เดินทางไปเชียงใหม่

            เช้าวันที่ 22 พฤศจิกายน 2551 เป็นเช้าวันเสาร์ที่เบิกบานสำราญใจ แต่ไม่สำราญท้อง ทั้งนี้เพราะว่าคุณลูกสาวทั้งคู่ของผม ต่างกินกันคนละน้อยนิด คุณจ้ากินแต่ไข่ดาวขาวกับปาท่องโก๋ 1 ขา  คุณแป้งกินไข่ดาวกับขนมปัง 1 แผ่น โดยอ้างว่าอิ่มเหลือเกิน แล้วคอยดูต่อไปว่าจะเกิดอะไรขึ้น

            ว่าด้วยเรื่องกินที่ติดมาจากพันธุกรรมฝ่ายเมียแล้วนั้น ส่งผลให้ลูกสาวทั้งคู่ของผมตกกราฟการเจริญเติบโตมาโดยตลอด ผมกลายเป็นที่อ้างอิงเสมอ เมื่อมีคนบ่นว่าลูกไม่กินข้าว อภิโธ่ ไอ้ที่บ่นๆกันนั่นน่ะ แต่ละคนตัวยังกะยักษ์ ไอ้ที่ไม่กินไม่กิน สงสัย ท่านพ่อแม่ทั้งหลายคงคิดว่า ลูกมันต้องกินให้เท่ากับพ่อแม่กินกระมัง มาเจอลูกผมแล้วเขาจะสบายใจ มาเรื่องลูกผมต่อ ถึงเวลาเที่ยวทีไร พากันตับเล็กลงไปทั้งคู่ เพราะมันไม่ยอมกินเป็นเรื่องเป็นราว ร่างกายต้องใช้พลังงานจากตับซะจนมันหดฟีบเลยเชียว ครั้งนี้ก็เช่นเดียวกับทุกครั้ง ถึงเวลากินไม่กิน 10 โมงปุ๊บก็เริ่มหิว เดินไม่ไหว ลำบากผมต้องแบกมันอีก 2 ชั่วโมง แต่ผมก็รอให้ครบเที่ยงตรงแล้วค่อยกิน

            เราออกจากโรงแรมมุ่งตรงไปยังท่ารถโดยสารที่อยู่ติดกับไนท์บาร์ซาร์ ซื้อตั๋วโดยสารรถ VIP เที่ยว 9.30 น. ได้ 3 ที่สุดท้าย อยู่ที่ตูดรถ ราคาผู้ใหญ่ 180 บาท พี่แป้ง 130 บาท จ้าฟรี ผมเลือกที่จะชมวิวข้างทางไปตลอด เพราะคงหาโอกาสแบบนี้ได้ยาก ไม่นานนักน้องจ้าก็เดินมานั่งตักผม และก็หลับสบายไป มาตื่นเอาอีกทีก็เกือบถึงเชียงใหม่แล้ว แต่คงเป็นเพราะหิวจัด กอปรกับรถโยนไปโยนมาตามโค้งของภูเขา เมื่อเข้าเขตเมืองเชียงใหม่จึงอ๊วกแตก น่าสงสารจริงๆ แต่หลังจากที่กินขนมไปเล็กน้อย น้ำตาลเข้าสมองได้ เธอก็เริ่มฟื้น

            หมอบี ลูกศิษย์ของผมมารับที่อาเขต (ที่นี่เขาเรียกท่ารถว่าอาเขต เล่นเอาผมงง) เธอเป็นคนเชียงใหม่ แต่ไปเรียนหมอที่หาดใหญ่ ตอนนี้เรียนจบแล้วก็มาเรียนต่อด้านศัลยกรรมกระดูกที่บ้าน บีพาครอบครัวผมไปกินมื้อเที่ยงที่ร้านสวนผัก

            ผมเคยมาที่ร้านสวนผักเมื่อ 4 หรือ 5 ปีมาแล้ว นั่นเป็นครั้งแรกที่มาประชุมเรื่องทำแท้งที่แม่ริม คราวนั้นติดใจร้านสวนผักมาก เขาปลูกผักเอง ผักสดกรอบ กินเป็นสลัดเหลือตาเดียว เด็ดไปเลย (สลัดบ้านเราต้องมีตาเดียวไม่ใช่เหรอครับ ฮา) มาครั้งนี้จึงมีความประสงค์อย่างแรงกล้าที่จะย้อนกลับมา เพื่อพาลูกและเมียมาเป็นโจรสลัดร่วมกัน แต่ทว่าเมื่อมาถึงทุกอย่างก็เปลี่ยนไป เพราะที่สวนผักกลายไปเป็นเย็นตาโฟเสียส่วนหนึ่ง แต่เป็นเย็นตาโฟไฮโซที่รสชาติติดดาวครับ อร่อย เครื่องเคียงเป็นหนังปลาทอดกรอบดีเยี่ยม เสร็จจากมื้อนี้บีก็ขับรถไปส่งที่โรงแรม

