พระองค์ท่านให้ไม่ต้องการผลตอบแทน
นับตั้งแต่การเมืองไทยเปลี่ยนรูปแบบเป็นการเมืองเชิงการตลาด ความคิดความเชื่อของคนไทยเปลี่ยนไป ระบบทุนนิยมเข้าทำลายฐานความคิดความเชื่อของคนไทยอย่างน่ากลัวมาก เห็นคนในชนบทบ้างกลุ่มบางคน ยกย่องคนบางคนมากกว่าสิ่งที่เขาเคยยกย่องเทิดทูล อะไรมันเกิดขึ้นกับคนไทย ผมขอทำนายไว้ว่า(ผมไม่ใช่หมอดูนะ)ทุกประเทศที่ไม่มีระบบกษัตริย์ จะพินาศทุกประเทศ ประเทศเนปาล ไม่ช้าไม่นานก็จะถูกกลายเป็นทุนนิยม เพราะคนคิดระบบทั้งสองระบคือคนกลุ่มเดียวกัน ดูอย่างจีน เป็นทุนนิยมในคราบคอมมูนิสต์ ถึงอย่างไรระบบกษัตริย์ก็มีมาก่อนพุทธกาล พระพุทธเจ้าก็คือพระโอรสของพระมหากษัตริย์ ยิ่งในหลวงของเรา ได้ให้แนวคิดเรื่องความพอเพียง ถามว่าเข้ากับคำสอนของทุกศาสนาไหม? แนวคิดนี้ได้ต่อสู้กับทุนนิยมไหม? คนไทย(บางกลุ่ม)ครับถามตัวเองให้ดีว่าคุณจะเป็นกบเลือกนายใช่หรือไม่ นกกระสากำลังรออยู่....
พระองค์ท่านทรงแสดงให้เห็นถึงนิยามของความรักที่แท้จริงกับพวกเราทุกคน เพียงแต่พวกเราบางคนยังไม่เข้าใจถึงนิยามของความรักที่แท้จริง
"ความรักคือการให้โดยไม่หวังสิ่งตอบแทน"
"ความรักคือการเสียสละ"
สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอฯขัตติยนารีผู้ทรงคุณแห่งแผ่นดิน
สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ประสูติเมื่อวันที่ 6 พฤษภาคม พ.ศ. 2466 ณ กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ เป็นพระธิดาพระองค์แรกใน สมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก และสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี
เมื่อแรกประสูติทรงพระนามในสูติบัตรว่า May ตามที่โรงพยาบาลตั้งถวาย ต่อมาเมื่อความทราบฝ่าละอองธุลีพระบาทพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว จึงได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานตั้งพระนามว่า หม่อมเจ้าหญิงกัลยาณิวัฒนา มหิดล (คำว่า "วัฒนา" ในพระนาม ทรงตั้งตามพระนามาภิไธยของสมเด็จพระศรีสวรินทราบรมราชเทวี พระพันวัสสาอัยยิกาเจ้า (สมเด็จพระนางเจ้าสว่างวัฒนา พระบรมราชเทวี) ต่อมาพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้เลื่อนเป็น พระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้ากัลยาณิวัฒนา
**ความผูกพันครอบครัว “มหิดล” **
ในปี พ.ศ.2467 สมเด็จพระบรมราชชนกเสด็จพร้อมกับครอบครัวเล็ก ๆ ไปยังประเทศเยอรมนี เพื่อรักษาพระองค์ และในวันอาทิตย์ที่ 20 กันยายน พ.ศ.2468 พระอนุชาพระองค์แรกได้ประสูติ ณ โรงพยาบาลเมืองไฮเดลเบิร์ก ประเทศเยอรมนี และได้รับพระราชทานพระนามจากพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวว่า “หม่อมเจ้าอานันทมหิดล”
ต่อมาในปี พ.ศ.2469 ครอบครัวราชสกุลมหิดลเสด็จยังสหรัฐอเมริกา สมเด็จพระบรมราชชนกทรงศึกษาต่อจนได้รับปริญญาแพทยศาสตร์บัณฑิต มีเหตุการณ์ที่สำคัญเกิดขึ้นอีกครั้ง เมื่อพระอนุชาพระองค์ที่สองได้ประสูติเมื่อวันจันทร์ที่ 5 ธันวาคม พ.ศ.2470 ณ โรงพยาบาลเคมบริดจ์ ประเทศสหรัฐอเมริกา พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 7 ได้พระราชทานพระนามว่า “ พระวรวงศ์เธอพระองค์เจ้าภูมิพลอดุลเดช”
