนแบบนี้ กันมาก แต่ก็ไม่สำเร็จ เพราะเรื่องอาหารการกิน เป็นเรื่องของความพึงพอใจในรสชาด ซึ่งเป็นเรื่องธรรมชาติ ธรรมดาของมนุษย์ และเมื่อ เกิดมีการเปลี่ยนแปลง เรื่องของชนิดและรสชาดของอาหาร ก็เป็นธรรมดาที่จะมีการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมอื่นๆ ที่เกี่ยวกับการกินมากขึ้น  เช่น ในประเทศไทย อินเดีย เดิมทีเดียวใช้มือหยิบอาหารกิน กลายเป็นมรรยาทที่ไม่พึงประสงค์บนโต๊ะอาหารแล้ว  และที่ญี่ปุ่น ผู้คนใช้มือหยิบแซนด์วิชเข้าปาก กัดกินในที่สาธารณะ มากขึ้น ไม่เป็นเรื่องแปลกแต่อย่างใด



แต่ถ้าพูดถึง fast food แบบอเมริกันแล้ว กลุ่มคน ที่จะได้ีรับอิทธิพลมากที่สุดคือ เด็กๆ
ด้วยอิทธิพลของการโฆษณาที่เย้ายวนชวนลิ้มลอง และอาจจะด้วยเป็นเพราะ อาหาร fast food เป็นอาหารที่ทางบ้านมักไม่ได้ทำให้กิน   หรืออาจจะเป็นเพราะเด็กๆรู้สึกสนุก โก้เก๋ ทันสมัย ในการมีสิทธิ์ในการเลือกชนิดอาหารด้วยตนเอง ซึ่งสิทธิของการเลือกสิ่งที่ชอบส่วนตัว เป็นวัฒนธรรมที่เด่นเป็นพิเศษของประเทศทางตะวันตก

โดยส่วนตัวแล้ว ก็จะกินอาหารประเภท fast food ไม่ว่าจะเป็นประเภทใดน้อยมาก เพราะมีความรู้สึกว่า เป็นอาหารที่  ไม่ค่อยมีประโยชน์  ส่วนใหญ่แล้วเป็นไขมันอิ่มตัว มีโปรตีน และน้ำตาลในปริมาณมากเกินความต้องการของร่างกาย
ถ้าสะสมมากเข้า จะทำให้เกิดโรคอ้วน และยังจะมีไขมันสะสมตามอวัยวะภายในร่างกาย เช่น สะสมไว้ที่หัวใจ ทำให้กล้ามเนื้อหัวใจอ่อนแอ สะสมไว้ในตับ ไต ทำให้ตับไตทำหน้าที่ได้น้อยลง สะสมไว้บริเวณผนังลำไส้ ทำให้การดูดซึมของอาหารลดน้อยลง เป็นต้น
ถ้าจะกินอาหาร fast food  ก็จะเลือกเป็นแบบไทย ซึ่งจะให้พลังงานจากไขมันและโปรตีนเหมาะสมกับความต้องการของ ร่างกายมากกว่า เช่น ก๋วยเตี๋ยว ราดหน้า ข้าวคลุกกะปิ เย็นตาโฟ เป็นต้น

หมายเลขบันทึก: 226140เขียนเมื่อ 28 พฤศจิกายน 2008 21:53 น. ()แก้ไขเมื่อ 6 กันยายน 2013 19:55 น. ()สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ


ความเห็น (66)

สวัสดีค่ะ

  • บ้านเราอาหาร fast food ทั้งวัยเด็ก วัยรุ่น วันผู้ใหญ่หลายคนชอบดูโก้เก๋ ทันสมัย 
  • แต่เมืองนอกดูเขาเป็นอาหารที่อยากเลือกเป็นอันดับท้าย ๆ นะคะ
  • อากาศเย็นลงอีกแล้วรักษาสุขภาพค่ะ

คุณพิชชา 

สวัสดีค่ะ  พวกวัยเด็ก วัยรุ่น จะชอบอาหารจานด่วนกันมาก เพราะอิทธิพลของการโฆษณาที่เย้ายวนชวนลิ้มลอง
 และอาจจะด้วยเป็นเพราะ อาหาร fast food เป็นอาหารที่ทางบ้านมักไม่ได้ทำให้กิน
 หรืออาจจะเป็นเพราะเด็กๆรู้สึกสนุก โก้เก๋ ทันสมัย ในการมีสิทธิ์ในการเลือกชนิดอาหารด้วยตนเอง ซึ่งสิทธิของการเลือกสิ่งที่ชอบเป็นวัฒนธรรมที่เด่นเป็นพิเศษของประเทศทางตะวันตก
อากาศเย็นๆ รักษาสุขภาพเช่นกันค่ะ 

แม้กระทั่ง ในประเทศ  Russia
McDonald ก็เข้าไปมีกิจการอย่างใหญ่โต มั่นคงได้  และยังเข้าไปเปลี่ยนพฤติกรรมการบริการของรัสเซียด้วย คือมีความสุภาพ และมีระเบียบวินัยมากขึ้น เป็นสากลขึ้น ตั้งแต่เมื่อปี 1990 เมื่อแมคโดนัลเข้าไปเปิดกิจการ และไม่น่าเชื่อว่า จะกลายเป็นแมคโดนัล ที่มียอดขายดีมากที่สุดแห่งหนึ่ง

เป็นตัวอย่าง การถ่ายทอดวัฒนธรรมในด้านอาหาร ที่เห็นได้ชัดอีกแห่งหนึ่ง

อาหารจานด่วนนี้ก็มี 2 แบบคือแบบตะวันตก กับแบบไทยๆ ซึ่งก็ให้คุณค่าทางโภชนาการต่างกัน

อาหาร fast food แบบตะวันตก จะให้พลังงานจากไขมันและโปรตีนเกินกว่าที่มาตรฐานกำหนดให้บริโภค โดยเฉพาะไขมันที่ได้ จะมีปริมาณค่อนข้างสูง ประมาณร้อยละ 40-50 ของพลังงานทั้งหมด ซึ่งส่วนใหญ่เป็นไขมันอิ่มตัว
ในขณะที่ fast food แบบไทยเป็นอาหารที่ให้พลังงานจากไขมันและโปรตีนเหมาะสมกับความต้องการของ ร่างกาย
แต่ที่คนส่วนใหญ่เข้าใจมักจะหมายถึง fast food แบบตะวันตกมากกว่า

เรื่องเด็กๆวัยรุ่น บางทีห้ามยาก ที่จะไม่ให้กิน fast food แบบฝรั่ง ซึ่งก็ไม่ควรห้าม
แต่ให้แนะนำให้เขากินอาหารแบบไทยๆ ในมื้อต่อไป อาจเป็นอาหารจานเดียวประเภทก๋วยเตี๋ยว ราดหน้า ข้าวคลุกกะปิ เย็นตาโฟ เป็นต้น
และควรชักชวนให้เขา มากินอาหารที่บ้านร่วมกัน ให้มากที่สุด
ซึ่งอาหารที่บ้าน ให้มีอาหารครบทั้งข้าว เนื้อสัตว์ ผัก ผลไม้ ซึ่งอาจจะมีกิจกรรม มาช่วยทำกันคนละไม้คนละมือ
นอกจากจะได้คุณค่าทางอาหารที่ครบแล้วยัง เป็นความ สัมพันธ์อันดีภายในครอบครัวอีกด้วย


  • ขอบคุณที่ให้ความรู้เรื่องอาหาร อย่างต่อเนื่อง
  • พี่ ศศินันท์ สบายดีนะครับ

สวัสดีค่ะ คนโรงงาน 
พี่สบายดีค่ะ คุณก็คงสบายดีเช่นกันนะคะ

อยากเล่าเรื่อง ที่แมคโดนัลไปเปิดร้านที่ฮ่องกง เป็นครั้งแรก นอกจากเรื่องอาหารจะเป็นเรื่องแปลกใหม่แล้ว เรื่องพฤติกรรมดั้งเดิมต่างๆ ก็มีเปลี่ยนแปลงไปด้วยค่ะ
คือ ที่ฮ่องกง ไม่ว่า จะเป็นเรื่องการขึ้นรถเมล์ การซื้อของต่างๆ จะเป็นเรื่องของการแย่งชิงเสียเป็นส่วนใหญ่ ต้องใช้กำลัง ต้องใช้เสียงดังๆ
พอ McDonald ไปเปิดเมื่อ  1975
ก็มีฝูงชนสนใจมาซื้อกัน ไม่มีการเข้าแถว ใช้ธนบัตรโบกกันว่อน ที่แคชเชียร์
McDonald กลายมาเป็นผู้สอนมรรยาท ให้คนรู้จักการเข้าแถว เลยกลายเป็นวัฒนธรรมของคนฮ่องกงที่มีการศึกษาต่อมาค่ะ
ธุรกิจอาหารจานด่วน ก็มีส่วนดีตรงนี้ด้วยค่ะ กระตุ้นให้เกิด social transition ได้

นมัสการค่ะ ท่าน BM.chaiwut
ขอบพระคุณที่ท่านมาเยี่ยมค่ะ

พอดีวันนี้ มีเวลาว่าง จึงได้เขียนอะไรได้ ซึ่งก็คือ นึกได้มาจากอาหารที่ทานเมื่อกลางวันนี้เองค่ะ
ปกติ เป็นคนไม่ยุ่งยากเรื่องอาหาร ขอให้สด สะอาด ไม่มีสารพิษ อร่อยพอควร ก็พอใจค่ะ
ส่วนใหญ่อาหารกลางวันมักเป็นอาหารจานเดียว ชอบก๋วยเตี๋ยวค่ะ ไม่อิ่มมากดี fast food แบบไทยๆจีนๆ

 

ข้อที่เป็นด้านดี อีกข้อหนึ่งของธุรกิจ fast food ที่เข้าไปเริ่มเปิดกิจการ และก่อให้เกิดความเปลี่ยนแปลง ของพฤติกรรมของผู้คน ในบางประเทศ คือ ตามร้านอาหาร fast food  มักต้องมีห้องน้ำ ที่สะอาดด้วย  ซึ่งต่อมา กลายเป็น ความคาดหวังของลูกค้า ที่นิยมไปรับประทานอาหาร ตามร้าน ที่ห้องน้ำที่่สะอาดด้วย
เมื่อ ใดที่ McDonald เข้าไปเปิดธุรกิจ ที่ใด ก็มักจะเป็นที่คาดหวังได้ ในด้านการบริการที่ดี และห้องน้ำที่สะอาด ซึ่งจะไปช่วยกระตุ้น ให้กิจการร้านอาหารอื่นๆ ได้ ทำเช่นเดียวกันต่อไป

