อาทิตย์ที่แล้วพาคุณแม่ไปตรวจตามนัดที่โรงพยาบาลโรงเรียนแพทย์แห่งหนึ่ง ซึ่งสถานที่ที่จะไปเนี่ยเป็นศูนย์บริการสุขภาพพิเศษ พูดให้เข้าใจง่ายก็คือโรงพยาบาลเอกชนในโรงพยาบาลรัฐนะแหละ แม่มีปัญหาเกี่ยวกับระบบทางเดินหายใจ และระบบทางเดินอาหาร วันนี้ไปเรื่องระบบทางเดินอาหารหลังจากกินยาที่อาจารย์หมอให้แล้วรู้สึกอาการดีขึ้นมาก ท่านก็กรุณานัดเรามาพบตรวจดูอาการเป็นระยะ อาจารย์หมอของแม่ แม่บอกเองว่าหมอของแม่ เป็นนายแพทย์วัย(ชรา) อายุประมาณ 70 เห็นจะได้ ท่านน่ารักมาก ทุกครั้งที่ฉันตามไปส่งแม่ฉันมักชอบคุยกับท่านครั้งละนานๆ ถามโน่นถามนี่เกี่ยวกับอาการของแม่ ท่านก็ใจดีอธิบายให้หมดไม่มีเบื่อจนบางครั้งลืมไปว่ามีคนไข้คนอื่นเค้ารออยู่ วันนี้ก็เช่นกันฉันได้รับสิทธิพิเศษเป็นสารถีไปส่งแม่ตอนแรกมือหนึ่งที่จะไปส่งแม่คือ น้องสาว พอดีน้องต้องไปประชุมสัมนาอะไรซักอย่างนี่แหละ ก็เลยเรียกใช้บริการฉัน (น้องของฉันก็เป็นพยาบาลนอกเมืองเหมือนกันเราอายุห่างกันแค่ 2 ปี เราคล้ายกันจนมีคนทักผิด แต่นิสัยต่างกันมาก วันหลังจะแอบเม้าท์เธออีกที) พอได้รับมอบหมายภารกิจเราออกเดินทางตั้งแต่เช้า แม่บอกว่าไม่ต้องรีบก็ได้แม่มีคิวตรวจตั้งบ่ายโมง แต่บอกกับแม่ว่ากันเหนียวไว้ก่อนเผื่อสภาพดินฟ้าอากาศที่แปรปรวนด้วย ไปถึงโรงพยาบาลประมาณ 9 โมงเช้าขึ้นไปชั้น 13 เพื่อยื่นบัตรนัดที่โต๊ะพยาบาล คุณได้คิวที่ 7 ตอนบ่ายโมง สิ่งมีชีวิตสวมชุดสีขาว บอกโดยที่ฉันยังไม่ได้พูดอะไรซักคำ แล้วเธอก็ง่วนกับภารกิจของเธอต่อ เอาล่ะสิอีกตั้ง 4 ชั่วโมงกว่าจะได้ตรวจทำไงดีเนี่ย แต่ก็ใจชื้นหน่อยได้คิวที่7 คงไม่นานเท่าไหร่ ตอนนี้หากิจกรรมอะไรทำดี ถามแม่กับพ่อว่าเอาไงดี แม่บอกว่าแม่จะรออยู่บริเวณใกล้ๆนี่แหละขี้เกียจออกไปไหนไกล ฉันก็เลยจัดแจงหาที่พักผ่อนให้พ่อกับแม่เสร็จก็แวบไปร้านหนังสือซะหน่อยไม่ได้เข้าร้านหนังสือตั้งเป็นเดือนละ เพลินอยู่กับร้านหนังสือเกือบเที่ยงก็โทรหาแม่ แม่รอหมอเรียบร้อยแล้วรู้สึกผิดจังที่ปล่อยให้ท่านอยู่กันสองคน เป็นอย่างนี้ทุกทีถ้าเข้าร้านหนังสือทีไรเป็นต้องอย่างนี้แก้ไม่หาย แม่รู้ดี ขอโทษนะคะแม่ ทีหลังหนูจะพยายามปรับปรุงตัว แม่คงคิดในใจว่าถ้าเป็นน้องเธอคงไม่ปล่อยให้ฉันโดดเดี่ยวอย่างนี้หรอก นี่แหละฉันหล่ะลูกคนกลาง สำนึกผิดพอเป็นพิธีก็มานั่งรอหมอกับแม่ บ่ายโมงเป๊ะคุณลุงหมอผู้น่ารักก็เดินต้วมเตี้ยมเข้าห้องตรวจ เย้ หมอมาแล้วกว่าจะถึงคิวเราคงซักหนึ่งชั่วโมงวันนี้คงกลับบ้านไว