การค้นหาว่าเด็กมี “แวว” อะไร จะต้องมีการทดสอบ รวบรวมข้อมูลเพื่อประมวลผลแววความสามารถพิเศษ ซึ่งมีทั้งหมด 10 แววด้วยกัน สามารถจำแนกคุณลักษณะเฉพาะของแต่ละแวว ได้ดังนี้
1. แววผู้นำ เป็นเด็กชอบขบคิด ไม่ยอมจำนนต่อปัญหาอุปสรรคใด ๆ ชอบเป็นผู้นำกลุ่ม มีอารมณ์ขัน ชอบทำงานกับคนกลุ่มมาก ทำงานร่วมกับคนอื่นได้ดี มีมนุษยสัมพันธ์ และควบคุมการทำงานให้บรรลุเป้าหมาย
2. แววนักคิด เป็นเด็กช่างสังเกต มองเห็นรายละเอียดได้มากกว่าเด็กวัยเดียวกัน จดจำแม่นยำ รวดเร็ว สนใจสิ่งแปลก ๆ ที่ทำให้ผู้ใหญ่ประหลาดใจ ใช้ภาษาได้ดี ไม่ชอบคบเพื่อนวัยเดียวกัน แต่คบคนที่อายุมากกว่า รู้เกินเด็กวัยเดียวกัน ชอบทำงานคนเดียว คิดสิ่งที่เป็นนามธรรมได้อย่างลึกซึ้งกว่าเด็กวัยเดียวกัน เช่น ความซื่อสัตย์
3. แววสร้างสรรค์ เป็นเด็กไม่ยอมทำกิจกรรมที่ไม่ชอบ ไม่ยอมร่วมมือถ้าไม่เห็นด้วย ชอบทำงานคนเดียว สนใจสิ่งประดิษฐ์และความคิดใหม่ๆ ไม่หงุดหงิดกับการไร้ระเบียบ หรือสภาพ ที่คนอื่นหงุดหงิดทนไม่ได้ สังเกตรายละเอียดต่าง ๆ ได้ดี มีความคิดอิสระ มีความยืดหยุ่น คิดได้ หลายอย่างและมีความคิดแปลกใหม่
4. แววนักวิชาการ เป็นเด็กมีสมาธิดี เรียนรู้ได้รวดเร็ว ภาษาดี อ่านหนังสือยากและเร็วกว่าเด็กวัยเดียวกัน ชอบการเรียนรู้แบบถึงแก่น ชอบซักถาม ชอบเรียนวิชายากๆ สนุกกับการเรียน ชอบทำงานเกินคำสั่งในสิ่งที่สนใจ ชอบวิเคราะห์ตนเอง ประเมินข้อมูล และแก้ไขสถานการณ์
5. แววนักคณิตศาสตร์ เป็นเด็กสนใจศึกษาเกี่ยวกับตัวเลข ปฏิทินเวลา แผนภูมิ มิติเวลา หมกมุ่นครุ่นคิดมีวิธีแปลกใหม่ในการแก้ปัญหาทางคณิตศาสตร์ มีจินตนาการ ชอบตั้งคำถามที่เป็นเหตุเป็นผล มีความสามารถในการแก้ปัญหาได้หลายวิธีทางคณิตศาสตร์ และเชื่อมโยงสิ่งต่าง ๆ เข้ามา เกี่ยวข้องกับเรื่องคณิตศาสตร์ได้
6. แววนักวิทยาศาสตร์ เป็นเด็กกระหายใคร่รู้ในสิ่งต่าง ๆ ว่าทำได้อย่างไร ชอบอ่านหนังสือเกี่ยวกับสิ่งประดิษฐ์ ชอบเฝ้าดู จับต้อง ดม มองเห็นความเชื่อมโยงของปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้น ชอบทำงานที่ต้องลงมือปฏิบัติ ทดลอง ชอบวิเคราะห์ วิพากษ์วิจารณ์เรื่องต่าง ๆ อย่างมีเหตุผล