ข้อเสียอย่างมาก ที่ไม่ควรกินอาหารประเภทนี้บ่อยนัก เพราะมีการวิจัย เผยแพร่ออกมาเนืองๆว่า อาหารประเภท "ผัดๆ ทอดๆ" และอาหารฟาสต์ฟูด (อาหารจานด่วน) อาจมีส่วนทำให้เป็นโรคสมองเสื่อมอัลไซเมอร์ได้

มีหนังสือเล่มหนึ่งคือ The World is Flat ของ Thomas L. Friedman
 หนังสือนี้ สื่อให้กับผู้อ่านว่า "โลกเราในปัจจุบันนั้นแคบลง"
โลกาภิวัตน์ หรือ Globalization นั้นเน้นอยู่ความสำคัญที่ "การขยายตัวของขอบเขตในการมีปฏิสัมพันธ์กันภายใต้เวลาที่หดน้อยลง"
.. ... โลกาภิวัตน์มีลักษณะของ "การลดความสำคัญของอาณาเขตประเทศ" (deterritorialization)

........มี "การเชื่อมโยงซึ่งกันและกัน" (interconnectedness) ของสังคมโดยข้ามพ้นพรมแดนทางภูมิศาสตร์และการเมือง

.......มี "ความเร็ว" (velocity) ของกิจกรรมทางสังคมของมนุษย์

......โลกาภิวัตน์ น่าจะเป็นกระบวนการที่มีระยะเวลายาวนาน คือมีมานานแล้ว และเกิดขึ้นพร้อมกันทั้งด้านเศรษฐกิจ การเมืองและวัฒนธรรม
ตัวอย่าง เช่น อาหารเป็นวัฒนธรรม ที่เกิดการแลกเปลี่ยน ถ่ายทอดกันที่เก่าแก่ที่สุด

ได้สาระเกี่ยวกับบอาหาร

และวัฒนธรรมที่ตามมาอย่างมากค่ะ

อย่า

ไรเสีย อาหารไทย ๆ ก็คงถูกปากคนไทยมากที่สูดด

จริงไหมคะ

สวัสดีค่ะ.พี่ศศินันท์..

ชอบข้าวคลุกกะปิเหมือนกันค่ะง.ได้สารอาหารครบด้วย..

ที่บ้านทำได้อร่อยไม่เป็นสองรองใครเลยค่ะ..

บันทึกนี้ได้สาระมากๆ..ขอบคุณมากเลยนะคะ..

พี่ศศินันท์..สบายดีนะคะ..ไม่ได้ทักทายกันนานเลย..

ด้วยความคิดถึงจริงๆค่ะ..^^

สวัสดีค่ะ คุณ พนมมุกดา
ใช่แล้วค่ะ อาหารไทย เป็นอาหารที่เลื่องชื่อมาก ในด้านของรสชาด และความประณีตในการประกอบอาหารอาหารไทย
เป็นอาหารประจำของชนชาติไทย ที่มีการสั่งสมและถ่ายทอดมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่อดีต จนเป็นเอกลักษณ์ประจำชาติ

ถือได้ว่าอาหารไทยเป็นวัฒนธรรมประจำชาติที่สำคัญของไทยได้เลยนะคะ  คนไทยตั้งแต่โบราณ  กินอาหารแบบเรียบง่าย  มักมีปลาเป็นหลัก มีต้ม แกง และใช้น้ำมันจากมะพร้าวและกะทิมากกว่าไขมันหรือน้ำมันจากสัตว์
ช่วงที่เขียนนี้ เที่ยงแล้ว ขอไปทานผัดไทยก่อนค่ะ อาหารขึ้นชื่อประจำชาติอย่างหนึ่งเลยค่ะ

ในเ รื่องของการแลกเปลี่ยน  วัฒนธรรมในด้านอาหาร มีหลายรูปแบบ     แม้แต่ ในเชิงของพืชไร่ ที่จะมาปลูกเพื่อ นำมาประกอบอาหาร
 จากข้อมูลของ* Encyclopædia Britannica 2008 บอกว่า...

ประมาณศตวรรษที่ 17   พืชไ ร่จำพวก ข้าวโพด มันฝรั่งและถั่วต่างๆ ซึ่งเดิมเป็นพืชดั้งเดิมของทางวีปอเมริกา  ก็เข้าไปแพร่หลาย ในทุกทวีปต่อมา ด้วยการนำออกไปเผยแพร่ของColumbus และนักเดินเ รือคนอื่นๆ
มันเทศ กลายเ ป็นพืชไร่ที่นิยมกันมากในจีนตอนใต้  แต่สุดท้าย ในปัจจุบัน เมื่อมีการเพาะปลูกกันมากขึ้นๆ มันเทศกลับกลายเป็น อาหารราคาถูก สำหรับผู้มีรายได้น้อย ไม่สมกับที่ มันเทศ ได้เดินทางยากลำบากมาจากแดนไกล
 ผิดกับทางไต้หวัน ที่ยังนิยมกินมันเทศ นำมันเทศมาทำอาหารสูตรต่างๆ อย่างอร่อยมากมายหลายสูตร

 สวัสดีค่ะ คุณครูแอ๊ว

ดีใจที่ครูแอ๊วเข้ามาทักทาย เราไม่ได้คุยกันนานเลย คิดถึงนะคะ
ประเทศเรา มีอาหารสมบูรณ์ มีขายกันโต้รุ่งเยอะแยะ ไม่มีอด โดยมาก อาหารที่ขายกันเป็นแบบรถเข็น  มักเป็นอาหารจานเดียว กินง่ายๆ
แต่ถ้าจะพิถี พิถันหน่อย เราก็มักจะทำกันที่บ้าน เช่น ข้าวคลุกกะปิ ที่ครูแอ๊วชอบ
 อาหารไทยส่วนใหญ่ มีเครื่องเทศ หวานอ่อนๆ หรือไม่ก็ออกเปรี้ยวเลย เช่นยำต่างๆ
พี่ก็ชอบมากค่ะ ข้าวคลุกกะปิ พูดแล้วอยากทานเลย...

ส้มตำไทย ก็นับว่า เป็นอาหารจานด่วนชนิดหนึ่ง ที่มีขายทั่วไป ทั้งหาบ ทั้งตั้งโต๊ะขายริมทาง และทั้งเป็นเมนูประจำร้านอาหารไทยส่วนใหญ่
ส้มตำต้องกินกับผัก เช่น ผักกาดขาว ถั่วฝักยาว และจะมีข้าวเหนียวด้วยก็ได้
ส้มตำกระตุ้นการทำงานของเอนไซม์ในการกำจัดสารพิษในเซลล์
ต้านความดันโลหิตสูง  
ต้านการก่อตัวของลิ่มเลือด ต้านอนุมูลอิสระ มีสารสำคัญของสุขภาพ เช่น แคโรทีนอยเป็นสารต้านอนุมูลอิสระจากธรรมชาติที่ช่วยต้านโรคมะเร็งและโรคหัวใจ 
 ฟลาโวนอยด์วิตามินพี หรือที่รู้จักกันในชื่อ Bioflavonoids
 จัดเป็นวิตามินที่ละลายได้ในน้ำ ประกอบด้วยสารที่มีสีสดกลุ่มหนึ่ง ซึ่งพบมากในผลไม้และผักโดยเฉพาะผลไม้รสเปรี้ยว มาคู่กับวิตามินซี เสมอ แต่จะไม่พบในวิตามินที่สังเคราะห์ขึ้นมา เ ป็นต้น

ในเรื่องของขนม  ประเทศไทยเราเอง ก็รับวัฒนธรรมการทำขนมมาจากต่างชาติด้วยหลายชนิดด้วยกัน โดยเฉพาะ ในรัชสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช อันถือได้ว่าเป็นยุคทองของการทำขนมไทยนำโดยท่านผู้หญิงวิชาเยนทร์หรือบรรดาศักดิ์ว่า ท้าวทองกีบม้า

ในงาน "นิทรรศการขนมนานาชาติ" ซึ่งจัดโดย
ภาควิชาภาษาตะวันออก คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เมื่อปี พ.ศ.2541 ได้แสดงข้อมูลไว้ดังนี้...
ได้จำแนกกลุ่มขนมหวานของไทยที่ได้รับอิทธิพลจาก
วัฒนธรรมโปรตุเกส คือ ทองหยิบ ฝอยทอง ทองหยอด บ้าบิ่น ลูกชุบ ขนมผิง ทองม้วน ขนมหม้อแกง ขนมไข่กระหรี่ปั๊บ

มีหลักฐานพบว่า ในโปรตุเกส ขนมที่ชื่อ
ตรูซูช ดาช กัลดัช (Trouxos das caldas) คือ ต้นตำรับของขนม ทองหยิบ
และขนม Fios de Ovos คือ ขนมฝอยทอง
ส่วนขนม เกลชาดาซ เดอ กรูอิงบรา (Queijadas de Coimbra) เป็นต้นตำรับ
ขนมบ้าบิ่น ของไทย ซึ่งใช้เนยแข็ง แต่ในบ้านเราใช้มะพร้าวแทน

สำหรับ ลูกชุบ เป็นขนมประจำถิ่นโปรตุเกส
แพร่หลายมาถึงย่านเมดิเตอร์เรเนียนแถบฝรั่งเศสตอนใต้
เพราะอยู่ใกล้บ้าน เช่น เมืองนีซ เมืองคานส์ ก็มีขนมลูกชุบมากมาย
ลูกชุบในภาษาโปรตุเกส เรียกว่า Massapa'es
เป็นขนมประจำถิ่นของ แคว้นอัลการ์วิ (Aigaeve)
โดยโปรตุเกสใช้เม็ด อัลมอนด์ เป็นส่วนผสมสำคัญ
แต่บ้านเราไม่มี จึงต้องคิดด้วยการใช้ ถั่วเขียว แทน 

ท่านท้าวทองกีบม้า เป็นผู้ที่ สั่งสอนให้ชาวสยามทำของหวาน คือ ขนมทองหยิบ ทองหยอด ฝอยทอง ขนมทองโปร่ง ทองพลุ ขนมผิง ขนมฝรั่ง ขนมผิง ขนมไข่เต่า ขนมทองม้วน ขนมสัมปันนี ขนมหม้อแกง เป็นต้น
นี่คือ วัฒธรรมขนมหวานจากชาวโปรตุเกส ซึ่งไทยเรา มักนิยมนำมาจัดเลี้ยงในงานพิธีมงคลต่างๆ ตั้งแต่สมัยอยุธยา  สืบมาจนถึงทุกวันนี้

นั่งอ่านบันทึกพี่ศศิ ลูกชายมาอ่านด้วยและพูดคุยว่า McDonald เปิดร้านครั้งแรกแถว ๆ ฮอลลีวู้ด  เจ้าของกิจการ(คนแรกเลย) ไม่นึกไม่ฝันเหมือนกัน ไม่น่าเชื่อว่าเขาจะดังและขยายไปทั่วโลก อย่างนี้

