
...
เป็นที่ทราบกันดีว่า คนทั่วโลกประมาณ 7-10% (ยกเว้นอินเดียจะสูงกว่านี้มากหน่อย) มีความเสี่ยง (โอกาส) เป็นโรคเบาหวาน ซึ่งต้องควบคุมอาหารกันแบบสุดๆ จึงจะป้องกันไม่ให้ "หัวใจ-ไต-ตา-ตีน" เสียหายจากโรคเร็วเกินควร เช่น ไม่โดนตัดนิ้วหรือตัดขา ชะลอเวลาเป็นโรคไตเสื่อมสภาพหรือไตวาย ชะลอตาเสื่อมหรือตาบอด ชะลอหัวใจเสื่อมสภาพ หรือโรคหลอดเลือดหัวใจตีบตัน
เพราะฉะนั้นไม่เป็นเสียเลยคงจะดีกว่า ข่าวดีคือ วันนี้มีคำแนะนำเกี่ยวกับวิธีป้องกันโรคเบาหวานจากโปรแกรมให้การศึกษาเบาหวานแห่งชาติ สหรัฐฯ (NDEP) มาฝาก อาจารย์ท่านแนะนำวิธีป้องกันเบาหวานไว้อย่างนี้ครับ
...
![]()
ภาพจากวิกิพีเดีย > [ Wikipedia ]
-
วงกลมสีฟ้าเป็นสัญลักษณ์ของโรคเบาหวานสากล
...
![]()
ภาพจากวิกิพีเดีย > [ Wikipedia ]
-
ภาพแสดงกลไกการหลั่งฮอร์โมนอินซูลินจากตับอ่อน
-
ดูเล่นๆ คลายเครียดก็ได้ครับ
...

ภาพจากวิกิพีเดีย > [ Wikipedia ]
-
ภาพจอตาหรือเรตินา (retina) ที่เสื่อมสภาพ แดงฉานจากหลอดเลือดผิดปกติ (เห็นเป็นแถบสีแดง) ซึ่งอาจทำให้ตาเสื่อมสภาพ หรือตาบอดได้
...
-
จุดเหลืองๆ ที่เห็นอยู่รอบๆ คือ ร่องรอยจากการยิงเลเซอร์ เพื่อไม่ให้รอยโรคขยายออกไปจนตาบอด
-
การรักษาภาวะแทรกซ้อนจากเบาหวาน เช่น ตาเสื่อมสภาพ ฯลฯ ส่วนใหญ่ไม่ได้ทำให้หายจากโรค เป็นเพียงการชะลออาการ ไม่ให้ตาบอด ทางที่ดีคือ ป้องกันเสียแต่วันนี้
...
(1). กินอาหารจานเล็กๆ
-
การใช้จานอาหารและเครื่องดื่มขนาดเล็กช่วยให้คนเรากินน้อยกว่าอาหารจานใหญ่
(2). เนื้อแดง (เนื้อสัตว์ใหญ่) ไก่ ปลา... ขอ 3 ออนซ์พอ (3 ออนซ์ = 90 กรัม ขนาดประมาณไพ่ 1 ใบ หรือฝ่ามือผู้ใหญ่ ไม่รวมนิ้วมือ ความหนาประมาณปลายนิ้วก้อย
(3). เวลาทำอาหารหรือทำความสะอาดครัว
-
อย่ากินไปทำไป ให้ทำลูกเดียว
(4). กินอาหารและของว่างตรงเวลาทุกวัน
(5). กินอาหารเช้าทุกวัน
...
...
(6). อย่ากินซุปหรือเนื้อสำเร็จรูปมากเกิน
-
น้อยไว้ละดี เพราะอาหารสำเร็จรูปมักจะเค็มหรือมีเกลือสูง
-
ให้ทำกับข้าวเอง หรือเลือกอาหารชนิดเกลือต่ำ จึงจะดี
(7). อย่ากินขนมคนเดียว (แม้แต่มีชิ้นเดียวก็ควรแบ่ง)
- ให้แบ่งขนมให้คนอื่น แบ่งมากได้บุญมาก (ตรงนี้ผู้เขียนเติมไปเอง)
(8). เวลากินอาหารนอกบ้าน
- ให้เลือกสลัดผักจานใหญ่ๆ อาหารอื่นๆ กินครึ่งเดียวหรือแบ่งให้คนอื่นสักครึ่งก็ยิ่งดี
(9). ใช้กะทะเคลือบเทพลอน
- ผัดทอดกับน้ำมันน้อยๆ หรือใช้น้ำซุปช่วยผัด
- ถ้าใช้เนย... ให้ใช้น้อยๆ เช่นกัน
(10). ดื่มน้ำ 10 นาทีก่อนมื้ออาหาร
- บางคนไม่ได้หิวข้าว ทว่า... ความรู้สึกหิวน้ำทำให้สับสน
- การดื่มน้ำก่อนมื้ออาหารช่วยให้กินอาหารได้น้อยลง
...