ทั้งสามพระองค์พี่น้องในราชสกุลมหิดล ต่างสนิมสนมรักใคร่ผูกพันทรงเติบโตขึ้นท่ามกลางความเรียบง่ายและเป็นธรรมชาติ สมเด็จพระบรมราชชนนีทรงอบรมดูแลให้ทุกพระองค์ช่วยเหลือตนเอง มีระเบียบวินัย และเอื้อเฟื้อต่อผู้ด้อยโอกาสกว่า จนเป็นพื้นฐานสำคัญในพระอุปนิสัยของทุกพระองค์ ในวันที่ 24 กันยายน พ.ศ.2472 สมเด็จพระบรมราชชนกประชวนและทรงจากครอบครัวไป
“ทูลหม่อมฯสิ้นพระชมน์เมื่อวันที่ 24 กันยายน 2472 ข้าพเจ้าจำวันนี้ได้ดี ข้าพเจ้ากำลังเล่นอยู่ที่หน้าตำหนัก โดยเดินอย่างดัง ๆ บนขอบถนน...ก็มีคนมาบอกให้เงียบ ๆ และให้ขึ้นไปหาแม่ที่ห้องแต่งตัวของแม่ แม่นั่งอยู่บนม้ายาวหน้าหน้าต่าง แม่ดึงตัวข้าพเจ้าไปกอด และพูดอะไรที่ข้าพเจ้าจำไม่ได้ และร้องไห้ ข้าพเจ้าก็ร้องไห้ไปด้วย เพราะความตกใจที่เห็นแม่ร้องไห้มากกว่าอื่น”
สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนาฯ ได้ตรัสถึงพระอนุชาซึ่งทรงเป็นสมาชิกใหม่ของครอบครัวในหนังสือ “เจ้านายเล็ก ๆ - ยุวกษัตริย์” ว่า
“ข้าพเจ้าเองจำเหตุการณ์สำคัญนี้ไม่ได้เลย เพราะอายุเพียง 2 ขวบ 4 เดือน แต่คงยินดีอย่างมากที่ได้น้อง ซึ่งคงไม่เป็นเรื่องธรรมดานัก เพราะในหลายครอบครัวลูกคนโตมักจะอิจฉาน้องที่อ่อนกว่าไม่มากนัก เพราะพ่อแม่มักให้ความสำคัญแก่ลูกคนใหม่ แต่ทูลหม่อมฯแม่และแหนน (นางสาวเนื่อง จินตตุล พระพี่เลี้ยง ภายหลังได้รับพระราชทานบรรดาศักดิ์เป็น “ท้าวอินทรสุริยา”) คงได้อธิบายเรื่องน้องที่จะเกิดไว้อย่างดี ข้าพเจ้าจึงรู้สึกรักและอยากช่วยเลี้ยงน้อง”
**“พระพี่นางของ 2 พระมหากษัตริย์” **
ในวันที่ 7 มีนาคม พ.ศ.2477 พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงสละราชสมบัติ ด้วยความเห็นชอบจากสภาผู้แทนราษฎรได้อัญเชิญพระวงวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอานันทมหิดลขึ้นครองราชย์
ด้วยเหตุนี้พระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้ากัลยาณิวัฒนา จึงทรงดำรงพระอิสริยยศเป็น “สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ ”ในรัชกาลที่ 8 แห่งราชวงศ์จักรี
และเมื่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดลเสด็จสวรรคตอย่างที่ไม่มีใครคาดคิดในวันที่ 9 มิถุนายน พ.ศ.2487 ท่ามกลางสถานการณ์ที่หนักหน่วงเกินกว่าพระหทัยดวงหนึ่งจะรับไหว สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอในพระมหากษัตริย์พระองค์นี้ ทรงเป็นกำลังใจสำคัญเคียงข้างสมเด็จพระบรมราชชนนีและพระอนุชาพระองค์เล็ก ซึ่งต้องรับพระราชภาระแห่งบ้านเมืองในฐานะพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9
วันที่ 6 พฤษภาคม พ.ศ. 2538 สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา ทรงเจริญพระชนมายุครบ 72 พรรษา เสมอด้วยพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สถาปนาเป็นเจ้าฟ้าต่างกรมฝ่ายในเป็นพระองค์แรกในรัชกาล ทรงพระนามตามจารึกในพระสุพรรณบัฎว่า สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์
เรื่องความรักความผูกพันต่อองค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ
รักและเทิดทูนพระองค์ยิ่งชีวิต เหนือสิ่งอื่นใด..