น้องภูคาดอีกด้วยว่า KFC อีกหน่อยคงต้องผันตัวเองเป็น KFS (Kentucky fried shrimp)  เพราะกระแสรักษาสุขภาพ

(ไม่รู้เขาอ่านมาจากที่ไหนหรือเปล่าค่ะ  เล่าให้แม่ฟัง  อดไม่ได้ต้องเล่าที่นี่)

แต่เดี๋ยวนี้โรงเรียนเพาะบ่มจนเขาไม่นิยมแล้วนะคะ กับ Fast food ยกเครดิตให้โรงเรียนของลูกค่ะ

สวัสดีค่ะ คุณหมอเล็ก
น้องภู เก่งจังค่ะ พี่น้องแมคโดนัลด์ ที่แคลิฟอร์เนีย เป็นเจ้าของคนแรกเลย แต่จะอยู่ใกล้ฮอลิวู้ดหรือเปล่า  ไม่แน่ใจค่ะ แต่ก็คงใช่ เพราะฮอลิวู้ด ก็อยู่ในแคลิฟอร์เนีย

ที่จะเป็น KFS ก็เป็นไปได้อีก ถ้าคนกลัวไก่มากๆนะคะ ไก่โรคมาก แต่กุ้งก็มียาปฎิชีวนะสูงมากนะคะ เพราะรู้จักกับคนเลี้ยงกุ้งค่ะ
โรงเรียนน้องภูดีมากค่ะ ที่ให้ความรู้และสอนเด็กจน เข้าใจว่า fast foodมีข้อเสียอย่างไร  น้องภูเป็นผู้ใหญ่เกินวัยค่ะ น่ารักมาก คุณหมอโชคดีมากค่ะ

ผู้สร้างแมคโดนัลด์ขึ้นจนเป็นตำนานเป็นชาวอเมริกันชื่อ Raymond Kroc เสียชีวิตเมื่อปี 2527  เมื่อมีชีวิตอยู่  เขาได้เล่าการสร้างแมคโดนัลด์ไว้ในหนังสือแนวความทรงจำชื่อ Grinding It Out : The Making of McDonald"s.
เขายกคำประพันธ์ ของวิลเลียม เชกสเปียร์ ในบทละครเรื่องจูเลียส ซีซาร์ ตอนบรูตัสกำลังสมรู้ร่วมคิดกับแคสเชียสเพื่อสังหารซีซาร์
คำประพันธ์นั้นคือ ปรัชญาที่ผู้เขียนนำมาใช้ในชีวิตประจำวันและในการทำธุรกิจของเขาค่ะ....ใจความทั้งหมดคือ น้ำขึ้น ให้รีบตัก


There is a tide in the affairs of men,

Which, taken at the flood, leads on to fortune;

Omitted, at the voyage of their life

Is bound in shallows and in miseries.

On such a full sea are we now afloat,

And we must take the current when it serves,

Or lose our ventures.

เขามองแล้ว มีวิสัยทัศน์ว่า ธุรกิจอาหารจานด่วนนี้จะดีแน่  จึงได้ทำสัญญากับพี่น้องคู่นั้น ในฐานะที่ เขาจะเป็นผู้ได้รับสัมปทานนำแนวการทำธุรกิจอาหารจานด่วน ของแมคโดนัลด์ไปขยายในพื้นที่อื่นต่อไป    เรื่องคงมีอีกมาก น่าอ่านนะคะ

 

-

  • สวัสดีค่ะ พี่ศศินันท์ ฟังเล่าเรืองวัฒนธรรมแม็คโดนัลที่ฮ่องกงแล้วโดนใจค่ะ อักษรมีประสบการณ์ตรงที่มาเก๊าค่ะ เคยอยู่ที่นั่นเมื่อสองปีที่แล้ว ไปยืนจะซื้ออาหารที่เขาทำใส่ถาดไว้ตักขายในซูเปอร์มาเก็ตค่ะ คนจีนไม่เข้าแถวกันเลย ยืนตะโกนสั่งกันโวยวาย คนขายก็ไม่มองใครมาก่อนมาหลัง ก้มหน้าก้มตาตักอย่างเดียว ก็เลยต้องรอจนคนไปหมดก่อนน่ะค่ะ คนขายถึงหันมามอง จึงชี้ซื้อได้ ตอนหลังเลยไม่ซื้อแล้วค่ะอาหารที่นั่น ไปซื้อแม็คโดนัลด์ดีกว่า เพราะเขาเข้าแถวกัน

ตอนมาอยู๋เม็กซิโกใหม่ ๆ ไม่ชอบทานอาหารเม็กซิโกเลย  ตอนหลังได้คิดค่ะ มาอยู่ประเทศเขาก็ควรถือโอกาสเรียนรู้วัฒนธรรมของเขาให้มากที่สุด ก็เลยเริ่ม ๆ ลองของแปลก ๆ ใหม่ ๆ บ้างค่ะ นี่ไปทานมาเมื่อวานค่ะ  quesadilla แต่ก็ไม่แปลกเท่าไร เคยทานมาแล้วจากแคนาดา คิดว่าสูตรที่นั่นอร่อยกว่าของแท้ที่เม็กซิโกอีกค่ะ

 แต่อีกจานนึงเพื่อนเม็กซิกันที่ไปด้วยกันเขาสั่ง จำชื่อไม่ได้แล้วค่ะ เป็นพริกหยวกยัดไส้ชีสกับเนื้อบด ลองชิมดู ไม่อร่อยเลยค่ะ

อยู่เมืองนอกคิดถึงอาหารไทยมากที่สุดเลยค่ะ โดยเฉพาะเข้ามาที่นี่อาหารน่าทานมากเลย ที่สำคัญได้ความรู้มากมาย  

 

เห็นอาหาร..แล้ว...รู้สึกน่ากิน...แต่ตอนนี้กินอะไรก็ต้องระวัง..อ้วน..ระวังเบาหวาน..ระวังไขมันในเส้นเลือด...ระวังอนุมูลอิสระ...แต่ระวังอะไรก็ยังดีกว่าระวังม็อบ....เล่นไม่เลิก....จนต้องระวัง...รัฐประหาร...เบื่อชีวิตคนไทย..เหลือเกิน

พี่อักษร ทับแก้ว
สวัสดีค่ะ
ดีใจที่เข้ามาอ่านค่ะ เรื่องอาหารนี่ สนใจเพราะแต่ก่อนเคยทำอาชีพเกี่ยวกับอาหาร คือ อุตสาหกรรมส่งออกด้วยค่ะ
 และนอกจากนี้ เป็นคนระวังเรื่องอาหารการกินมาตลอด ไม่เคยอ้วนเลย แต่ก้ได้สารอาหารครบถ้วน
ที่ฮ่องกง ก้เป็นอย่างที่เล่าค่ะ ร้านที่อร่อยๆ บางที คนเสริ์ฟยกจานผ่านไปมาบนหัวเรา อย่างน่าหวาดเสียวมาก และตะโกนกันโหวกเหวก หูอื้อ
เรื่องอาหารจานด่วน ก็มีดี มีเสีย ตัวอาหารเอง อาจจะคุณค่าน้อย แต่เขาก็ไปทำให้เกิด ความเปลี่ยนแปลงในทางที่ดี ในบางส่วนด้วยนะคะ
ส่วนอาหารเ ม็กซิกัน ไม่ค่อยชอบค่ะ แต่บางอย่างก็ใช้ได้ เคยทานบ่อยค่ะ ตอนอยู่LA

สวัสดีค่ะอาจารย์ พิสูจน์ 
อิๆๆๆ อมยิ้มเลยค่ะ อาจารย์ จริงๆค่ะ น่าเบื่ออย่างอาจารย์บอกเลย ไม่รู้จะทำไง ได้แต่กรอกหน้า
คิดถึง สุพรรรณ วันหลังต้องไปหาปลาม้า กินแล้วค่ะ

สวัสดีค่ะคุณพี่ศศินันท์ เรื่องอาหารนี่คุยกันแล้วสนุกนะคะ มีหลากหลายชนิด หลายแง่มุมให้พูดถึง

ชีวิตผู้คนที่รีบเร่งสมัยนี้อาหารจานด่วน อาหารที่พกติดตัวไปทานได้ก็เป็นความสอดคล้องกับวิถีชีวิตนะคะ ไปญี่ปุ่นเราเน้นทานแบบคนญี่ปุ่นธรรมดาๆ สนุกมากค่ะได้ลิ้มรสพวกข้าวห่อสาหร่าย ข้าวที่ผสมเครื่องปรุงหลากหลาย อัดพอเกาะกันเป็นก้อน หรืออาหารกล่อง ต้องถือว่าสุดยอดของความประณีตแบบรีบด่วน แถมดีต่อสุขภาพอีกด้วยค่ะ ราคาก็ย่อมเยา เขาบอกว่าทานอาหารพวกอย่างนี้ในแต่ละที่จะได้ลิ้มรสของดีประจำท้องถิ่นนั้นๆ เห็นจะจริงเพราะชอบทุกมื้อเลยค่ะ

สวัสดีครับไม่ได้เข้ามาทักทายนานเลย...ผมเป็นขาประจำข้าวแกงครับ ไปที่ไหนจะถ้าใกล้มื้ออาหารก็จะหาร้านข้างแกงก่อน ...เอ.. คนไทยท่าทางจะชอบคำว่า เจ้าเก่านะครับ..ไปที่ไหน มักจะเจอ เจ้าเก่า จากที่โน่น ที่นี่มาเสมอ ๆ น้องที่นั่งทำงานข้าง ๆ ผมบอกว่า เพื่อนเพิ่งเปิดร้านอาหารได้ไม่กี่วันก็ขึ้นบ้านเจ้าเก่าเหมือนกัน ...ทั้ง ๆ ที่เขาไม่เคยทำร้านอาหารมาก่อน..

สวัสดีค่ะอาจารย์ยุวนุช
ไม่ได้คุยกันนาน คิดถึงจังค่ะ
อาาจารย์คงหมายถึงพวก อาหารญี่ปุ่นพวกซูชินะคะ ซึ่งซูชินี้ เป็นอาหารที่ ทั่วโลก คงไม่มีใครไม่รู้จัก เป็นอาหารที่ทำได้อย่างเร็วๆ ง่ายๆ และสะดวกในการห่อใส่กล่อง พกพาไปไหนๆด้วย เป็นอาหารที่เป็นสัญญลักษณ์ของความเป็นคนญี่ปุ่นอย่างเด่นชัด แต่ได้รับความนิยมไปทั่วโลก
ซูชิ คือ ข้าวที่ปรุงรสด้วยน้ำส้ม  ตัดเป็นคำๆ โรยหน้าด้วยปลาดิบหรือปลาแห้ง แล้วม้วนๆเข้าหากัน มีไส้ปลา ไข่ หรือผักอยู่ในนั้น และหุ้มห่อด้วยสาหร่ายอีกที
มีหลายแบบเช่น nigiri sushi  ไส้ปลาหั่นบาง ปรุงรสด้วย wasabi  ,hosomaki  ซูชิม้วนเป็นคำเล็กๆและ futomaki  ซูชิม้วนเป็นอันใหญ่ๆเป็นต้น
เรา คนไทย ก็ชอบอาหารญี่ปุ่นกันส่วนใหญ่ และเรายังสนุกกับการใช้ตะเกียบ ดื่มน้ำชาเขียวของญี่ปุ่นด้วยนะคะ

  • ธุ  คุณพี่ศศินันท์ค่ะ..

