เพื่อเด็กไทยและคนไทยในต่างแดน

 

 

ห้องเรียนพุทธศาสนาวันอาทิตย์ครั้งที่สอง

ห้องเรียนครั้งที่สองบรรยากาศที่ยังอยู่ในสวนเช่นเคย

ห้องเรียนจัดที่ลานด้านหลังของบ้านพักของผมเอง หลังจากที่เปิดตัวครั้งแรกที่ลานโพธิ์

 ห้องเรียนท่ามกลางธรรมชาติ สะดวกที่จะถวายเพลแด่พระวิทยากรและอาหารกลางวันแด่เด็กๆด้วย

พระวิทยากรนำสวดมนต์ก่อนเริ่มเรียน เด็กๆ ตั้งใจสวดตามอย่างพร้อมเพรียงกัน

 พระวิทยากรมหาเปรียญ 8 กำลังเรียนปริญญาเอกมาช่วยสอนเด็กๆ

                   หลังจากกลับไปทำธุระสำคัญที่เมืองไทย ด้วยธุระร้อยแปดอย่างในเวลาไม่กี่วัน ผมรีบกลับไปเดลีเพื่อจัดเปิดห้องเรียนพุทธศาสนาวันอาทิตย์ครั้งที่สอง

                  ห้องเรียนในครั้งที่สองนี้ได้ปรับสถานที่เล็กน้อยคือใช้ลานด้านหลังบริเวณสวนของบ้านพักของผมเอง ซึ่งมีพื้นที่เหมาะสำหรับจัดเป็นห้องเรียน ซึ่งสะดวกกว่าในการถวายเพลแด่พระวิทยากรและจัดอาหารกลางวันให้เด็กๆ สำหรับการเปิดเรียนครั้งแรกนั้นที่จัดเป็นลานโพธิ์นั้นก็เหมาะสมแล้วเพราะเป็นครั้งแรก แต่ครั้งที่สองหรือครั้งอื่นๆ อาจปรับไปตามความเหมาะสมเพราะก็ยังสามารถพาเด็กๆ ไปไหว้ต้นโพธิ์ได้เหมือนเดิม

                  ครั้งที่สองนี้ ก็ยังมีผู้ปกครองพาเด็กๆ มาเรียนคับคั่ง 14 คน หายไป 2 คนเนื่องจากติดธุระ วันนี้มีพระวิทยากร 3 รูป ได้แก่พระมหาวิเชียร ธมมวชิโร พระมหาวราวุธ ลีลาวุโธ พระมหานันทกรณ์ ปิยภานี ครูวริษฐา แสนเกษมหรือครูออ และครูอาทิตย์ ถมมา มาช่วยสอน การเรียนเน้นสาระและความสนุกเช่นเคย เริ่มจากการสอนคำศัพท์ที่ใช้กับพระสงฆ์ เช่นนะมัสการ ถวาย ประเคน ฉัน จำวัด นิมนต์ อาพาธ รวมทั้งคำว่ามรณะภาพ ซึ่งสำหรับเราดูเหมือนง่ายๆ แต่สำหรับเด็กเล็ก ไม่ง่ายเลย ครูได้ใช้วิธีเขียนคำศัพท์และคำแปลลงบนกระดานแล้วให้เด็กอ่านและมีการทดสอบความจำด้วยการถาม-ตอบสลับกันไป เช่นกินสำหรับพระเรียกว่าอะไร หรือจำวัดคืออะไร

                 คุณครูสอนได้ดี เด็กๆ สนุกสนานพอสมควร โดยเฉพาะเกมที่ให้ถามคำถามแล้ววิ่งแข่งกันไปหยิบกระดาษที่เขียนคำตอบ ซึ่งต้องแบ่งเป็นสองทีมแข่งกัน ปรากฏว่าเด็กๆ ได้วิ่งก็เลยสนุกสนานร่าเริงกันดี เป็นการเปลี่ยนบรรยากาศที่ดีมาก

                 หลังจากนั้นมีการฝึกการกราบพระ ที่เริ่มต้นด้วยอัญชลี วันทา อภิวาทและจบด้วยวันทา เด็กๆ หลายคนไม่เคยทำมาก่อนเลย ก็ได้เรียนกันวันนี้และฝึกให้ทำจริงๆ จนทำได้ทุกคน

                 จากนั้นพระวิทยากรท่านได้นำภาพสังเวชนียสถานทั้ง 4 แห่งมาอธิบายและให้เด็กทายว่าภาพใดคือสถานที่ใดจาก 1-4 ตั้งแต่สถานที่ประสูติ ตรัสรู้ ปฐมเทศนาและปรินิพพาน วิธีการนำเอาภาพมาแสดงปรากฏว่าใช้ได้ผลดี เด็กๆ สนใจและแย่งกันตอบ แม้จะผิดไปบ้างแต่ก็ถือว่าได้เรียนรู้สังเวชนียสถานในที่สุด

                สุดท้ายพระท่านได้ให้การบ้านให้เด็กๆ นำภาพพระพุทธเจ้ามาโชว์และให้เด็กวาดภาพพระพุทธเจ้าในจินตนาการของเด็กมาส่งในครั้งต่อไป

               ได้เวลาถวายอาหารเพลแด่พระสงฆ์ คุณครูนำเด็กสวดมนต์ก่อนจะเลิกห้องเรียน

               ข้อคิดจากห้องเรียน

               พระวิทยาการบอกว่าไม่เคยสอนเด็กเล็กเลย มาเจอเข้าบางคำถามถึงกับอึ้งว่าโอ้โฮ เด็กช่างถามได้ดีมาก สอนเด็กประถมที่เมืองไทยมา 10 กว่าปี ไม่เคยเจอคำถามแบบนี้ พระท่านบอกว่าเด็กไทยในต่างประเทศมีสมอง เก่งและกล้าแสดงออก รวมทั้งมีจินตนาการสูง

              พระท่านบอกด้วยว่าโครงการนี้ทำให้ท่านได้ทำหน้าที่เป็นพระสมบูรณ์ยิ่งขึ้นเพราะนอกจากจะต้องเรียนหนังสือตามที่ตั้งใจแล้วยังมีโอกาสได้สอนและพัฒนาเด็กๆ ซึ่งจะเป็นอนาคตของชาติด้วย

              ผู้ปกครองเด็กนั้นเล่าก็ไม่ได้น้อยหน้า มาด้วยศรัทธา ทำอาหารหลากหลายทั้งคาวหวานมาเพียบ และอร่อยกว่าร้านอาหารไทยใดๆ ในอินเดีย พระเองต้องออกปากว่าศรัทธาของคนไทยในต่างแดนนั้นสูงมาก

             การจัดห้องเรียนในลานสวนบ้านพักของผมทำให้ผู้ปกครองสามารถสังเกตุดูบุตรหลานของตนได้อย่างใกล้ชิดและเห็นว่าเด็กๆ สนุกสนานที่ได้มาเจอเพื่อนชาติเดียวกัน

            สุดท้ายนี้ห้องเรียนพุทธศาสนาวันอาทิตย์ก็ผ่านไปได้อีกครั้งด้วยความเรียบร้อย ทำให้คนไทยได้มีโอกาสสร้างบุญกุศลสมกับเป็นพุทธศาสนิกชนทั้งกับพระสงฆ์ กับตนเองและกับเด็กๆ ซึ่งเป็นลูกหลาน แม้จะอยู่ในต่างแดนแต่ก็ไม่ทิ้งความเป็นพุทธ

            เจริญสุขทุกท่านที่เข้ามาอ่านครับ