...จะเป็นคนดีและจำทำความดีตลอดไป....
ได้เห็นพระองค์ท่านในงานพระพี่นางฯ ทาง TV ซาบซึ้งในพระจริยาวัตรที่พระองค์ทรงปฏิบัติต่อพระพี่นางฯ โดยทรงถวายพระเกียรติสูงสุด แด่พระพี่นางฯ และทรงเป็นประธานตามหมายกำหนดการทุกครั้งอย่างสมพระเกียรติ เป็นการส่งเสด็จสู่สวรรคาลัยครั้งสุดท้าย
...แต่เห็นเวลาพระองค์ทรงพระดำเนินแล้วเป็นห่วงพระองค์อย่างยิ่ง เกรงว่าพระองค์จะล้มแล้วจะเป็นอันตรายแก่พระองค์มาก...
จึงตั้งจิตอธิษฐานขออำนาจแห่งคุณพระรัตนตรัยขอให้พระองค์ทรงพระเกษมสำราญ มีพระพลานามัยที่แข็งแรงตลอดไปด้วย เทอญ
ทรงพระเจริญ
ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อมขอเดชะ
สวัสดีครับทั้งสามท่าน ผมอ่านข้อคิดเห็นที่เป็นประโยชน์ ของท่านแล้วเชื่อมั่นเหลือเกินว่าทั้งสามท่านนี้(และคนอื่นๆ)รักในหลวงอย่างแท้จริง ที่ผมเสนอประเด็นนี้ก็เพราะว่าคนที่คิดต่างกับท่านมีจริง ผมเพิ่งได้รับโทรศัพท์จากผู้ฟังรายการเล่าให้ฟังแทบไม่เชื่อหูตัวเองว่าแม้แต่ที่บางคนเรียกเขาว่ารากหญ้าถูกคนชั่วช้าบางพวกล้างสมองได้ ว่าคนไทยถ้าไม่จงรักภักดีก็จงตามใครไปอยู่ประเทศอื่นได้เลย ขอบคุณมากที่รักในหลวงและประเทศไทย
ขอร่วมรักในหลวงด้วยใจจริงครับ
ขอบคุณครับท่านที่รักในหลวง ขอให้สุขภาพสมบูรณ์แข็งแรงทุกท่าน
ทหารทุกนายพร้อมและยอมสละชีพเพื่อในหลวง
ขอบคุณทหารของในหลวง แต่ขอให้ท่านลองไปดูบางจังหวัดทางภาคเหนือและทางภาคอีสาน ได้ข่าว(ข่าวนะ)มีการเอารูปลง เอารูปใครขึ้นแทน ผมพูดมากกว่านี้ไม่ได้ ท่านในฐานะที่บอกว่าสละชีพเพื่อในหลวงได้ช่วยไปดูหน่อย เวลาไปอย่าไปแบบทหารนะ
สรวมชีพชุมหัตถ์น้อม ประณต
โอนนิรุติอันรส รื่นร้อย
บูรณ์อาศิรพจน์ เพียงพาทย์
ทุกท่วง มธุรสถ้อย เทิดหล้าราชัน
พระเสโทท่วมพื้น ถึงพรหม
ล้านราชกิจวิกรม ดั่งฟ้า
ตรากตรำพระกายตรม เพื่อผสก
ภูมิพลังแห่งหล้า หลักแก้วโกสินทร์