ต้อมตั้งใจไปถึง "ปาย" เพราะติดใจหมูทอดเจ้านี้ ^^  มีอยู่เจ้าเดียวบนถนนคนเดิน  

นาย เอกราช แก้วเขียว

สวัสดีค่ะ ดีใจที่เข้ามาอ่านค่ะ เรื่องข้าวแกง เป็นอาหารจานด่วนของไทยแท้ๆค่ะ เรากินกันบ่อยมาก และก็ชอบเสียด้วย มีข้าวเป็นพื้น แล้วแต่จะราดหน้าด้วยอะไร เปลี่ยนไปเรื่อยๆ ไม่ซ้ำกันเลยหลายๆวัน ยังได้
ส่วนคำว่า เจ้าเก่า น่าจะเป็นกลยุทธ์ทางการตลาด พูดไปได้ทุกเจ้าค่ะ บางทีก็ไม่จริง อิๆๆๆ

สวัสดีครับพี่ศศินันท์

  • ไม่รู้ว่าผมเข้าใจผิดหรือเปล่า เพราะไม่ค่อยได้อุดหนุนร้าน fastfood ข้ามชาตินัก

ร้าน fastfood พวกนี้ในต่างประเทศราคาอาหารจะถูกกว่าการเข้าไปรับประทานในร้านอาหารธรรมดา จึงดึงลูกค้าได้มาก

แต่ร้าน fastfood พวกนี้ในบ้านเรา ราคาไม่แตกต่างเท่าไร ออกจะแพงว่า fastfood แบบไทยๆเสียด้วยซ้ำ จึงน่าแปลกว่าทำไมยังขายดีแฮะ

  • ไม่ทราบว่าจริงหรือเปล่าครับ ถ้าจริงก็แสดง่วา เราไม่ฉลาดซ้ำสอง จ่ายแพงกว่าแต่...
  • เห็นรูปที่พี่ลงให้ดูแล้ว หิวจังครับ

ข้าวราดหน้าไก่แบบนี้ ก็เร็วมากค่ะ คดข้าวใส่ชาม เอาราดหน้าไก่ ที่ทำไว้แล้วราดเข้าไป ดาวไข่ใส่ซักใบ มีต้นหอมวางข้างๆ แก้เลี่ยน ก็อร่อยมากๆค่ะ

 

สวัสดีค่ะอาจารย์ นาย เต็มศักดิ์ พึ่งรัศมี
ดีใจจริงที่เข้ามาคุยด้วย เรื่องอาหารfast food พี่ก็ไม่ชอบค่ะ แต่เท่าที่ดู ว่ามีเหตุผลอะไรถึงขายดี น่าจะเป็น..

1. แต่ถ้าพูดถึง fast food แบบอเมริกันแล้ว กลุ่มคน ที่จะได้ีรับอิทธิพลมากที่สุดคือ เด็กๆ ด้วยอิทธิพลของการโฆษณา
2.อาหาร fast food เป็นอาหารที่ทางบ้านมักไม่ได้ทำให้กิน  เลยทำให้อยากลอง อยากกิน แปลกๆดี
3.เด็กๆรู้สึกสนุก โก้เก๋ ทันสมัย ในการมีสิทธิ์ในการเลือกชนิดอาหารด้วยตนเอง ซึ่งสิทธิของการเลือกสิ่งที่ชอบส่วนตัว เป็นวัฒนธรรมที่เด่นเป็นพิเศษของประเทศทางตะวันตก ถ้ากินในบ้าน ก็คือ เป็นอาหารที่ผู้ใหญ่เตรียมไว้แล้ว
4.ถ้าเป็นผู้ใหญ่ ก็เพราะ บางที แถวๆละแวกที่เดินๆอยู่นั้น ไม่มีร้านอาหารที่สามารถกินได้เร็วๆ เช่น แถว โรงพยาบาลหลายๆแห่ง คนก็อยากจะรีบๆ อะไรก้ได้ กินแก้หิวไป พี่เอง เป็นคนหนึ่ง ในจำนวนนี้ค่ะ
ปกติ ไม่ชอบเลยค่ะ แพง และไม่เห็นอร่อย ไม่มีประโยชน์เท่าใด
5.หรือ บางที ร้านอาหารอื่นๆ ที่อยู่ใกล้ๆกัน ดุแล้ว ไม่ค่อยสะอาด ไม่น่ากิน ไม่น่าเข้า ก็เลยอยู่ในภาวะจำยอม กระมังคะ

พูดตามจริง ร้านfast food มีจุดเด่นอย่างหนึ่ง คือ ความสะอาดของสถานที่ การเข้าคิว และห้องน้ำนะคะ

  • ครับพี่ วัยรุ่นถูกชักจูงง่ายมาก แต่ผู้ใหญ่เราก้ต้องหาทางตะล่อมนะครับ
  • เมื่อก่อนเวลาผมนัดเจอนักศึกษาสายรหัสที่ผมเป็นอาจารย์ที่ปรึกษาอยู่ ผมก็จะพาทั้งกลุ่มไปรับประทานอาหารนอกบ้่านด้วยกัน พวกเด็กจะขอให้พาไปพวกร้าน fastfood
  • ผมพาไปเพราะตามใจได้หนึ่งครั้ง ก็คิดวิธีแก้ได้
  • ผมนัดมารับประทานที่บ้านผมแทน โดยซื้ออาหารร้านเด็ดร้านดังในหาดใหญ่อย่างละนิดอย่างละหน่อย มีทั้งส้มตำ ไก่ย่าง ของถูกปากทั้งนั้น และมีเวลาพูดคุยกันมากกว่าาเดิมด้วย
  • หลังจากนั้นผมก็ไม่เคยพาเขาไปเลี้ยงที่ fastfood อีกเลยครับ

 นาย เต็มศักดิ์ พึ่งรัศมี

ใช่ค่ะอาจารย์ เห็นด้วยที่สุดค่ะ เด็กๆบ้านพี่ ไม่ค่อยรู้จักอาหารเหล่านี้ค่ะ นานๆๆๆ จะพาไปสักครั้ง ส่วนใหญ่ด้วยเหตุที่ไม่มีร้านที่ดุสะอาดอยู่ใกล้ๆค่ะ และพี่ว่า ผู้ปกครองหลายๆคน ก็รู้สึกอย่างนี้
ดีจริงๆ คือ ทานที่บ้านค่ะ สะอาด มั่นใจได้ หรือ ซื้อจากเจ้าดีๆ สะอาด มาทานที่บ้าน จะดีที่สุดค่ะ

อาหารที่คนไทยรู้จักกันดี และเอามาดัดแปลง จนรสชาดจะเป็นอาหารไทยอยู่แล้ว คือ อาหารอิตาเลียน ที่เรียกว่า สปาเก็ตตี้ เรานำมาปรุงรสด้วยพริกขี้หนู ใส่ใบกะเพรา เป็นผัดขี้เมา หรือเอามาผัดกับปลาสลิด ปลาเค็มเป็นต้น เป็นที่นิยมมาก ถูกปากคนไทย โดยเฉพาะเส้นสปาเก็ตตี้ ซึ่งนิ่ม นุ่มนวล อร่อยคล้ายๆเส้นก๋วยเตี๋ยว ที่คนไทยชื่นชอบ ข้อสำคัญ คือทำง่าย และรวดเร็วด้วย

นอกจากอาหารไทย ที่เป็นอาหารที่ดีที่สุด อร่อยที่สุดในโลกแล้ว
ยังมีอาหารสุขภาพของชาติอื่นๆ ที่เป็นอาหารสุขภาพเช่นกัน และถุกปากคนไทย ได้รับความนิยมอย่างรวดเร็ว คือ อาหารเวียดนาม
แทนที่เราจะไปกินอาหาร Fast Food ที่ไม่ค่อยมีประโยชน์ เราน่า จะพาครอบครัวมาเปลี่ยนรสชาดด้วยอาหารเวียดนามบ้างก็ได้
นอกจาก  จะได้ชื่อว่าเป็นอาหารเพื่อสุขภาพแล้ว ยังเป็นอาหารที่หากินได้ไม่ยาก

  การเสิร์ฟผักสดๆ หลายชนิด กลายเป็นเสน่ห์ และสัญญลักษณ์สำคัญ  ของอาหารเวียดนาม และเป็นสิ่งที่ทำให้อาหารเวียดนามได้รับความนิยมมาก
วัยรุ่นบางคน เจอผักจะเขี่ยทิ้ง แต่พอเห็นฟาสต์ฟู้ดกลับเข้าไปอุดหนุนกันเป็นว่าเล่น
เป็นเรื่องที่ครอบครัว ต้องให้คำแนะนำ ในเรื่องอาหารการกิน เป็นอย่างมาก
อาหารเวียดนาม ที่ฮิตๆ
คือ กุ้งพันอ้อย หรือ จามโตม
มีเนื้อกุ้งสด และหอมชานอ้อย เสิร์ฟกับเส้นหมี่ลวกและน้ำจิ้มแครอทและหัวผัก

  ยำไก่บ้าน เป็นจานที่รสแซบหน่อย  เครื่องปรุงนอกจากเนื้อไก่ฉีกแล้ว ก็ประกอบด้วยเครื่องเทศสมุนไพรต่างๆ
เช่น หอมแดง มะกรูด พริกไทยดำ พริกขี้หนู และผักแพว จานนี้หลายคนชอบเพราะรสแซบเหมือนอาหารไทย

แหนมเนือง สมัยก่อนจัดให้เป็นอาหารของชาววัง ในประเทศเวียดนาม รับประทานกันในกลุ่มบุคคลชั้นสูงเท่านั้น  เสิร์ฟพร้อมน้ำจิ้มรสเข้มข้นโรยหน้าด้วยถั่วและงา เครื่องเคียงมีครบครัน หั่นมาเป็นชิ้นๆ เพื่อให้ห่อได้พอดีคำ เช่น กล้วยดิบ แตงกวา สับปะรด พริกขี้หนู กระเทียม ฯลฯ
ในเมืองไทยรสชาดจะถูกดัดแปลงให้ถูกปากคนไทยมากขึ้น บางที อาจเพี้ยนไปจากต้นตำหรับพอควร
และที่เป็นที่นิยมมากอีกอย่างคือ ปอเปี๊ยะญวน กินกันไม่มีเบื่อเลย โดยเฉพาะกับผู้ที่นิยมกินผัก