...
(11). อาหารจานด่วนหรือฟาสต์ฟูดนานๆ ครั้ง
-
เลือกกินไก่ ถลกหนังออก (หมายถึงลอกหนังออก) แทนเบอร์เกอร์ชีส (เนยแข็ง)
-
เลือกสลัด และเลิกกินแฟรนไชส์ (มันฝรั่งทอด)
(12). กินไปฟังไป
- "กินไปฟัง (เพลง) ไป" ดีกว่า "กินไปดูไป (TV)"
- คนที่กินไปดูไปมักจะกินมาก... เลยอ้วนเลย
(13). กินช้าๆ
- นั่งลง กินช้าๆ เคี้ยวช้าๆ รอเวลา 20 นาที... ท้องจึงจะส่งสัญญาณไปบอกสมองว่า อิ่มแล้ว
(14). กินมื้อเล็กๆ
(15). ใช้ช้อนส้อมเล็กๆ
- ใช้ช้อน ส้อม จาน ชาม ถ้วย แก้วแบบเล็กๆ... หุ่นจะได้เล็กๆ
...
...
(16). กินของชอบ
-
ถ้าชอบอาหารประเภท "หวาน-มัน-เค็ม" ไม่จำเป็นต้องงด ขอเพียงกินให้น้อยๆ และไม่บ่อยเท่านั้นเอง
(17). ทำน้อยให้ดูมาก
- ทำอาหารจานเล็กแต่พอดีอิ่ม ใส่ในจานสลัดหรือจานอาหารเช้า เติมผักผลไม้ (และถั่ว) หลากสีสันแต่งไปให้ดูเหมือนมาก แล้วอย่าลืมกินผักผลไม้ด้วย
(18). เต้นรำบ่อยๆ
(19). เต้นให้ลูกหลานดูว่า สมัยเป็นสาวหรือเป็นหนุ่ม... คนยุคนั้นเต้นกันอย่างไร
(20). เปิดเพลงไปทำงานบ้านไป
- จะร้องไปด้วยก็ได้นี่
...
...
(21). ส่งของให้ผู้ร่วมงานด้วยมือ€แทนอีเมล์
(22). ขึ้นลงบันไดแทนลิฟต์
(23). ใช้โทรศัพท์ให้น้อยลง... เดินไปหาเพื่อนๆ ให้มากขึ้น
(24). เดินดู TV... ไม่นั่งดู TV
-
ข้อนี้จะเปลี่ยนเป็นกายบริหาร ขี่จักรยานออกกำลัง เดินบนลู่วิ่ง-เดินไฟฟ้าก็ได้
(25). จอดให้ไกล และเดินไปอีกหน่อย
...
...
(26). หาวิดีโอหรือแผ่นออกกำลัง เช่น แอโรบิคส์ โยคะ ไทเกก-ชี่กง ฯลฯ มาดู และทำตามไปด้วย
(27). ลงรถเมล์ก่อนถึง 1 ป้าย และเดินไปให้ถึง
(28). กินผักเป็นอาหารว่าง เช่น แครอทแช่เย็น แตงกวา ฯลฯ
-
ถ้าทำไม่ไหว... ให้ลองผลไม้ไม่หวานจัดทั้งผลสัก 6-8 คำ เช่น ส้ม แอปเปิล ฝรั่ง แก้วมังกร ส้มโอ ฯลฯ
(29). ไปตลาดทุกครั้ง ให้มองหาผักผลไม้ชนิดใหม่ทุกครั้ง
(30). เลือกอาหารไขมันต่ำไว้ก่อน
-
แม้แต่ชีส (เนยแข็ง) หรือมักกะโรนี... ถ้ามีชนิดไขมันต่ำ (low fat) ก็ให้เลือกแบบไขมันต่ำไว้ก่อน และกินพร้อมผักหรือสลัด
...
...