ยินแต่ทวยราษฎร์ซ้อง สดุดีพระเอย
เกริกพระเกียรติบารมี กึกก้อง
น้อมมนัสปฐพี รองบาท-บงสุ์พ่อ
ขอพระชนม์ดลพ้อง ผ่องถ้วนจิรันดร์เทอญ
เฉลิมรัช ฉัตรชัย ไอยศวรรย์ เฉลิมขวัญ ภูบดินทร์ ปิ่นเกศี
ถวัรย์ราช เถลิงศก ๖๐ ปี น้อมภักดี ถวายองค์ พระทรงชัย
ขอถวาย ชัยมงคล กุศลสวัสดิ์ เจริญพระชนม์ เพ็ญพิพัฒน์ นิรัติศัย
เจริญเกียรติ แซ่ซ้อง ก้องเกริกไกร เป็นมงคล มิ่งขวัญไทย สืบไปเทอญ
ขอพระองค์จงทรงพระเจริญ ขออัญเชิญเทพไท้ในสวรรค์
มาอำนวยอวยพรให้พร้อมกัน ทุกคืนวันปราศจากโรคพิษภัย
รวยรินน้ำพระทัยจากพ่อ พระราชหฤทัยทั่วหล้า
เป็นมิ่งขวัญเหล่าราษฎร์ปวงประชา ทรงเมตตาพสกนิกรเราชาวไทย
พระมหากษัตริย์คือศูนย์รวมจิตใจของชาวไทยทั้งปวง ดั้งนั้นถ้าใครลบหลู่ ดูหมิ่นสถาบันพระมหากษัตริย์ ย่อมพบแต่ความพินาศในชีวิต
สวัสดีทุกๆท่าน ขอให้ท่านที่รักในหลวงอย่างจริงใจ จงเจริญรุ่งเรือง ประสพความสำเร็จในชีวิต คนที่คิดไม่ดีขอให้เป็นดั่งคำสาปแช่งตามความเห็นที่ 13 ครับ
ทหารในหลวงพร้อมตายเพื่อในหลวงทุกเมื่อ
สวัสดีค่ะน้องชาย
สวัสดีครับพี่สาว ผมแวะไปอ่านบันทึกพี่มาแล้ว เรื่องการพนัน แป้ปเดียวพี่สาวมาเยี่ยมซะแล้ว ความรักของพี่สาวมีค่ามากครับ
ทหารในหลวงพร้อมตายเพื่อในหลวงทุกเมื่อ
สวัสดี piroj ครับผมทหารกล้า
เทิดทูนเหนือเกล้าเหนือกระหม่อม
อ่านคอมเมนต์ของคุณนิมิตร กลิ่นดอกแก้ว แล้วคิดตามน้ำตาไหล ในยามที่ดิฉันสูญเสียพ่อและตาอันเป็นที่รักยิ่งยังเศร้าใจตั้งมากมาย แต่เมื่อนึกย้อนไปถึงพระทัยของพระองค์ท่านไม่อาจจะบรรยายได้ว่าทุกข์ระทมขนาดไหน เราจักทำอย่างไรดี
ในฐานะที่เป็นครู ก็ได้พยายามถ่ายทอดและปลูกฝังความเป็นไทยแก่ลูกศิษย์ทั้งหลาย แต่ดูเหมือนว่าเงินจะมีอำนาจเหลือเกิน...ต้องพยายามต่อไป แม้เป็นพลังเพียงน้อยนิดก็ยังดีเสียกว่าที่ไม่ได้ทำสิ่งใดใด
ขอบคุณค่ะ