
หลังการเฝ้าเพียรพยายามทำนาไม่น้อยกว่า 2-3 ครั้ง ในช่วงต้นของฤดูกาล บัดนี้ก็ได้เวลาแห่งการเก็บเกี่ยวผลผลิตที่เฝ้ารอ ซึ่งก็เฉกเช่นทุกปีที่ผ่านมา ฝนปลายฤดูที่หนุนสู้กับสายลมหนาวห้วงราวกลางเดือนตุลาคม ได้ขับกล่อมให้แม่โพสพที่กำลังเริ่มเปลี่ยนรวงเป็นสีทอง เอนล้มทาบทับกันและกันในท้องน้ำที่เอ่อสูงขึ้นเรื่อยๆเนื่องจากไม่มีทางไป เพราะเส้นทางที่เคยไหลลงลำห้วยธรรมชาติได้ถูกปิดกั้นอันเกิดจากกระบวนการพัฒนาเส้นทางคมนาคมสันจรตามยุคสมัย

ท้องทุ่งนา ณ ภาคอีสานวันนี้ เห็นชัดเจนกระบวนการเก็บเกี่ยวต้องเผชิญกับความหนาวเย็นและลำบากยากเข็ญยิ่งขึ้น ค่าใช้จ่ายในการซื้อหาวัสดุอุปกรณ์เพิ่มสูงเป็นเท่าทวี ในขณะที่ได้ข้าวในปริมาณและคุณภาพลดลง เพราะต้องจ่อมจมอยู่ในเนื้อน้ำนานเป็นเดือนๆ

ทุกอย่างเข้าทางคนค้าขาย แม้แต่เสื่อน้ำมันสำหรับปูพื้นยังกลายเป็นอุปกรณ์ในการทำนา

เครื่องดื่มทั้งมีและไม่มีแอลกอฮอร์ ถุงเท้าถุงมือ น้ำมูกน้ำมันขายได้มากขึ้น

ผ้าข่ายไนล่อนสีฟ้า และกระสอบน้ำตาลเก่าขายได้เป็นเทน้ำเทท่าทุกปี


ลวดหนามกระจับ ตะปู พลาสติก ฯลฯ
ไม่เว้นแม้แต่ไม้ใหญ่น้อยจากป่าที่จำต้องซื้อหามาใช้ทำเสาตากมัดข้าว

ขั้นไถขั้นหว่านเราก็ซื้อๆๆๆๆๆ ขั้นบำรุงให้งามหรือเราก็จ่ายๆๆๆๆๆ
กระทั่งขั้นสุดท้ายเมื่อเก็บเกี่ยวเราก็ยังเป็นเจ้ามืออยู่เช่นเดิม
ถึงตรงนี้เราคงมองเห็นได้ชัดเจนว่า "ชาวนาทำนาให้ใครที่ไหนกันบ้าง?"
.....อนิจจา......ชาวนาไทย.....
สุดท้าย....ตำนานของผู้เฒ่าลำไผ่จะไปจบลงตรงลุงขึ้เมาจริงหรือนี่...!!!!
$$$$ €€€€ $$$$
สวัสดีครับ ท่านผอ.
พ่อใหญ่ข่อย จ่าย จ่าย จ่าย
พ่อใหญ่ ขาย ขาย ขาย
พ่อใหญ่ข่อย ตาย ตาย ตาย
สวัสดีครับน้อง
ครูโย่ง หัวหน้า~ natadee
จริงครับน้อง
ออต