อาหารอินเดีย เข้ามาแพร่หลายในประเทศไทยมานานมาก เพราะมีการติดต่อ ค้าขายกันมา ตั้งแต่โบราณ
และ เนื่องจาก อินเดีย เป็นประเทศที่มีหลายกลุ่ม หลายเชื้อชาติ หลายความเชื่อ หลายศาสนา ปนกันอยู่ในประเทศ ดังนั้น จึงเป็นธรรมดา ที่จะมีอาหารมากมายและหลากหลาย

แต่ typical Indian meal จะประกอบขึ้นด้วย อาหารแป้ง ถั่ว lentils หรือ beans ต่างๆและผัก
แต่ถ้า ไม่ใช่ ผู้ที่กินมังสะวิรัต ก็จะมีอาหารพวกเนื้อสัตว์ เช่น ไก่ แพะ แกะ ปลา ด้วย
มีเอกลักษณ์อยู่ที่การใช้เครื่องเทศเพื่อเพิ่มรสชาติ ทำให้เจริญอาหาร และช่วยในการย่อย

คนอินเดีย ถือว่า อาหาร เป็นเรื่องสำคัญของชีวิต ดังนั้น การประกอบอาหารปกติประจำวัน  ถือเป็นเรื่องใหญ่ เหมือนกับ การจัดอาหารในวันพิเศษวันอื่นๆ บางครอบครัว อาหารมื้อหนึ่งๆ มีทั้ง อาหารเรียกน้ำย่อย อาหารจานหลัก 2-3 อย่าง พร้อมเครื่องเคียง และอาหารแป้งอื่นๆ เช่น ข้าว โรตี และขนม

อาหารแป้งที่ คนไทยรู้จักกันดี เช่น Naan (Indian yeast Bread) โรตี นาน จปาตี หรือขนมปังแบบอื่นๆ ทำหน้าที่เสมือนช้อนกวาดอาหาร หรือจุ่มกับน้ำแกง นอกจากนี้ ก็มี พวกแกงกาหรี่ไก่ และข้าวหมกไก่

คนอินเดียกิน มักกินอาหารด้วยมือ อาหารที่มาเสริฟทุกอย่างจะมีช้อนกลางสำหรับตักแบ่งมาใส่จานของแต่ละคนอยู่แล้ว ใช้มือ(เฉพาะมือขวา) ไม่เป็นไร

Naan (Indian yeast Bread) โรตี นาน จปาตี หรือขนมปังแบบอื่นๆ ทำหน้าที่เสมือนช้อนกวาดอาหาร หรือจุ่มกับน้ำแกง...

***      **      ***       ***      **      ***

ไม่ทราบเพราะพ่อขายาว+ลูกชายได้มาจากพันธุกรรม(ไล่ขึ้นไปหลาย ๆ ทอดมีคุณตาทวดหรือคุณพ่อของตาทวด..งง..เหมือนกัน  เป็นแขกขาว ชาวอะไรน้องจำไม่ได้ เป็นเรื่องเล่าในหมู่ญาติผู้ใหญ่วันรวมญาติน่ะค่ะ)

เขาสองคนคุ้นและชอบอาหารที่คล้าย ๆ อาหารอินเดียที่พี่ศศิเขียนใน คคห ข้างบนด้วยทั้งคู่

แปลกแต่จริง ทั้งสองชอบกินแผ่นโรตีเปล่า ๆ กรอบ ๆ กับแกงอย่างที่พี่ศศิเขียนไว้

น้องเพิ่งถึงบางอ้อ

และเมื่อดูหนังเรื่อง Outsource (ทาง UBC)  ยิ่งเข้าใจอาหารอินเดียค่ะ

ตัวเอง กลาง ๆ ค่ะ..ชอบข้าวแกงไทย ๆ และผัดกะเพราที่ซู้ดด...

40.คุณหมอ  ภูสุภา
จริงๆแล้ว ดูในรูป น้องภูก็หน้าคมๆ ออกทางแขกๆนะคะ น้องพีทซีคะ หน้าออกจีนเลย ดีที่ตา 2 ชั้น แต่ก็ผิวขาว
คุณหมอที่บ้าน ชอบอาหารอินเดียเป็นอย่างมากๆ เคยไปทำงานที่อินเดีย เดินทางเข้าออกเป็น 30 หนมั๊ง... เขาเล่าค่ะ
เพราะอยู่องค์การ WHO มาก่อน ไปดูหมอดู เขาว่า ชาติก่อนเป็นคนเนปาล อิๆๆๆ
พี่ ชอบทาน โรตีค่ะ แต่ไม่มากนัก ชอบอาหารไทยมากที่สุดเหมือนกัน พี่เคยได้ทุนสหประชาชาติ ไปอบรมที่อินเดีย 3 อาทิตย์ ชอบที่สุดคือ นมเปรี้ยวของเขา มันสดดีมาก แต่ก้ยังไม่ถนัดทานข้าวด้วยมือค่ะ

คนไทย ชอบทำอาหาร ดัดแปลงอาหารของชาติต่างๆ มาให้เข้ากับรสนิยมของเรา  ดูสปาเก็ตตี้ จานนี้ซีคะ ถูกดัดแปลง จนจะเป็นอาหารไทยอยู่แล้วค่ะ
คุณหมอทำได้แน่

อาหารเกาหลี Korean food เป็นอาหารที่รสชาดอร่อย หลายๆชนิดเป็นอาหารที่เผ็ด แต่อร่อย ส่วนใหญ่ ชาวเกาหลีใช้ red pepper และพริกป่น chillies pouder กระเทียมและเกลือ เป็นเครื่องปรุงรส
ที่อาหารเกาหลีหลายอย่างเผ็ด ก็เพราะใช้พริกแดงด้วยนี่เอง

นอกจากนั้น ก็มีบับ (Bap) ข้าวนึ่ง และจุค (Juk) ข้าวต้ม ที่เป็นอาหารประจำวัน
ข้าวต้มเป็นอาหารหลักของครัวเกาหลี
ส่วน ใหญ่ใช้ข้าวเหนียว บางครั้งเป็นพวกถั่ว เกาหลัด ข้าวฟ่าง ถั่วแดง ข้าวบาเลย์ หรือ ธัญญพืชชนิดต่างๆประกอบเพื่อเพิ่มรสชาติและคุณค่าทางโภชนาการ
ข้าวต้มถือว่าเป็นอาหารบำรุง มีข้าวต้มหลากหลายชนิด อาทิเช่น ชนิดที่ทำด้วยข้าวและมีส่วนผสม ด้วยถั่วแดง ฟักทอง หอยเป๋าฮื้อ โสม ลูกสน ผัก เนื้อไก่ เห็ด และถั่วงอก ด้วย

กุก (Guk) คือซุป ซุปเป็นอาหารจานสำคัญเมื่อมีข้าวมาเสิร์ฟ เครื่องปรุงของซุปชนิดต่างๆมีผัก เนื้อสัตว์ ปลา หอยเชลล์ สาหร่ายทะเล และกระดูกวัว เป็นต้น

ส่วน จิเก (Jjigae) คือ สตูว์ ชิแจคล้ายกับกุกแต่ข้นกว่าและแห้งกว่า ชิแจที่เป็นที่นิยมมากที่สุดทำจากเต้าเจี้ยว ชิแจมักจะเผ็ดร้อนเสิร์ฟขณะร้อนจัดในชามหินร้อน

อาหารเกาหลี เป็นที่นิยมในประเทศเราพอควร แต่น้อยกว่าอาหารญี่ปุ่น เพราะรสชาดอาจจะเผ็ดกว่า
นอกจากอาหารแล้ว เกาหลี ยังนำ ดนตรี ภาพยนต์ เพลง คอนเสริ์ทและการละเล่นต่างๆ มาเผยแพร่ในประเทศไทย อีกด้วย


ที่บ้าน ซึ่งเป็นคนไทย  ชอบกินข้าวต้ม คล้ายๆกับ จุค (Juk)
 
ข้าวต้ม ที่เป็นอาหารประจำวัน เป็นอาหารหลักของครัวเกาหลี
 แต่ข้าวต้มของเ รา ไม่ได้ใส่ข้าวเหนียว ใส่แต่พวกถั่ว ข้าวฟ่าง ถั่วแดง ข้าวบาเลย์ หรือ ธัญญพืชชนิดต่างๆประกอบเพื่อเพิ่มรสชาติและคุณค่าทางโภชนาการ
ข้าวต้มแบบนี้ถือว่า   ว่าเป็นอาหารบำรุงได้เลย

ส่วนอาหารจีน  หมายถึงอาหารที่ประกอบขึ้นตามวัฒนธรรมของชาวจีน ซึ่งรวมทั้งจีนแผ่นดินใหญ่ ไต้หวันและ ฮ่องกง ซึ่งมีหลากหลายชนิดตามแต่ละท้องถิ่น
อาหารจีนนั้น   คนมักจะเปรียบเทียบอาหารจีน กับอาหารฝรั่งเศส เนื่องจาก เป็นอาหาร ที่ได้รับความนิยมสูงสุด ทั้งคู่
อาหารจีน แบ่งออกได้ เป็น 5 ภาคใหญ่ๆ ด้วยกันคือ
: ภาคตะวันออกเ ฉียงใ ต้ (Canton),
:ภาคตะวันออก  (Fukien),
:ภาค ตะวันออกเ ฉียงเหนือ (Peking-Shantung),
: ภาคกลาง  (Honan)
: ภาคตะวันตก  (Szechuan-Hunan)


 Cantonese cuisine มีชื่อด้านการย่าง ปิ้ง อบเ นื้อ ข้าวผัด รังนก แ ละซุปหูปลาฉลาม
 Fukien  จะมีชื่อด้านอาหารทะเ ล แ ละซุปอย่างอื่นๆ นอกจากหูฉลาม  เ ป็ดปักกิ่ง Peking-Shantung style ก็ทำมาจากเ ป็ดที่เลี้ยงในปักกิ่ง
 China's Honan มีชื่อด้านพวกอาหารเปรี้ยวหวานชนิดต่างๆ
โ รงรียน Szechuan-Hunan school  มีชื่อมากเ กี่ยวกับอาหารเผ็ดร้อนต่างๆ
 Mandarin cooking แ ละ Shanghai cooking เป็นคำเรียก วิธีการทำอาหาร ไม่ได้เป็นชื่อเรียก ชนิดของอาหาร
 คำว่า Mandarin  แปลว่า  "Chinese official"
 คำว่า  mandarin cooking แ สดงถึง อาหารชั้นสูง ที่ต้องใช้เวลาและความละเอียด ประณีต แในละการคัดสรรวัตถุดิบอย่างดีในการทำ