(31). ลองอาหารแปลกๆ ใหม่ๆ
-
ลองอาหารแปลกๆ ใหม่ๆ จะในหรือนอกประเทศก็ได้ ขอให้มีผัก ธัญพืชไม่ขัดสี เช่น ข้าวกล้อง ขนมปังเติมรำ (โฮลวีท) ข้าวโอ๊ต ถั่ว ฯลฯ บ้าง
-
เนื้อนั้น... น้อยๆ ไว้ละดี
(32). ใช้เครื่องเทศแทนเกลือ
(33). พกขวดน้ำคู่ใจ ดื่มไปทุกที่ จะได้เท่ทุกท่าที
(34). เตรียมอาหารว่างสุขภาพไว้ให้พร้อม เช่น ผลไม้สดไม่หวานจัด ถั่วสักกำมือ (เลือกที่ไม่ผ่านการทอดจึงจะดี) ฯลฯ
(35). ถ้ากินพิซซา...
- โปะหน้าผักเข้าไป เช่น บรอคโคลี ผักโขม (ปวยเล้ง) ฯลฯ
- โปะจนไม่เห็นพิซซาเลยยิ่งดี
...
...
(36). หัดทำอาหารสูตรใหม่ๆ จะได้ไม่เบื่อและไม่จำเจ
(37). เลือกอาหารน้ำตาลต่ำ (low sugar) หรืออาหารไม่เติมน้ำตาล (no added sugar)
(38). เปลี่ยนนม
-
จากนมไขมันเต็ม (full cream) เป็นนมไขมันต่ำ (low fat)
-
จากนมไขมันต่ำ (low fat) เป็นนมไม่มีไขมัน (non fat)
(39). เปลี่ยนข้าว
- เปลี่ยนข้าวขาวเป็นข้าวกล้อง
- เปลี่ยนขนมปังขาวเป็นขนมปังเติมรำ (โฮลวีท)
(40). อย่าซื้อถ้าไม่มีรายการ
- อย่าไปซื้อของในห้างสรรพสินค้าหรือตลาดถ้าไม่มีรายการ "ของต้องซื้อ"
- เขียนลงไปว่า จะซื้ออะไรก่อนไปซื้อทุกครั้ง
...
...
(41). อ่านฉลากอาหาร
-
เลือกอาหารไขมันอิ่มตัวต่ำ ไขมันทรานส์ต่ำ โคเลสเตอรอลต่ำ เกลือ(โซเดียม)ต่ำ ไม่เติมน้ำตาล หรือเติมน้ำตาลน้อย
(42). ผลไม้หลากสี
- ตั้งไว้เป็นเครื่องประดับบ้าน และอย่าลืม... กินเข้าไปด้วยคราวละ 6-8 คำ กำลังดี
(43). เลือกอาหารกินได้ช้า
- ผลไม้ทั้งผล เช่น ส้ม ฯลฯ ดีกว่าน้ำผลไม้ เช่น น้ำส้ม ฯลฯ
- กินข้าวโพดคั่วไขมันต่ำดีกว่าขนมเค้ก
(44). ทำไดอารี
- จดบันทึกไปว่า อาทิตย์หนึ่งกินอะไรไปกี่อย่างกี่คำ และจะทำอย่างไรให้วันนี้เป็นวันดีๆ ของชีวิต เช่น ไม่กินมากเกินหรือน้อยเกิน ฯลฯ
(45). ถ้าอ่านมานานแล้วเหนื่อยก็ "ถอนหายใจ" ตรงนี้ได้
...
...
(46). อย่าเพิ่งหักดิบ
- อย่าเพิ่งหักดิบหรือเปลี่ยนแปลงการกินและการออกกำลังแบบ "ถอนรากถอนโคน"
- ให้เปลี่ยนแปลงแบบสร้างสรรค์ "ทีละอย่าง" เช่น วันละอย่าง ฯลฯ ไปในทางที่ดีขึ้น
(47). คลายเครียด
- ฝึกผ่อนกายคลายเครียดเป็นประจำ เช่น นั่งลง-หายใจช้าๆ ลึกๆ หัดเดินแบบ "เรื่อยเปื่อย" ฟังเพลง ฯลฯ เพราะถ้าเครียดแล้ว... คนเรามักจะกินมากเกิน
(48). ให้เวลากับตัวเอง
- ให้เวลากับตัวเอง... ทำอะไรที่ชอบบ้าง เช่น อ่านหนังสือ อ่านบล็อกในอินเตอร์เน็ต อาบน้ำแบบ "เรื่อยเปื่อย (ไม่รีบ)" ทำสมาธิ สวดมนต์ ฯลฯ
(49). เวลาเครียด-อย่ากิน
- เวลาเครียด... อย่าเพิ่งกิน ให้ทำอย่างอื่น เช่น เดินเร็วๆ สัก 10 นาที เดินไปให้ไกลแสนไกล ฯลฯ
(50). ข้อนี้เว้นไว้ให้พวกเราเติมกันเองครับ
...
