ตื่นแต่เช้า รีบไป  ลพบุรี  ไปดู เด็กๆ สวดมนต์ ตอนเช้า ตีห้าครึ่ง  ที่ รร สัตยาไส

ผม พา พนักงาน และ ครู ของ Kumon  ไปดู คนไทยสามารถ เอา "สมาธิ" "ความเป็นมนุษย์"  ใส่ลงไปในชีวิตเด็กนักเรียนได้อย่างไร

คารวะ รุ่นพี่ และ ให้กำลังใจ  นักสู้กู้แผ่นดินด้วยการศึกษา  อหิงสาตัวจริง

ผมได้ ขออนุญาต มอบหนังสือที่ผมเขียน ๒ เล่มล่าสุด  คือ  "บันทึก(ไม่)ลับคนไร้กรอบ"  และ "ให้ความรักก่อนให้ความรู้"

เอามะพร้าวห้าวไปขายสวน  หรือเปล่า  เนี่ย ?

************************

ยามดึกๆ เมื่อคืนวาน .....  Instructors ชาวคุมอง  บอกว่า  มีสายด่วน กระจายข่าวกันว่า  ๒๑๐๐น หลายๆ คนจะสวดมนต์ บทพาหุง ฯ กันทั่วประเทศ 

ผมก็บอกว่า  ถ้าอยู่กับผม  ( เราพักกันที่ โรงแรมป่าสัก Hillside  ลพบุรี  ห่างจาก รร สัตยาไส  ขับรถสิบห้านาที)  ไม่ต้องสวดมนต์.....แต่ มาฝึกทำจิตว่างๆ กันดีกว่านะ

บทพาหุง ฯ  หลายคน สวดเพื่อ เข้าสงคราม  เข้ารบ

แต่ สำหรับผม  เป็น บท ที่ว่าด้วย "บารมี" ของ พระพุทธเจ้า   เป็น  How to deal with difficult people แบบพุทธวิธี

.....  นั่งสบายๆ  จะนั่งขัดสมาธิก็ได้ นั่งบนเก้าอี้ก็ได้  ... 

ปิดตาลง  หายใจลึกๆ  ดีดนิวรณ์ออกไป   สร้างความรู้สึกให้รู้ตัวทั่วพร้อม

ดูลมหายใจ เข้าออก  ไม่ต้องไปบังคับลม

ไม่ต้องสนใจเสียงใด  ไม่ต้องสนใจเสียงของผม  .... สักแต่ว่า  สักแต่ว่า ... รู้ ได้ยิน  แต่ไม่อิน  ไม่เอามาเป็นอารมณ์

.....  สร้างความรู้สึกให้รู้ตัวทั่วพร้อม ....

รู้สึกถึงกระแสลมที่พัดผ่านผิวกาย  กายบริเวณใดรู้สึก  เย็นไหม  หนาวไหม

รู้สึกถึงลม ที่ผ่าน บริเวณรูจมูก เข้า ออก   เบา หรือ แรง ถี่ หรือหยาบ

รู้สึกถึง น้ำหนักของตัวเรา ที่กดทับกล้ามเนื้อต่างๆ ลงบนพื้น  

รู้สึก ที่ กลางหน้าอก สบายๆ เบาๆ

รู้ถึง ความคิดต่างๆ ที่จรเข้ามา แบบไม่ได้เชิญ

รู้ถึง ความคิดต่างๆ ที่พุ่งออกไป นอก การรู้ กาย เวทนา จิต ธรรม  ในกายของเรา

รู้สลับกัน ถึง อารมณ์ และ ความรู้สึกตัวทั่วพร้อม

รู้สลับกัน ถึง อารมณ์ และ ความคิดจร  ที่คอยจะพาเราแว่บไปโน้น ไปนี่

ฯลฯ

ระหว่างที่ พวกเขานั่งสมาธิ  ....ผม ก็สอนไปเรื่อยๆ (ด้านบน และ ต่อไปนี้)