            เราจองโรงแรมเรือนระมิงค์ (Raming Lodge) ซึ่งพบว่ามันดีเยี่ยมไปเลยครับ เพราะอะไรน่ะหรือ ราคาไม่แพงมาก เราได้ห้อง deluxe เตียงใหญ่พิเศษ ขนมขบเคียวในห้องกินได้ฟรี รวมทั้งเบียร์ น้ำอัดลม (อย่างที่โรงแรมใหญ่ๆเขาจะขาย) ที่ตั้งโรงแรมอยู่ที่ถนนลอยเคราะห์ ติดกับถนนคนเดินและไนท์บาร์ซาร์ (เอ..อันนี้ก็ไม่แน่ใจ ว่าจะเป็นความโชคร้ายหรือไม่หนอ) แต่ก็มีที่ตลกเล็กน้อย นั่นก็คือ สระว่ายน้ำเขา เราต้องเดินไปหลังโรงแรม ข้ามถนนไปยังสระว่ายน้ำที่มีกำแพงล้อมรอบอยู่ แต่ตัวสระน้ำก็สวยมากนะครับ ไม่ลึกเกินไป มีอ่างน้ำพ่นให้นั่งเล่นด้วย เอาเป็นว่า เราพอใจอย่างมากเลยเชียวครับ

            แล้วเด็กๆก็ลงว่ายน้ำอีกครั้ง อากาศไม่เย็นมากนัก ออกจะติดร้อนไปด้วยซ้ำ เล่นกันได้นานเชียว ลอดน้ำตกบ้าง แป้งดำน้ำบ้าง ไม่มีใครรบกวน ระหว่างนั้นจิ๋มก็เดินไปติดต่อหารถเช่าครับ ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าแปลกที่ว่า เมื่อเราติดต่อไปที่ไหน รถหมดทุกที่ จนเหลือที่สุดท้ายคือ Budget เขาบอกว่าเหลือคันสุดท้าย Altis ราคาวันละ 2090 บาท รวมประกันวันละ 300 บาท เป็น 2390 บาท เมื่อจิ๋มพยักหน้า เราจึงขึ้นกะป๊อไปที่หน้า Central airport เพราะบริษัทเขาอยู่ที่นั่น และผมก็ไม่ลืมที่จะเอา GPS ติดตัวไปด้วย อยากใช้เต็มแก่แล้ว

            เราได้ Altis คันใหม่เอี่ยม เพิ่งวิ่งมาได้ 3000 กิโลเมตรเท่านั้นเอง ผมยังสามารถสะสมไมล์ของบินไทยได้ด้วย สภาพรถเป็นที่น่าพอใจ จุดหมายแรกของเราก็คือ ไนท์ซาฟารี ผมโทรศัพท์ถามพี่หนึ่งว่าจะกินที่ไหนดี ก็ได้รับคำแนะนำว่า แกงร้อน แต่เมื่อถามพนักงานบริษัทบัดเจ๊ท เขาบอกว่า ถ้าไปไนท์ซาฟารี ร้านอาหารที่อยู่ระหว่างทางผ่านน่าจะเป็น ข้าวเม่า ข้าวฟ่าง และ GPS ก็ระบุเส้นทางได้แล้ว ผมจึงเหยียบคันเร่งออกไป

            ได้ผลครับ เพียงไม่กี่นาทีผมก็คุ้นกับการบอกทางของมัน เช่น ชิดขวา น่าจะหมายถึงการให้เราตรงไปในกรณีที่เป็นทางแยก อะไรทำนองนี้ แต่เอ๊...ทำไมมันยิ่งพาเราออกไปนอกเมือง ออกไปเรื่อยๆ และรู้สึกว่าเรากำลังจะเข้าจังหวัดลำพูน เหลือบมองไปยังมุมซ้ายล่างของจอ มันก็บอกว่า กำหนดถึงที่หมายเวลา 23 นาฬิกา ว่าดังนั้น ผมจึงเลี้ยวเข้าไปตั้งหลักในปั๊มน้ำมัน ตรวจสอบอีกครั้งก็พบว่า ร้านที่ว่านั่นมันเป็นร้านที่อยู่ในจังหวัดตาก แม่เจ้า นี่เราประมาทขนาดนี้เชียวหรือ เลยตั้งเข็มใหม่ ไปไนท์ซาฟารีเลย กินที่นั่นก็แล้วกัน ฮ่า ฮ่า

            เรามาถึงที่หมายด้วยความสะดวกเลยเชียวครับ จะว่าไปแล้ว ไอ้เจ้า GPS นี่มันสุดยอดจริงๆ แต่ข้อเสียมันก็คือ มันทำให้เราสมองเล็กลงไปถนัดตา เพราะว่าไม่ต้องไปจดไปจำเส้นทางมันอีกแล้ว แผนที่ก็ไม่ต้องใช้

            มื้อเย็นคืนนี้จึงเป็นเพียงอาหารง่ายๆ ไข่เจียว แกงจืด และมันก็หมดลงอย่างรวดเร็ว แล้วเราก็เริ่มท่องเที่ยวสวนสัตว์กลางคืน ซึ่งผมพบว่า ที่นี่ดีกว่าที่สิงคโปร์เสียอีก สัตว์ก็มีมากกว่า เนื้อที่ก็มากกว่า เพียงแต่การจัดการพื้นที่ส่วนหน้าไม่ดีเท่า ที่นี่ไม่มีร้านขายอาหารมากนัก ไม่มีร้านขายของที่ระลึกมากนัก มันเลยดูเงียบกว่าสิงคโปร์มาก แบบนี้ผมชอบครับ

            GPS ได้นำเรากลับโรงแรมด้วยความปลอดภัย จ้าหลับตั้งแต่อยู่ในรถนานแล้ว พี่แป้งก็คงเหนื่อยเต็มทีแต่ก็ไม่ปริปากบ่น คืนนี้ครอบครัวเราก็หลับลงอย่างหมดแรง