ดูจากคนไข้หน้าห้องก็ประมาณ 7-8คน ทุกคนตั้งหน้าตั้งตารออย่างมีความหวังไม่มีใครพูดอะไรซักคำ สายตาเพ่งรออยูที่ห้องเบอร์ 6 เวลาผ่านไป หนึ่งชั่วโมงมีผู้ได้รับการตรวจสามท่าน อะไรกันนี่ หนึ่งชั่วโมงได้สามคนแต่ไม่เห็นมีใครว่าอะไรทุกคนยังคงรอ รอ รอ และก็รอ ด้วยสีหน้าเรียบเฉยรวมทั้งแม่ด้วย ฉันถามแม่ว่าแม่เบื่อไม๊ที่ต้องรอนาน แม่บอกว่าไม่เบื่อรอได้เดี๋ยวก็ถึงคิวเราแล้วบอกให้ฉันใจเย็นๆ สองชั่วโมงผ่านไปทุกสิ่งยังคงดำเนินต่อไป ผู้ช่วยเหลือคนไข้เรียกคนไข้เข้าตรวจแล้วยืนรอแพทย์ว่าจะตรวจเสร็จเมื่อไหร่ ระหว่างรอก็ส่องกระจกดูไฝที่หน้าซะหน่อยว่าโตขึ้นไม๊ พยาบาลอธิบายให้ผู้รับบริการว่าคุณควรทำอะไรต่อ ไปตรวจพิเศษห้องไหน จ่ายเงินห้องอะไร รับยาที่ไหน คนไข้และญาติก็รอต่อไป................. สองโมงสามสิบนาที คุณ........(แม่เราเอง)เชิญค่ะ มิรอช้าฉันแทบจากระโดดจากเก้าอี้พร้อมกับจับมือแม่กึ่งลากกึ่งเดิน เพื่อจะไปถึงห้องตรวจให้เร็วที่สุด ราวกับว่ากลัวจะมีใครมาแย่งตรวจก่อนงั้นแหละ พอเข้าห้องตรวจคุณหมอถามแม่ถึงอาการ และก็ตรวจร่างกาย จากนั้นก็กลับดูประวัติเดิมใช้เวลานานพอดูเหมือนกัน แล้วท่านก็อธิบายถึงความก้าวหน้าของโรคสักพักก็สั่งจ่ายยา เป็นอันเสร็จกระบวนการ ใช้เวลาประมาณ 20นาที พอออกจากห้องต้องไปห้องจ่ายเงินอีก แล้วรอรับยาอีก วันนั้นเรากลับบ้านมืดพอดี ระหว่างทางกลับบ้านมีคำถามเกิดขึ้นในใจหลายอย่าง ทำไมคนไข้เขาถึงทนรอหมอของเขาได้โดยไม่บ่นซักคำแม้ว่าจะนานแค่ไหน รู้สึกอย่างไรกับการรอคอยโดยไม่มีเงื่อนไข ถ้าคนนั้นไม่ใช่หมอเขาจะรอไหม ฉันถามแม่เกี่ยวกับเรื่องนี้ แม่บอกว่ามันคุ้มกับการรอคอย เมื่อเราเจ็บป่วยไม่พึ่งหมอแล้วจพึ่งใครล่ะ ????????????????????????????????????????????????????????????
พยาบาลเข้าเมือง
การรอคอยอย่างไม่มีเงื่อนไข
ความเห็น
บทความในวันเดียวกัน
ฉวีวรรณ · 24 พ.ย. 2551
สุธัช หุยากรณ์ · 24 พ.ย. 2551
สุธัช หุยากรณ์ · 24 พ.ย. 2551
นู๋ปุ้ย · 24 พ.ย. 2551
น้องของฉันก็เป็นพยาบาลนอกเมืองเหมือนกันเราอายุห่างกันแค่ 2 ปี เราคล้ายกันจนมีคนทักผิด แต่นิสัยต่างกันมาก วันหลังจะแอบเม้าท์เธออีกที มารออ่านนะคะ น้องหน่อง พี่ว่า รอหมอ เนี่ยนะคะ ยังไง ก็ รอ แบบว่า หมอบอกให้ยิ้ม ก็ยิ้ม เจ้า
เย้ ดีใจจังพี่ใหม่มาเยี่ยมด้วย แอบอิจฉาพี่ใหม่มากๆๆๆๆๆๆที่มีผลผลิตตั้งสองคนแล้ว แถมลูกไม้ก็ป้วนเปี้ยนใกล้ๆตนอีก ..อยากได้เคล็ดลับน่ะ คิก คิก