 Shanghai cooking
  หมายถึง การทำอาหารจีนแบบผสมผสาน 
คนไทย มีการติดต่อกับจีน มานานแสนนาน และมีคนจีน เข้ามาอาศัยมากมาย จนกลายเป็นคนไทยไปหมดแล้ว ดังนั้น วัฒนธรรมการกิน ของจีนจึงเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมการกินของเรา ในปัจจุบันอย่างแยกไม่ออก 

อาหารจีน ที่เป็นที่นิยมมาก ในประเทศไทย มาช้านาน จนกระทั่งกลายเป็นอาหารธรรมดาๆ ที่หากินได้ทั่วไปแล้ว เช่น ดิมซัม คืออาหารว่างของจีนชนิดหนึ่ง นิยมกินกับชาจีนร้อนๆ โดยมากเป็นอาหารนึ่ง มีทั้งพวกเนื้อ ผัก  อาหารทะเล ขนม บรรจุในเข่งหรือภาชนะขนาดเล็กๆ
ส่วนใหญ่มัก กินเป็นอาหารเช้า ถึงบ่าย ในเวลาเทศกาลต่างๆ เช่น Mother's Day  หรือ  Chinese New Years คนจีน ชอบออกไปกินดิมซัม ตามภัตตาคารกัน

นอกจากนี้ ก็มีพวกเกี๊ยว ข้าวมันไก่ ซาละเปา บะจ่าง ปาท่องโก๋ หมั่นโถ กะเพาะปลา ผัดหมี่เจ หูฉลาม เป็นต้น
การกินอาหารจีน ใช้ตะเกียบเป็นหลัก ถ้าคนที่ไม่ถนัด จะใช้ช้อมซ่อมก็ได้ รูปจาก Wikimedia Commons.

นอกจากนั้น ก็มีบับ (Bap) ข้าวนึ่ง และจุค (Juk) ข้าวต้ม ที่เป็นอาหารประจำวัน
ข้าวต้มเป็นอาหารหลักของครัวเกาหลี
ส่วน ใหญ่ใช้ข้าวเหนียว บางครั้งเป็นพวกถั่ว เกาหลัด ข้าวฟ่าง ถั่วแดง ข้าวบาเลย์ หรือ ธัญญพืชชนิดต่างๆประกอบเพื่อเพิ่มรสชาติและคุณค่าทางโภชนาการ
**********************

พี่ศศิ คะ สมัยคุณแม่ของน้องยังอยู่ ท่านชอบทำกับข้าวคล้าย ๆ "จุค" และ"บับ" ค่ะ  เทียบจากส่วนประกอบอาหารและหน้าตาค่ะ

แต่แม่ทำ จุค เป็นแบบน้ำน้อยกว่าในภาพ ออกข้นกว่า เรียกคล้ายกันด้วยคือ เรียกว่า "จุกบิ-ม้วย"  คำแรก"จุกบี้"แปลว่า ข้าวเหนียว / คำที่สอง "ม้วย"แปลว่า ข้าวต้ม

ส่วนที่คล้าย"บับ" ของแม่ ทำด้วยข้าวนึ่งเหมือนกันเพิ่มส่วนผสมอีกหลายอย่าง...เผือก ลูกเดือย ข้าวโพด..ธัญพืชตามชอบและมีในบ้านนะค่ะ  และใส่หมูชิ้นหั่นเต๋าเล็ก ๆ ที่ผัดมาก่อนกับกระเทียม  กุ้งสดผัดกระเทียมเช่นกัน (บางทีก็ดัดแปลงเป็นกุ้งแห้งทอดกรอบ) และที่ขาดไม่ได้ก็คือ ต้นคึ่นไฉ่หั่นซอยจิ๋ว ๆ

ทั้งหมดนี้ นึ่งด้วยกัน แล้วปรุงตามชอบ ค่ะ

แม่เรียกว่า "บุงปึ่ง"..บุงแปลว่านึ่ง/ ปึ่งแปลว่าข้าว ค่ะพี่

จำได้ขึ้นใจเพราะเป็นอาหารโปรดของพี่ ๆ น้อง ๆ ทุกคนค่ะ

ทำทีไร ขอดก้นหม้อกันเลย....เขียนถึง,คิดถึงแล้วมีความสุขจังค่ะ

46. คุณหมอ  ภูสุภา

ดีจังค่ะ ที่คุณหมอเขียนเล่าเรื่องอาหาร ที่คุณแม่ทำและลูกๆชอบทานกันมาก
จริงๆอาหารทางเอเซียนี่ก็มีอะไร คล้ายๆกันนะคะ น่าจะเป็นอิทธิพล ที่ส่งผ่านกันไปมาส่วนหนึ่งค่ะ
อาหารเกาหลี จริงๆก็ได้รับอิทธิพลมาจากจีน ซึ่งมาจากสมัยที่ จีนนับถือศาสนาพุทธและขงจื๊อส่วนใหญ่  แต่ต่อมา เขาก็ไปปรับปรุง ให้มีเอกลักษณ์ ของตัวเองมากยิ่งขึ้น
อาหารเกาหลี เท่าที่เคยไปทานมา ก็เป็นแป้ง ข้าว เต้าหู้ ผักและเนื้อเสียมาก ที่ไม่เหมือนจีน ก็ตรงที่มีเกาหลี มีกิมจิ และอาหารของเขา ใส่น้ำมันงากับเต้าเจี้ยว เกลือ กระเทียม ขิง และพริกแดงมากค่ะ

ตั้งแต่ หนังเกาหลี มาดังมาก ที่ประเทศเรา มีร้านอาหารเกาหลี ตั้งขึ้นมาใหม่ เยอะเลยค่ะ

อาหารจีนประจำวัน  ที่เป็นที่นิยมมาก ในประเทศไทย มาช้านาน จนกระทั่งกลายเป็นอาหารธรรมดาๆ ที่หากินได้ทั่วไปแล้ว....มีหลายอย่างด้วยกัน    ตัวอย่างอาหารที่เราชอบกันอย่างมากแทบทุกคน

คือ ก๋วยเ ตี๋ยวลาดหน้า มีหลายร้าน ที่ทำได้อร่อยมากเป็นที่ขึ้นชื่อเก่าแก่ มีลูกค้า บอกกันปากต่อปาก ไปอุดหนุนกันไม่ได้ขาด




คำว่าพะโล้ ความหมาย ตามราชบัณฑิตยสถานคือ...

น. ชื่ออาหารแบบจีนชนิดหนึ่ง ใช้ลูกโป๊ยกั้ก อบเชย และเครื่องเทศอื่น ๆ ตำเคล้าคลุกกับเป็ดหรือห่านเป็นต้นให้เข้ากันดี และเคี่ยวจนน้ำแห้ง,
 ถ้าทำอย่างไทยใช้น้ำตาลปีบเคี่ยวกับซีอิ๊วและน้ำปลา มีรสหวานเค็ม และมักไม่ใส่เครื่องเทศ เช่น ไข่พะโล้ หมูพะโล้.

พะโล้นี่เป็นอาหารสามัญจริง ๆ แต่อาจถือว่า เป็นอาหารขวัญใจเด็ก ๆ ก็ได้ เพราะมีรสหวานนำ เ สียดายไม่มีผักเลย

ที่บ้านจะทำไข่พะโล้บ่อยอยู่เหมือนกัน  เพราะเป็นของเก็บได้นาน 
พะโล้ เป็นอาหารจีน ที่คนเรา รู้จักกันมา ตั้งแต่เด็กๆ
 เป็นอาหารจีน ที่เรามาปรับสูตร จนเป็นที่ถูกปาก คนไทยมากที่สุด กลายเป็นอาหารไทย ยอดฮิต ประจำบ้าน ไปอีกอย่างหนึ่


 

อาหารอิตาเลียน ก็เป็นอาหารอีกชนิดหนึ่ง ที่เป็นที่นิยมในประเทศไทยมาก Italian cuisine  มีประวัติเริ่มต้น มาตั้งแต่สมัยศตวรรษที่ 4
อาหารอิตาเลียน จะมีส่วนประกอบของ มันฝรั่ง มะเขือเทศ พริก bell pepper และข้าวโพด เป็นสำคัญ อาหาอิตาเลียน แพร่หลายไปทั่วโลก ตั้งแต่ สมัยศตวรรษที่ 14 เป็นต้นมา
อาหารอิตาเลียน และ อาหารยุโรป โดยภาพรวม จะมีการเสิร์ฟกัน เป็นลำดับดังนี้
ออเดิร์ฟ + ขนมปัง
ซุป/ สลัดผัก
อาหารจำพวกปลา หรือ..
อาหารจำพวกเนื้อ
ไอศครีม
ผลไม้ / ขนม
ชา /กาแฟ

อาหารอิตาเลียน ที่คนไทยชอบมากเป็นเศษคือ สปาเก็ตตี้หน้าต่างๆ และเรายังได้นำมา ปรับปรุง ให้มีรสชาดไทยๆมากขึ้น เช่นสปาเก็ตตี้ปลาสลิดเป็นต้น
และยังมีกาแฟแบบอิตาเลียน คือ espresso ซึ่งจริงๆกาแฟชนิดนี้ ก็เหมือนกับกาแฟชนิดอื่นๆ คือมาจากเมล็ดกาแฟเหมือนๆกัน
 แต่มีผสมกัน
หลายๆพันธุ์ และมาคั่วจนเป็นสีน้ำตาลเข้มมาก
 เมล็ด กาแฟที่ขาดไ ม่ไ ด้  ในส่วนผสมดังกล่าวคือ ฺBrazilian coffees.
เมื่อไม่นานมานี้ ไปลองชิม สปาเก็ตตี้ ต้มยำกุ้งแบบแห้ง (แบบน้ำก็มี)รสชาดแปลกๆ และเผ็ดมาก
 สปาเก็ตตี้ เป็นอาหารอิตาเลียน แต่ตอนนี้ ถูกดัดแปลงมากมาย จนเกือบไม่เหลือรสชาดเดิม นอกจากเส้นสปาเก็ตตี้  มีกุ้งตัวใหญ่ 2 ตัว แต่ถูกสีแดงของพริกกลบ จนมองไม่เห็นกุ้งเลยชาวอิตาเลียนมาชิม คงงง น่าดู 

สวัสดีค่ะ

* เห็นภาพแล้วหิวค่ะ

* ใกล้เที่ยงแล้ว

* ขอให้หลับฝันดีและสุขกายสุขใจค่ะ

51.  สวัสดีค่ะคุณ พรรณา ผิวเผือก (ไม่มีชื่อกลาง)