เมื่อได้ยินเสียงใดๆ  ก็สักแต่ว่า สักแต่ว่า

รู้ทันความคิด ที่พุ่งออกไป ตัดสิน พิพากษา

รู้ทันความคิด ที่ปรุงแต่ง ฟุ้งซ่าน กลัว กังวล  หดหู่

แยกแยะ จิต กับ ความคิด  ว่าเป็นคนละตัวกัน

เฝ้าศึกษา ให้เห็นตามความเป็นจริง ว่า นี่ความคิดที่กำลังเข้าไปปรุงแต่งจิต 

เฝ้าศึกษา ให้เห็นตามความเป็นจริง ว่า นี่ ความคิด ที่โดนจิตปรุงแต่งไปแล้ว  

หายใจลึกๆ   สร้างความรู้สึกชัดๆ  ที่ บริเวณ ลมหายใจกระทบปลายรูจมูก

ดูลมหายใจบ้าง  ดูการเปลี่ยนแปลงของร่างกายบ้าง  ดูความคิดบ้าง  ดูอารมณ์บ้าง  ดูนิวรณ์บ้าง

ตามดู ต้นตอของจิต ที่ก่อตัวขึ้น  เพราะ โดนความคิดจร เข้าไปปรุงแต่ง

ฯลฯ

...เงียบ...

แผ่ความปรารถนาดี     ออกไป รอบๆ ตัวเรา  เหมือน ลูกบอลขยายตัว ออกไป ทุกทิศทาง  ไปมีประมาณ ...  สัตว์ทั้งหลาย จงเป็นสุข เป็นสุขเถิด  อย่าได้จองเวรซึ่งกันและกันเลย

การสวดมนต์ ด้วยความเกลียดชังฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง  ทำให้กลางใจเราสะสมแต่ความเป็นอกุศล

การรังเกียจ แช่งใคร  ด่าใกล้  ยิ่งทำใจเราก็ยิ่งดำ ๆ 

ขอให้เรามีความสุข และ สรรพสัตว์ทั้งหลาย มีความสุบ

ขอให้เจ้ากรรมนายเวรของเรา ของทุกฝ่าย  จงเป็นสุข เป็นสุข เถิด

ขอให้เทพประจำตัวของเรา ของแผ่นดิน  ของทุกฝ่าย  จงเป็นสุข  เป็นสุขเถิด

บุญกุศลที่เราทำไว้ ทุกๆชาติ  ทั้งน้อย ทั้งมาก    จงมีแด่สรรพสัตว์ทั้งหลาย  ขอให้พ้นทุกข์เถิด 

......

เมื่อรักษาอารมณ์ สบายๆ  ชิวๆได้แล้ว ...  ก็ลองเปิดตา   มองสิ่งต่างๆ  อย่างเป็นสุข อย่างปรารถนาดี  ทำใจชิวๆ  แบบนี้ ๒๔ ชั่วโมง  ไม่ต้องรอ เฉพาะตอนนั่งสมาธิเท่านั้น

..........

เมื่อจิตใจเราสบายๆ   อะไรที่อกุศล พุ่งแว่บเข้ามา เราก็ดีดออกไป

อะไรที่เป็นกุศล เราก็ทำ แต่ ไม่ติดใจ  ทำเยอะๆ แต่ ไม่อิน

ทำใจให้ผ่องใส  โล่งๆ  

.....

หากสวดมนต์ เพื่อ จะให้ฝ่ายใดชนะ   นั่นก็เป็นการสวดที่ ไร้ผลสะแล้ว   รังแต่จะทำให้เราย่ำแย่ตามไปด้วย

ทำจิตให้สงบๆ ว่าง   ปรารถนาดีต่อทุกฝ่าย   แผ่เมตตาออกไปไม่มีประมาณ   ย่อมได้ผลดี ทั้งในปัจจุบัน และ ในอนาคตกาลด้วย

สวดมนต์ไปด้วย  ดูจิตไปด้วย สร้างกำลังสติไปด้วย  นี่แหละ เป็นปฏิบัติบูชา 

ภาวนาที่แท้จริง  ไม่ใช่ ปากเอาแต่สวดๆๆๆๆ   ภาวนาที่แท้จริง คือ ภาวนา ชนะจิต   เอาชนะจิตใจของเรา  จิตใจที่เอาแต่ชนะ  จิตใจที่จะเอาแต่อาฆาต 

ภาวนา คือ การพัฒนาจิตใจ สะสมกำลังสติ  ให้สติต่อเนื่อง  ให้สติว่องไว รู้เท่าทัน

************

บันทึก เอามาให้อ่านเล่นๆ   ในยามที่ หงุดหงิดใจ  ก็ลอง  ทำตามดู นะครับ