7. แววนักภาษา เป็นเด็กพูดอ่านเขียนเร็ว มีภาษาก้าวหน้ากว่าเด็กวัยเดียวกัน ชอบท่องจำ อ่านโคลงกลอน พกหนังสือติดตัวไปทุกที่ ชอบแต่งเรื่องเขียนเรื่อง มีภาษาพูด เขียน สละสลวยงดงามกว่าเด็กวัยเดียวกัน เข้าใจเรื่องที่อ่านอย่างถ่องแท้ วิจารณ์เชิงสร้างสรรค์จากเรื่องที่อ่านได้ ใช้ภาษาสร้างจินตนาการได้
8. แววนักกีฬา เป็นเด็กสนุกสนานกับการเคลื่อนไหว ออกกำลัง ปีนป่าย ใช้เวลาว่างเล่นกีฬา มีสมาธิในการเล่นกีฬาได้แม้มีเสียงรบกวน ชอบคิดวิธีใหม่ๆ มาใช้เล่นกีฬา สามารถควบคุมความสมดุลของร่างกายได้อย่างโดดเด่น และมีสภาพร่างกายที่เหมาะสม เช่น ช่วงขาแข็งแรง
9. แววนักดนตรี เป็นเด็กใช้เวลาว่างกับกิจกรรมด้านดนตรี อยากมีอาชีพเกี่ยวกับดนตรี เช่น เป็นนักดนตรี นักแต่งเพลง มีความไวต่อเสียง แยกแยะความแตกต่างของเสียงได้ ชอบการวิเคราะห์เพลงว่าดี-ไม่ดี
10. แววนักศิลปิน เป็นเด็กสนใจศิลปะ ใช้เวลาว่างวาดภาพ ขีดเขียน มีสมาธินานกับศิลปะ มีความสุขกับงานศิลปะ อยากมีอาชีพทางศิลปะ มีประสาทสัมผัส มือ ตา ดี มีทักษะสามารถใช้กริยา ท่าทางสื่ออารมณ์ได้ดี
เด็กที่ผ่านกระบวนการทดสอบ หากมีความโดดเด่นในแววต่าง ๆ 8 ใน 10 แวว จะถือได้ว่าเป็น “เด็กอัจฉริยะ” !
แบบประเมิน http://www.mc41.com/test/submenu.htm
นอกจากการทดสอบวัดแววความสามารถพิเศษแล้ว จะต้องมีการรวบรวมประวัติของเด็กตั้งแต่กำเนิด ทั้งการพัฒนาทางร่างกาย จิตใจ รวมทั้งประวัติพ่อแม่มาประมวลประกอบผลการทดสอบด้วย “แววอัจฉริยภาพ” ไม่ได้ชี้วัดกันที่ไอคิว ยกเว้นแววนักคิด แววนักวิทยาศาสตร์ และแววนักคณิตศาสตร์ ที่ต้องวัดไอคิว แต่หากไม่พบแววอัจฉริยภาพเลยก็ไม่ต้องตกใจหรือเสียใจ เพราะข้อมูลที่ได้จาก การทดสอบจะเป็นประโยชน์ที่จะบอกถึงความถนัด ความชอบของเด็ก หรือปัญหาที่เป็นอุปสรรคต่อการเรียนรู้ของเด็กได้ จากนั้นเป็นหน้าที่ของพ่อแม่ที่จะรับช่วงต่อในการหาทางส่งเสริมพัฒนาเด็กต่อไป เพื่อให้เด็กเติบโตและพัฒนาตนเองอย่างมีความสุข
ขอบคุณครับสำหรับข้อมูลดีๆ
นู๋ปุ้ยคิดว่าถ้ามีเด็กอัจฉริยะ มากๆจะเป็นผลดีหรือผลเสียครับ
ขอบคุณค่ะ ว่าที่ ร.ต. วุฒิชัย สังข์พงษ์ ส่วนคำถามที่ถามนั้น ก็ยังคิดหนักอยู่เหมือนกันแหละ อิอิ
หนูชอบหลายอย่างจนไม่รู้จะเลือกอะไรดี
เต่า