คนไทย ชอบทานอาหาอิตาเลียนไม่น้อยนะคะ
มีร้านอาหารอิตาเลียน มีกระจายทุกจุดทั่วกรุงเทพ ถ้าย่านที่มีเยอะๆ ก็คงเป็นสุขุมวิท สีลม ตรอกข้าวสาร
เมนูอาหารอิตาเลียน มีส่วนผสมของน้ำมันมะกอก อยู่ส่วนใ หญ่ ซึ่งน้ำมันมะกอก เป็นน้ำมัน ที่เชื่อกันว่า ดีที่สุด มานานแล้ว

น้ำมันมะกอก เป็นน้ำมันจากพืช ที่มีแคลอรี่สูง
แต่มีข้อดีคือ มีกรดไขมันชนิดที่เป็นประโยชน์กับร่างกายสูง และเป็นไขมันชั้นดี
ซึ่งเป็นตัวควบคุมระดับคอเลสเตอรอลในเลือด จึงช่วยป้องกัน
โรคหลอดเลือดหัวใจได้
นอกจากนี้ ในน้ำมันมะกอกยังมี วิตามินวิตามินเอ และอี ที่เป็นสารแอนตี้ออกซิแดนท์ ทำให้น้ำมัน มะกอกไม่เหม็นหืน โดยไม่ต้องเติมสารกันหืนเหมือนน้ำมันพืช
น้ำมันมะกอก มีหลายชนิด คือ...
Extra Virgin Oil เป็นน้ำมันมะกอกบริสุทธิ์ จากการบีบจากลูกมะกอก น้ำมันมะกอกชนิดนี้ จะมีสีเขียวเข้มใส นิยมนำมาใช้ในการทำ สลัด น้ำจิ้ม หรือเครื่องปรุงรสอื่น ๆ
Refined Olive เป็นน้ำมันมะกอกที่ผ่านการกลั่น ราคาจะถูกกว่าชนิดแรก และมีสีเขียวใสกว่า.
Olive Oil เป็นน้ำมันมะกอกที่ให้สีอ่อนกว่าสองชนิดแรก เป็นการ
ผสมระหว่างน้ำมันมะกอกบริสุทธิ์กับน้ำมันมะกอกที่ผ่านการกลั่น เหมาะสำหรับนำไปใช้ในการปรุงอาหารที่ไม่ต้องการกลิ่นที่รุนแรง และชนิดนี้ ราคา ไม่แพงนักค่ะ
ที่บ้าน ชอบทานสลัดค่ะ และทุกครั้ง ก็ใส่น้ำมันมะกอก นอกจากอร่อยแล้ว ยังมีประโยชน์มากค่ะ

อาหารญี่ปุ่น เป็นอาหารอีกชนิดหนึ่ง ที่คนไทยนิยมกันมากเพราะรสชาด กลางๆ ไม่เผ็ด เด็กกินได้ ผู้ใหญ่กินดี และเป็นอาหารสุขภาพด้วย
เมนูอาหารญี่ปุ่นที่เราคุ้นๆกันมาก จะประกอบด้วย ข้าว ซุป ผักดอง และมีเครื่องเคียงอีกหนึ่งอย่าง
พวกอาหารกินเล่น ก็มักเป็นซูชิ ซาชิมิ สาหร่ายห่อข้าวไส้ต่างๆ
ถ้าเป็นอาหารทอด ก็มักเป็นกุ้งเทมปุระ เกี๊ยวซ่า หมูชุบขนมปังทอด
ถ้าเป็นย่าง ก็มักเป็น ปลาย่างเกลือ ปลาย่างซีอิ๊ว ไก่เสียบไม้ย่าง
ถ้าเป็นอาหารเส้น ก็มักเป็นอูด้งผัดปูอัด ยากิโซบะ สุกียากี้เนื้อญี่ปุ่น ถ้าเป็นอาหารจานเดียว มักเป็น ข้าวแกงกะหรี่ไก่ญี่ปุ่น ข้าวอบเนย ข้าวหน้าเนื้อญี่ปุ่น
ถ้าเป็นซุป มักเป็นซุปเต้าเจี้ยว ซุปใสต่างๆ เป็นต้น

ข้าวญี่ปุ่น เป็นข้าวที่มีชื่อเสียงในความอร่อย เป็นพันธุ์ข้าว ที่นำมาจากจีนตอนใต้ ตั้ง 2000 ปีที่แล้ว เป็นแบบ short-grained variety 

วันนี้ จำเป็นจะต้องไปกินอาหาร fast-food  แม้จะไม่ใช่อาหารที่ดี เพราะมักมีไขมันสูง แต่ "good" fast-food items  ก็ยังพอมี ถ้านานๆกินที ก็คงพอไหว 
เพียงแต่ อาจจะคำนวณคร่าวๆในใจว่า สำหรับผู้ชายตัวโตๆว่า วันนี้ ทั้งวัน กินมาถึง  2,000 calories a day แล้วหรือยัง อย่าให้เกินเด็ดขาด

อ่านในหนังสือ ของ Atkins  บอกว่า..วันหนึ่ง ไม่ควรกินsaturated fat  เกิน 20 grams  และควร limit  sodium intake to less than 2,300 milligrams a day หรือ ให้น้อยที่สุด...นี่สำหรับฝรั่ง แต่ คนไทย ต้องให้น้อยกว่านี้ เยอะๆ

เพราะ บางที เวลา ออกไปนอกบ้าน อาจจำเป็น เหมือนกัน ถ้าหาของที่สะอาดๆ กินไม่ได้...กลัวท้องเสีย..ส่วนใหญ่จึงชอบกิน ในบ้าน และกินผักจากสวนครัว ของเราเอง ตอนนี้ กำลังปลูกมะเขือเทศอยู่ ปลูกง่าย...เอาไว้มาทำสลัด...ปลอดสารพิษ..



สำหรับอาหารญี่ปุ่น นอกจากอาหารคาวแล้ว ขนมหวานก็มีชื่อเช่นเดียวกัน
เมื่อเร็วๆนี้ ไปกินของว่าตอนบ่าย มีชาร้อนกับขนมไส้ถั่วแดงอันนึง ซึ่งหวานมาก เ ข้ากันกับน้ำชาที่ออกรสขมนิดๆได้เป็นอย่างดี
Red bean past Dorayaki เป็นขนมหวานที่มีกำเ นิดมาจากประเทศจีน แ ละ เกาหลี
วิธี การทำ เดาว่า ก็ไม่น่ายุ่งยากอะไ ร คือการต้มถั่วแดงให้สุกมากๆและบี้ให้ละเอียด และใส่น้ำตาลหรือน้ำผึ้ง ผสมให้เข้ากัน
แต่ก็อาจมีเทคนิคอะไร ที่เราไม่ทราบ เพราะร้านที่ไปชิมและซื้อติดมือมา ค่อนข้างอร่อยทีเดียว
นึกถึง การ์ตูนแมว Doraemon ชอบกิน dorayaki มาก
แต่ชื่อของแมวตัวนี้ ไ ม่ได้มาจาก dorayaki แ ต่มาจากคำว่า "doraneko" (stray cat.)
คำว่า dorayaki ได้รับการนำมาใ ช้บ่อยๆ ใ ห้ดูว่ามีความเ กี่ยวเนื่องกับการ์ตูนดังอย่างเรื่องนี้
โดยมีการออกชุดการ์ตูนที่เ รียกว่า Doraemon Dorayaki ทุกปี ระหว่างเ ดือนมีนาคม-กันยายน
เรื่องโดเรมอน ถ้าใครไม่ร้จัก ก็เรียกว่า ยังไม่เข้าถึงวัยเด็ก

Doraemon, a blue robotic cat.
Doraemon (ドラえもん Doraemon?) เ ป็นนิยาย Comedy, Mischief, Science fiction เป็นตอนๆ แต่งโดย Fujiko Fujio ( นามปากกาของ Hiroshi Fujimoto แ ละ Motoo Abiko)
ต่อมากลายเป็นการ์ตูนโ ทรทัศน์เ ป็นตอนๆ เป็นเรื่องของ robotic cat ชื่อ Doraemon ที่ท่องเที่ยวย้อนกาลเ วลามาจากศตวรรษที่22 เ พื่อมาช่วย Nobita Nobi (野比 のび太 Nobi Nobita?

ในเดือนมีนาคม 2008 รัฐมนตรีต่างประเทศญี่ปุ่น แต่งตั้งDoremon ให้เป็น the nation's first "anime ambassador."ด้วย

แม้จะมีเสียงบอกว่า อาหาร Fast food เป็นอาหารขยะ ไขมันสูงแต่ผลประกอบการกลับตรงกันข้าม ปรากฏว่า...
McDonald's income rises 80% in '08 ราคาหุ้น คือ $3.76 ต่อหุ้น มากขึ้น  80% จากราคา $1.98ต่อหุ้น ในปี  2007
ทั้งปี 2008 มีลูกค้าเพิ่มขึ้น 58 ล้านคนทั่วโลก
เขาบอกว่า ผลประกอบการที่ดีมากนี้ สะท้อนถึงความแข็งแกร่งของกิจการ และการมุ่งมั่นในด้านการตลาดแบบ " McDonald's ‘Plan to Win.'"
จุดแข็งอยู่ที่อาหาร เมนูไก่ เมนูอาหารเช้า เครื่องดื่ม และความสะดวกสบายในจุดบริการต่างๆ  ( Southern Style Chicken biscuit and sandwich, drive-thru enhancements to improve service and ongoing expansion of McCafe specialty coffees,")
McDonald กำลังมีแผนที่จะเปิดสาขาเพิ่มอีกแน่นอน....

สวัสดีค่ะ

ตามมาอ่านบันทึกนี้...อ่านแล้วเรื่องอาหารการกินนี่ไม่ใช่เรื่อง...ง่าย ๆ พื้น ๆ ที่เราจะมองข้ามไปได้เลยค่ะ

ตระหนักได้เลยว่า...ต้องระวังให้มากกับเรื่องการกิน...

