เช้าวันที่ ๔ พ.ย. ๕๑ ผศ. กร (อรรถพล) ศรเลิศล้ำวาณิช อาจารย์คณะเภสัช ศาสตร์ มอ. นัดมาสัมภาษณ์เรื่องการพัฒนาหลักสูตรแพทยศาสตร์ ที่ มอ. ที่มีการวางรากฐานของกิจการแพทยศาสตร์ศึกษา มีการดำเนินการพัฒนาหลักสูตรและวิธีการจัดการเรียนรู้ต่อเนื่อง จนเป็นที่ยกย่องในปัจจุบัน ว่าหลักสูตรแพทยศาสตรบัณฑิต ของ มอ. ทันสมัยหรือก้าวหน้ามาก
ผศ. กร เคยทำงานที่โรงพยาบาลสงขลานครินทร์สมัยผมเป็นคณบดี จึงคุ้นเคยกันเป็นอย่างดี แถมคุณพิชญา (ศิริรัตน์) ภรรยา ก็ยังเคยเป็นเลขานุการผู้อำนวยการโรงพยาบาล สมัยหมออมราเป็นผู้อำนวยการด้วย
ผศ. กร ทำวิจัยเรื่องการเปลี่ยนแปลงหลักสูตร ของ ๔ คณะ ใน มอ. เป็นวิทยานิพนธ์ปริญญาเอกที่อเมริกา และมาสัมภาษณ์ผมเพื่อเก็บข้อมูล และเล่าว่าได้ไปสัมภาษณ์คนที่คณะแพทยศาสตร์หลายคน เขาชี้มาว่าผมเป็นต้นตอหรือผู้นำของการวางรากฐานแพทยศาสตร์ศึกษา ที่คณะแพทยศาสตร์ มอ. ที่ปัจจุบันนี้นับได้ว่าเป็นหลักสูตร PBL (Problem-Based Learning) เต็มรูปแบบ มีการเรียนรู้แบบเน้นกลุ่มย่อย เป็น module ซึ่งผมก็ตอบว่า ทั้งจริงและไม่จริง
ไม่จริงเพราะเรื่องใหญ่โตและต่อเนื่องเช่นนี้ผู้มีบทบาทสำคัญไม่ใช่คนคนเดียว ส่วนที่จริงคือผมผลักดันและวางโครงสร้างหน่วยงานแพทยศาสตร์ศึกษา และวางตัวคนไว้ สมัยผมเป็นคณบดี รวมทั้งให้ความสนใจเอาใจใส่เป็นพิเศษ คงจะเพราะตรงนี้กระมังที่ทำให้คนที่เกี่ยวข้องประทับใจ
การปฏิรูปหลักสูตรแบบเต็มรูปแบบเกิดสมัย รศ. พญ. พันธ์ทิพย์ สงวนเชื้อ เป็นคณบดี และผู้ผลักดันเรื่องการวางโครงสร้างหน่วยแพทยศาสตร์ศึกษาอย่างมาก คือ ศ. นพ. ธาดา ยิบอินซอย ตั้งแต่สมัยที่ผมเป็นคณบดี และท่านกรุณารับหน้าที่รองคณบดี ทั้งๆ ที่ท่านเป็นอาจารย์ของผม และท่านเก่งกว่าผมมากอย่างเทียบกันไม่ติด และเมื่อผมหมดวาระการดำรงตำแหน่งในปี ๒๕๓๒ ท่านก็ทำหน้าที่ต่อ ๒ ปี
ผมห่างคณะแพทยศาสตร์ มอ. มาตั้ง ๑๖ ปีแล้ว อยู่ๆ ก็มีการรื้อฟื้นประวัติศาสตร์ส่วนหนึ่ง และจะมีคนเขียนเรื่องราวดีๆ ที่มีผมเป็นตัวละครหลัก อย่างไม่คาดฝัน ไม่เคยคิดจะอ้างความดีความชอบใดๆ
วิจารณ์ พานิช
๔ พ.ย. ๕๑

ผศ. กร ศรเลิศล้ำวาณิช ถ่ายกับผมวันที่ 4 พ.ย. 51
ผมขออนุญาตรู้สึกมีความสุขและภาคภูมิใจร่วมด้วยคนครับ ผมมั่นใจว่าไม่ใช่ครั้งแรก และไม่ใช่เรื่องเดียวด้วยครับ ที่เป็นทำนองนี้ น่าจะนับเรื่องไม่ถ้วนด้วยครับ