นายธาดา มาร์ติน ผู้จัดการกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) เปิดเผยว่า กยศ.พร้อมที่จะผ่อนปรนให้นักเรียน-นักศึกษาที่เป็นสมาชิกของกยศ.ยืดเวลาการผ่อนชำระหนี้ออกไปได้ครั้งละ 6 เดือน นานถึง 4 ครั้ง รวมถึงปรับรูปแบบการผ่อนชำระเป็นรายกรณี เนื่อง จากกยศ.เป็นห่วงว่าในช่วงที่เศรษฐกิจไม่ดีนี้ นักเรียน-นักศึกษาจบใหม่ที่เป็นสมาชิกกู้เงินจาก กยศ.อาจได้รับผลกระทบจากเศรษฐกิจ อาจตกงาน หรือมีรายได้ไม่ถึงเดือนละ 4,700 บาท
ปัจจุบันนี้กยศ.ปล่อยกู้ให้นักเรียน-นักศึกษาแล้ว 3 ล้านคนวงเงิน 300,000 ล้านบาท และแต่ละปีจะต้องมีผู้ชำระหนี้เป็นเงินกลับมาปีละ 1,000 ล้านบาท แต่ทุกปีเฉลี่ยได้คืนเพียงปีละ 4,500 ล้านบาทเท่านั้น โดยปีนี้มีผู้ที่อยู่ในข่ายต้องชำระหนี้ 1.7 ล้านคน จากผู้จบการศึกษาแล้ว 2 ล้านคน ขณะที่ กยศ.ได้รับการจัดสรรงบประมาณจำกัดเพียงปีละ 25,000 ล้านบาท ทั้ง ๆ ที่ กยศ.ต้องการให้เงินกู้ยืมแก่นักศึกษาถึงปีละ 35,000 ล้านบาท ดังนั้นจึงต้องนำเงินจากการชำระหนี้ของนักศึกษาที่มีงานทำแล้วมาให้นักศึกษาใหม่กู้ยืมถึง 10,000 ล้านบาท “มีนักศึกษามาขอกู้เงินจาก กยศ.ปีละ 1 ล้านราย แต่ กยศ.รองรับได้เพียงปีละ 85,000 รายเท่านั้น เนื่องจากไม่มีเงินเพียงพอ แต่ทั้งนี้ในช่วงที่ผ่านมา การผ่อนชำระหนี้ให้ กยศ.มีมากขึ้นเพราะนักเรียน-นักศึกษามีความรับผิดชอบดีขึ้น จากเดิมที่ค้างชำระสูงถึง 30% ขณะนี้มียอดชำระเข้ามากว่า 80% แล้ว นับว่าเป็นส่วนที่ดี เพื่อให้ กยศ.มีสภาพคล่องหมุนเวียน นำไปปล่อยกู้ให้นักศึกษารายใหม่ต่อไปได้ จึงเรียกร้องให้ผู้ที่จบแล้วมีงานทำชำระหนี้คืนกองทุน และหากประสบปัญหาเศรษฐกิจหรือค้างชำระมาหลายปี ก็สามารถเจรจา เพื่อชำระหนี้ได้ เพราะ กยศ.ไม่ต้องการดำเนินคดีกับนักเรียน-นักศึกษา และให้โอกาสแก่ผู้กู้ทุกอย่าง พร้อมที่จะเจรจาด้วยทุกกรณี หากไม่ได้จริง ๆ จึงจะดำเนินการตามกฎหมายต่อไป”
สำหรับนักศึกษาที่จบแล้วมีงานทำ อีกทั้งยังชำระหนี้ตรงตามกำหนดและมีประวัติดี กยศ.ได้พยายามส่งเสริมเชิดชูเกียรติให้เป็นบุคคลตัวอย่างแก่นักศึกษาอื่น เพราะจะได้มีเงินปล่อยกู้ให้รุ่นน้องในช่วงต่อไป
เดลินิวส์ 22 พ.ย. 51 มติชน 24 พฤศจิกายน 2551