...
ถึงตรงนี้... ขอให้พวกเรามีสุขภาพดีไปนานๆ ครับ
...

ที่มา
...
- ขอขอบพระคุณ > Thank NDEP > More than 50 ways to prevent diabetes > [ Click ] > November 24, 2008.
...
- ข้อมูลในบล็อก "บ้านสุขภาพ" เป็นไปเพื่อการส่งเสริมสุขภาพและป้องกันโรค ไม่ใช่รักษาโรค
- ท่านผู้อ่านที่มีโรคประจำตัว หรือมีความเสี่ยงต่อโรคสูง... ควรปรึกษาหมอที่ดูแลท่านก่อนนำข้อมูลไปใช้
...
- ขอขอบพระคุณ > อ.นพ.ศิริชัย ภัทรนุธาพร สสจ.ลำปาง + อ.นพ.โอฬาร ยิ่งเสรี ผอ.รพ.ห้างฉัตร + อ.อรพินท์ บุญเสริม + อ.อนุพงษ์ แก้วมา > สนับสนุนเทคนิค iT.
- นพ.วัลลภ พรเรืองวงศ์ โรงพยาบาลห้างฉัตร ลำปาง > 24 พฤศจิกายน 2551.
...
- สงวนลิขสิทธิ์บทความในบล็อก "บ้านสุขภาพ" และ "บ้านสาระ" > ยินดีให้นำไปใช้เพื่อส่งเสริมสุขภาพ หรือเผยแพร่ความรู้ได้ ห้ามนำไปใช้เพื่อการค้า.
...
ขอบคุณสำหรับข้อมูลดีๆ ที่แตกต่างจากที่อื่นค่ะ คุณหมอวัลลภ พอดีคุณแม่เป็นเบาหวานอยู่ แต่ก็ใช้วิธีคุมอาหาร ยังไม่ถึงกับใช้วิธีฉีด ทานยาลดน้ำตาลช่วยค่ะ ตัวเองก็ระวังเรื่องอาหารเหมือนกัน เพราะเป็นกรรมพันธุ์ใช่ไหมค่ะ ตรวจสุขภาพทุกครั้งก็น้ำตาลปกติอยู่ ค่ะ
ขอขอบคุณ... คุณ tukky
เรียน คุณหมอวัลลภ ผมเป็นเบาหวานอยู้ครับ ปีที่แล้วน้ำตาลอยู่เฉลี่ย 120 ตอนนี้ล่าสุดลดลงเหลือประมาณ 90 ยังต้องทานยาอยู่ทุกวัน มีคำถามอยู่ว่า ต้องลดน้ำตาลให้เหลือเท่าไหร่ จึงจะสามารถหยุดยาทานได้ครับ ผมเข้าใจว่าแม้จะหยุดยาแล้ว แต่ก็ยังต้องคุมอาหาร คุมน้ำตาลต่อไป ตอนนี้ที่อยากทราบตัวเลขเพราะจะได้มีเป้าหมายที่แน่นอนว่าจะต้องลดให้ได้เหลือเท่าไหร่ครับ
บล็อก "บ้านสุขภาพ" ไม่มีนโยบายให้การวินิจฉัย หรือรักษาโรคออนไลน์ครับ...
รับทราบครับ
ขอบพระคุณสำหรับข้อมูลดีๆ ที่เป็นประโยชน์อย่างมากครับ
-ขอบคุณค่ะ คุณหมอ
-เติมข้อสุดท้ายค่ะ เป็นสิ่งที่ปฏิบัติอยู๋
-เดินจงกลมค่ะ ที่ให้ความสงบ พิจารณาการปฏิบัติตนในแต่ละวัน
-ขอบคุณค่ะ
ขออภัย... คุณคนป่วย
การวินิจฉัยและตรวจรักษาโรคทุกวันนี้...
ขอขอบคุณข้อคิดเห็นจากคุณ krutoi มากๆ
อ่านแล้วจะพยายามทำ เคยโดนหมอว่าบ่อย ๆ เรื่องการออกกำลัง แต่ก็ผัดวันประกันพรุ่งอยู่เสมอ
เครียดกับงาน ยุ่งกับงาน อื้อ! ต้องทำให้ได้
ขอขอบคุณอาจารย์ครูภา...
มีโอกาส มาอ่าน ..บ้านสุขภาพ ..ดีมากคะ จะส่งต่อให้ทีม เบาหวานอ่านบ้าง
ขอขอบคุณ... คุณ nitat