ิสำคัญที่สุดในการปฏิรูปการศึกษาคือผู้คนต้องมีการเรียนรู้ร่วมกัน ไม่ใช่ฝันลมๆแล้งๆดังเช่นทุกวันนี้

ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม  ดูคึกคักเป็นพิเศษเนื่องจากเป็นช่วงที่มีการซ้อมรับพระราชทานปริญญาบัตร  ศิษย์เก่าและศิษย์ปัจจุบัน ได้มีโอกาสพบปะสนทนาตามประสาน้องพี่ บรรยากาศดีๆแบบนี้เห็นแล้วสบายใจครับ

 

ขณะเดียวกัน พวกเราได้ร่วมกันเตรียมตัวที่จะเข้าร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ในกิจกรรม UKM 14 ที่มีมหาวิทยาลัยมหาสารคามเป็นเจ้าภาพ   ระหว่าง วันที่ 1-4 ธันวาคม 2551  โดยพลพรรคสมาชิกทั้งหมดจะมาพร้อมหน้าพร้อมตา ในวันที่ 3-4 ธันวาคม 2551   ส่วนทีมมหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม เราได้ตั้งวงคุยกันหลายรอบและถือว่าเราพร้อมสำหรับกิจกรรมนี้เต็มที่ ด้วยการนำทีมโดย ท่านรองอธิการบดี ดร.ทองม้วน  นาเสงี่ยม

 

 

 สาระสำคัญที่เครือข่าย UKM จะได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้ มีประเด็นหลัก คือ การวิจัยในชั้นเรียน การพัฒนาหลักสูตร   การเรียนรู้ที่ยึดผู้เรียนเป็นสำคัญ   อย่างไรก็ตามคาดว่าน่าจะมีประเด็นที่หลากหลายในการพูดคุย โดยเฉพาะภายใต้สถานการณ์รอบบ้านรอบเมืองเป็นเช่นนี้ สถาบันการศึกษาทุกแห่งทุกระดับต้องทำหน้าที่เป็นที่พึ่งพาให้ผู้คน

 

 

 ถ้าถามว่าสถาบันการศึกษาที่อ่อนล้าจากการปฏิรูปการศึกษา จนมีบางคนออกมาบ่นว่าถึงเวลาปฏิรูปรอบสองแล้ว  จะมีพลังเพียงพอให้ผู้คนได้พึ่งพาจริงหรือ  กระผมขออนุญาตไม่ตอบครับ แต่ขออนุญาตแสดงความเห็นว่า ปฏิรูปการศึกษาจะอ่อนล้า  อ่อนแรงและหรืออ่อนใดๆก็ตาม ความท้าทายอยู่ที่นิยามของคำว่า การศึกษา  ที่ให้ความสำคัญต่อการสร้างเสริมความเจริญงอกงามให้แก่บุคคลและสังคม   ท่านทั้งหลายจะบอกว่าปฏิรูปรอบไหนก็ตาม หากลืมนิยามนี้แล้วพวกเราคงอยู่กับความอ่อนล้าทางการศึกษาไปอีกนาน  ซึ่งสิ่งสำคัญที่สุดในการปฏิรูปการศึกษาคือผู้คนต้องมีการเรียนรู้ร่วมกัน  ไม่ใช่ฝันลมๆแล้งๆดังเช่นทุกวันนี้