ขอบคุณข้อมูลมากมายค่ะ

(^___^)

57. คุณคนไม่มีราก
สวัสดีค่ะ      
เรื่องอาหารการกินนี่ เรื่องใหญ่ค่ะ
เวลาเจอกัน คนไทย คนจีน มักนำมาเป็น เรื่องของการทักทายด้วย มักจะ ถามกันว่า สบายดีหรือ และอาจต่อว่า กินข้าวมาแล้วหรือยัง
ถีงแม้เศรษฐกิจจะย่ำแย่อย่างไร ธุรกิจร้านอาหารก็ยังพออยู่ได้ ปริ่มๆน้ำ ถ้าขยันจัดกิจกรรมส่งเสริมการขาย มีการประชาสัมพันธ์มากขึ้น เปิดร้านเร็วหน่อย และปิดช้าหน่อย
อาหาร เช้าและกลางวันแบบด่วนๆจะขายดี คนเรา ยังไง ก็ต้องกิน
สำหรับเมืองไทย ร้านอาหาร ส่วนใหญ่ อยู่ได้ พวกร้านรถเข็น ยิ่งอยู่ได้ จะดีกว่าเดิมเสียด้วย ร้านแพงๆ คงจะแย่หน่อย นอกจาก จะลดราคา ลงมา
คนเรา ความเจ็บป่วย มาจากวิถีการปฏิบัติตัว โดยเฉพาะเรื่องอาหารเป็นส่วนใหญ่ และการนำอาหาร มาเป็นยารักษาโรค ก็เป็นเรื่องจริง ที่ช่วยได้มากๆ พี่เองมีประสบการณืเรื่องนี้ มากพอควร แต่ไม่มีเวลาเขียน เป็นบันทึกค่ะ

Restaurant industry mostly stable in 2008 

Fast-food restaurants near schools feed obesity

มีบทความที่แสดงให้เห็นว่า พวกอาหารจานด่วนแบบฝรั่ง ให้โทษมาก ถึงกับเสนอให้มีการห้าม ร้านอาหารจานด่วนเหล่านี้ อยู่ใกล้โรงเรียนในรัศมี 500 ฟุต
โดยมีรายงานข่าวว่า มีการศึกษาจากColumbia University และ University California, Berkeley ว่า  ร้านอาหารจานด่วนเหล่านี้ มีส่วนทำให้เด็กๆ เป็นโรคอ้วนได้ ไม่น้อยกว่า 5 %

สวัสดีค่ะ Sasinand

***เดี๋ยวนี้กะหรี่พัฟ - อาจาด หารับประทานไม่ได้เลย..จะทำเองก็ทำไม่เป็นค่ะ

*** Sasinand ...ช่วยด้วย

สวัสดีค่ะ อ.ศศินันท์

ขอบพระคุณอาจารย์ที่กรุณาไปเยี่ยมชม blog แม่นีโอ ค่ะ

เลยต้องตามมาอ่านความรู้เรื่องอาหารการกินแบบเต็มอิ่มที่นี่

blog ที่เอเขียนไม่ค่อยจะมีเนื้อหาสาระ

จะขออนุญาตนำ blog ของอาจารย์ไป link ไว้ที่ blog ของเอนะคะ :-)

.......

แม้จะเพิ่งทานมื้อกลางวันมาเมื่อสักครู่

แต่มาชม "อาหารการกิน" แล้ว ยังน้ำลายสอขึ้นมาทันควันเลย อิอิ

เอชอบอาหารแทบจะทุกรูปแบบเลยค่ะ

ช่วงที่เรียนป.ตรีที่ม.ขอนแก่น ทานอาหารเวียตนามบ่อยมาก เลยชอบมาถึงปัจจุบันค่ะ

  • แวะมาตามเก็บข้อมูลอาหารการกินเพื่อสุขภาพค่ะ
  • ไม่ชอบทานฟาสต์ฟู้ดเหมือนกันค่ะ  จะทานต่อเมื่อหาอะไรทานไม่ได้จริง ๆ ค่ะ
  • เด็กไทยสมัยนี้มีค่านิมการทานที่เปลี่ยนไปนานแล้ว  ความเร็วและรู้สึกว่าทันสมัยทำให้ทานแบบลืมคุณค่าทางอาหาร  คงต้องสอนลูกหลานตัวเองกันดี ๆ นะคะ 
  • ศิลาเอง กว่าจะทานเป็น ก็ขั้นเลยสามแล้วค่ะ คงพอทันสำหรับสุขภาพที่ดีนะคะ

สวัสดีค่ะคุณ กิติยา เตชะวรรณวุฒิ 60

เดี๋ยวนี้ กะหรี่พัฟกับอาจาด มีขายน้อยลง ส่วนหนึ่งน่าจะเป็นเพราะ คนกลัวอ้วนกันค่ะ และกลัวอนุมูลอิสระ ที่เกิดจาก น้ำมันที่ทอดซ้ำๆกันค่ะ
พี่เองเคยชอบ เดี๋ยวนี้ ไม่ค่อยทานเหมือนกัน แต่ร้านที่ไปอุดหนุนเขาบ่อยๆ ก็ยังทำขาย อย่างที่ถ่ายรูปมา นานๆถึงสั่งทีค่ะ เพราะของเขาเป็น สูตรกรอบนอกนุ่มใน  สูตรนี้ไม่ใช่สูตรที่เคยทานแถวสระบุรี นะคะ

แต่จะเป็นกะหรี่พัฟที่ผสมความเป็นพายแต่การทำแบบไทย ส่วนไส้จะแตกต่าง โดยมีไส้ไก่กะหรี่  ไส้เผือกกวนชาววัง  ไส้เผือกธรรมดา  ไส้พะแนง  ไส้แกงเขียวหวาน ไส้ไก่ผัดซอส
เท่าทีเคยทานมาที่อร่อยที่บ้านเรา  จะมี  6 ไส้ค่ะ  ได้แก่
1.ไส้ไก่กะหรี่
2.ไส้เผือกกวนชาววัง
3.ไส้เผือกธรรมดา
4.ไส้พะแนง
5.ไส้ไก่ผัดซอส
6.ไส้ถั่ว
กะหรี่พัฟ เป็นอาหารว่างชนิดหนึ่ง ที่เป็นที่นิยมกันในประเทศแถบเอเซียตะวันออกเฉียงใต้ มีทั้งไส้หวาน ไส้เค็ม ปัจจุบัน เห็นมีไส้แยม  ไส้มังสะวิรัติ คือพวกผักล้วน และไส้ปลาซาร์ดีนด้วยค่ะ ที่ประเทศมาเลเซีย ก็นิยมมาก มักอยู่ในร้านอาหารอินเดียน
ที่สิงคโปร์ อินโดเนเซีย ก็นิยมมาก โดยเฉพาะที่ร้าน Old Chang Kee ที่เปิดขายกะหรี่พัฟนี้มา 70 ปีแล้วค่ะ
Old Chang Kee is well known for its curry puffs and introduced two other types of curry puffs in 2005, namely "Sardine O" and "Pepper O". That same year, the products were renamed from its usual names to a hippier version such as Curry puff was known as Curry'O after the renaming.

สวัสดี ครับๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆทุกคน

ตอนนี้ อังกฤษฉลองการรับ ประทานปลาคู่กับมันฝรั่งทอดซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมการกิน ตามแบบฉบับอังกฤษ มายาวนานถึง150ปีและเป็นอาหารประจำชาติยอดนิยม
อาหาร เป็นวัฒนธรรมที่เกิดการแลกเปลี่ยน ถ่ายทอดกัน ที่เก่าแก่ที่สุด และจริงๆแล้ว ก็เป็น ตัวกระตุ้น ที่สำคัญ ให้เกิดการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมในรูปแบบอื่นๆตามมาอีกมาก

พอดีไปพบเรื่องราวของ"ท้าวทองกีบม้า เจ้าตำรับอาหารไทย"ที่น่าสนใจ
ขออนุญาต ท่านเจ้าของเรื่อง นำมารวมไว้ ในบันทึกนี้ด้วย เพื่อความสมบูรณ์ ขอบคุณค่ะ
http://www.meechaithailand.com/ver1/?module=2&action=view&id=26&type=8

ขนมไทยแสนอร่อยหลากหลายที่วางขายอยู่ตามตลาดบ้านเรานั้น หลายคนยังไม่รู้ว่าอะไรคือขนมไทยแท้ และอะไรคือขนมที่เราไปยืมคนอื่นมา เช่น ขนมทองหยิบ ทองหยอด ฝอยทอง ที่เราชอบรับประทานกัน และคิดว่าเป็นขนมไทยแท้ๆ แต่แท้จริงแล้วมีจุดกำเนิดมาจากประเทศโปตุเกส โดย "มารี กีมาร์" หรือ "ท้าวทองกีบม้า"

 "ท้าวทองกีบม้า" หรือ "มารี กีมาร์" เกิดเมื่อ พ.ศ. 2201 หรือ พ.ศ. 2202 แต่บางแห่งก็ว่า พ.ศ. 2209 โดยยึดหลักจากการแต่งงานของท้าวทองกีบม้าที่มีขึ้นในปี พ.ศ. 2225 โดยในขณะนั้น มารี กีมาร์ มีอายุเพียง 16 ปี บิดาชื่อ "ฟานิก (Phanick)" เป็นลูกครึ่งญี่ปุ่นผสมแขกเบงกอล ผู้เคร่งศาสนา ส่วนมารดาชื่อ "อุรสุลา ยามาดา (Ursula Yamada)" ซึ่งมีเชื่อสายญี่ปุ่นผสมโปรตุเกส ที่อพยพมาตั้งถิ่นฐานในอยุธยา ภายหลังจากพวกซามูไรชุดแรกจะเดินทางเข้ามาเป็นทหารอาสา ในแผ่นดินพระบาทสมเด็จพระนเรศวรมหาราชไม่นานนัก

 ชีวิตช่วงหนึ่งของ "ท้าวทองกีบม้า" ได้เข้าไปรับราชการในพระราชวังตำแหน่ง "หัวหน้าห้องเครื่องต้น" ดูแลเครื่องเงินเครื่องทองของหลวง เป็นหัวหน้าเก็บพระภูษาฉลองพระองค์ และเก็บผลไม้ของเสวย มีพนักงานอยู่ใต้บังคับบัญชาเป็นหญิงล้วน ซึ่งท้าวทองกีบม้า ได้ทำงานด้วยความซื่อสัตย์สุจริต เป็นที่ชื่นชม ยกย่อง และในระหว่างที่รับราชการ ท้าวทองกีบม้า ได้สอนการทำขนมหวาน อาทิเช่น ทองหยอด ทองหยิบ ฝอยทอง ทองพลุ ทองโปร่ง ขนมผิงและอื่นๆ ให้แก่ผู้ทำงานอยู่กับเธอ และสาวๆ เหล่านั้น ได้นำมาถ่ายทอดต่อมายังแต่ละครอบครัวกระจายไปในหมู่คนไทยมาจนปัจจุบันนี้

 ถึงแม้ "มารี กีมาร์" หรือ "ท้าวทองกีบม้า" จะมีชาติกำเนิดเป็นชาวต่างชาติ แต่ก็เกิด เติบโต มีชีวิตอยู่ในเมืองไทยจวบจนหมดสิ้นอายุขัย นอกจากนี้ ยังได้ทิ้งสิ่งที่ได้ค้นคิดให้เป็นมรดกตกทอดมาสู่คนรุ่นหลัง ได้กล่าวขวัญถึงด้วยความภาคภูมิ "ท้าวทองกีบม้า เจ้าตำรับอาหารไทย"

พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ขอแนะนำ ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี