วิถีชีวิตของคนในชนบทในปัจจุบันมีหลายครอบครัวที่ยังคงหลงไปกับกระแสบริโภคนิยมทำให้มีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นต้องดิ้นรนไปทำงานที่อื่นเพื่อหาเงินมาจุนเจือครอบครัวผลักภาระต่างๆให้กับคนอื่น แต่ ก็มีอีกหลายๆครอบครัว หลายๆ ชุมชนที่ยังใช้ชีวิตอย่างพอเพียง คือ พออยู่ พอกิน เหลือกิน เหลือใช้ก็ขาย และก็พยายามหาวิธีการที่จะลดค่าใช้จ่ายหันมาใช้วัสดุในท้องถิ่นให้เป็นประโยชน์มากที่สุดซึ่งนอกจากจะลดค่าใช้จ่ายในครอบครัว / ชุมชนแล้วยังปลอดภัยต่อสุขภาพอีกด้วย
จากการลงพื้นที่เพื่อร่วมกิจกรรมหลายๆชุมชนนำเอาปัญหาของชุมชนเป็นที่ตั้งแล้วนำเอาปัญหาเหล่านั้นมาถกกันจนนำมาจัดเป็นกิจกรรมชุมชนเพื่อหาข้อสรุปแล้วนำมาปฏิบัติร่วมกัน
ชุมชนละเบ้ายาซึ่งเป็นชนเผ่าเมี่ยนมีวิถีชีวิตด้วยการทำไร่ทำสวนมีวัสดุในพื้นที่มากมายแต่ ขาดความรู้ในด้านนำมาใช้ให้เป็นประโยชน์ กิจกรรม “ ขนมไทย ปลอดภัย ไร้สีเจือปน ” จึงจัดขึ้นโดยมีแม่บ้าน นักเรียนห้วยละเบ้ายาและพ่อบ้านที่สนใจมาเรียนรู้ในครั้งนี้ หลังจากมีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ถึงประโยชน์ของขนมไทยแล้วก็มีการลงมือปฏิบัติกัน ขนมกล้วย ขนมแตงไทย ขนมเกลือ ซึ่งวัสดุเหล่านี้มีมากมายในท้องถิ่น ทุกคนร่วมกันห่อด้วยความสนุกสนานหลังจากนั้นทุกคนร่วมกันกินด้วยความอเร็ดอร่อย พ่อบ้านและแม่บ้านจดสูตรขนมจากวิทยากรด้วยความสนใจ อีกกิจกรรมหนึ่งมีการทำน้ำยาเอนกประสงค์ประโยชน์ก็คือ ล้างจาน ซักผ้า ล้างรถ จะซื้อเพียง N 70 เท่านั้นนอกนั้นใช้วัสดุในท้องถิ่นเช่น มะกรูด มะนาว น้ำด่าง (ขี้เถ้า ) ซึ่งนอกจากจะลดค่าใช้จ่ายในครัวเรือนแล้วยังไม่เป็นอันตรายต่อร่างกายอีกด้วย
ชุมชนดอนมูลพัฒนาเป็นชุมชนที่อยู่กึ่งเมืองกึ่งชนบทแต่คนในชุมชนไม่ออกไปเป็นลูกจ้างที่อื่นเลยทั้งๆที่อยู่ห่างจากห้างโลตัสไม่ถึงกิโลเมตรอาชีพทำสวนเป็นอาชีพที่ทำกันเกือบทุกหลังคาเรือนมีการปลูกพืชผักสวนครัวทุกอย่าง ประมาณ 5 – 6 โมงเย็นจะมีชาวสวนเข็นรถนำผลผลิตจากสวนมาส่งให้จุดศูนย์กลางคือที่บ้านพ่อกำนันแต่ง พิมพงาน โดยทางชุมชนนี้จะมีการรวมกลุ่มกันขายและคนที่อยู่ในกลุ่มซึ่งเกือบทุกคนจะต้องไม่ใช้สารเคมีจะใช้น้ำหมักชีวภาพที่ผลิตเองนอกจากนั้นก็จะมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาร่วมกิจกรรมกับทางชุมชนอยู่ตลอดเช่น ทางศูนย์ถ่ายทอดเทคโนโลยี่ตำบลดู่ใต้จะมาให้ความรู้ด้านเพาะปลูก สถานีอนามัย มาให้ความรู้ด้านสุขภาพมีการเจาะเลือดหาสารพิษอยู่ตลอด
ที่สำคัญที่สุดคือชุมชนนี้จะมีการถ่ายทอดความรู้เหล่านี้ให้กับเยาวชนอยู่ตลอดมีการทดลองปฏิบัติจริง มีการแลกเปลี่ยนพันธ์พืชผักซึ่งกันและกันโดยไม่ต้องไปซื้อมาจากที่อื่นเป็นการปลุกจิตสำนึกให้กับเยาวชนรักษ์บ้านเกิด
ชุมชนอรัญญาวาสเนื่องจากเป็นสังคมเมืองการทำกิจกรรมค่อนข้างจะมีปัญหากิจกรรมครอบครัวจึงใช้วัดเป็นจุดศูนย์กลางในการเรียนรู้ เราเอาปัญหาของทางวัด คือเศษใบเนื่องจากเป็นแหล่งเรียนรู้ที่เน้นธรรมชาติจะมีต้นไม้มากมายการจัดเก็บจึงค่อนข้างลำบากเนื่องจากสถานที่คับแคบและถ้าจะเผาก็เป็นการทำให้โลกร้อนและกระทบต่อสิ่งแวดล้อมด้วย
ทางวัดจึงใช้วิกฤตให้เป็นโอกาสโดยใช้ใบไม้ให้เป็นประโยชน์มีการทำกิจกรรม การทำปุ๋ยหมักจากใบไม้ ซึ่งนอกจากจะนำมาปลูกพืชผักสวนครัวของวัดเพื่อนำมาเป็นอาหารให้กับพระ เณร และเด็กวัดแล้ว สามารถนำมาขายเป็นค่าใช้จ่ายภายในวัดและปุ๋ยหมักที่เหลือยังสามารถขายสร้างรายได้ให้กับวัดอีกด้วยที่สำคัญที่สุดคือ เป็นแหล่งเรียนรู้ให้กับคนที่สนใจได้เป็นอย่างดี
บ้านดอนถืมตองเป็นบ้านที่อยู่ในชนบทอาชีพทำไร่ทำนาและอยู่เรียบลำน้ำสมุนมีปัญหาเรื่องการใช้สารเคมีซึ่งนอกจากจะมีค่าใช้จ่ายในการซื้อสารเคมีและปุ๋ยเคมีแล้วยังมีปัญหาต่อสุขภาพอีกด้วยซึ่งจากการเจาะเลือดจากเจ้าหน้าที่สถานีอนามัยแล้วส่วนมากจะมีภาวะเสี่ยง คนในชุมชนจึงเอาประเด็นเรื่องสารเคมีมาถกกันจึงได้จัดทำกิจกรรม “ ชุมชนปลอดภัย ไร้สารเคมี” หลังจากทางสาธารณสุขได้พูดถึงอันตรายจากสารเคมีแล้วก็มีการหาแนวทางร่วมกันก็ได้ข้อสรุปว่า ห้ามใช้สารเคมีเช่นยาฆ่าหญ้าในชุมชนเด็ดขาด และมีเจ้าหน้าที่จากศูนย์ถ่ายทอดเทคโนโลยี่มาให้ความรู้เรื่องการทำการทำน้ำหมักชีวภาพ สารไล่แมลงจากสมุนไพร นอกจากนั้นยังมีการจัดกิจกรรม “ การทำอาหารปลา จากภูมิปัญญาพื้นบ้าน ” ซึ่งทางชุมชนมีการเลี้ยงปลาในกระชังแต่อาหารปลามีราคาที่สูงมากไม่คุ้มทุน ทางชุมชนจึงนำหอยเชอรี่ซึ่งเป็นศัตรูข้าวตัวร้ายกาจของชาวนามาทำเป็นอาหารปลาซึ่งส่วนผสมก็สามารถหาได้ในชุมชนเช่นรำละเอียด ยอดผักต่างๆ ผลไม้ ที่หาได้ในชุมชนมาบดผสมกัน
ซึ่งทั้ง 2 กิจกรรมของชุมชนนอกจากจะลดค่าใช้จ่ายแล้วยังเป็นการนำวัสดุที่มีในท้องถิ่นมาทำให้เกิดประโยชน์ได้อีกด้วยและที่สำคัญที่สุดคือ ไม่เป็นอันตรายต่อสุขภาพอีกด้วย
บ้านต้ามเล็งเห็นความสำคัญของเด็กเล็กจึงได้จัดกิจกรรม “ สายสัมพันธ์ครอบครัว” โดยผู้ปกครองและเด็กทำกิจกรรมร่วมกัน มีการทำของเล่นโดยเน้นวัสดุที่สามารถหาได้ในชุมชนส่วนมากจะใช้ไม่ไผ่สานจำพวก สัตว์ต่างๆ และก็มีข้อตกลงร่วมกันว่าทุกวันจันทร์ ผู้ปกครองจะต้องทำของเล่นให้เด็กเล็กมาคนละ 1 ชิ้น ซึ่งกิจกรรมดังกล่าวนอกจากไม่ต้องสิ้นเปลืองแล้วยังสามารถหาได้ในท้องถิ่น และที่สำคัญที่สุดคือ เป็นการกระชับความสัมพันธ์ของคนในครอบครัวได้เป็นอย่างดี คือระหว่างที่ผู้ปกครองเป็นคนทำของเล่นเด็กก็จะทำตามและจะคอยซักถามอยู่ตลอดทำให้ความสัมพันธ์แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น
การทำน้ำปู๋ของบ้านเก็ตซึ่งใช้วิกฤตให้เป็นโอกาสมีการเอาปูที่เป็นศัตรูข้าวของชาวนามาทำเป็นน้ำปู๋ซึ่งวิถีชีวิตของคนชนบทกับน้ำปู๋เป็นของคู่กันเพราะเป็นอาหารที่สามารถเก็บไว้กินได้ทั้งปีไม่มีการ บูด เน่า สามารถนำมาทำอาหารได้หลายอย่าง จะทำได้ก็ในช่วงฤดูทำนาเท่านั้น การทำน้ำปู๋ก็จะใส่สมุนไพรพื้นบ้านเช่น ขมิ้น ข่า ตะไคร้ น้ำมะนาว พริกป่น ถ้าหากบ้านไหนมีน้ำปู๋สามารถประหยัดค่าใช้จ่ายได้เป็นอย่างมาก ส่วนกากปูสามารถนำมาทำเป็นน้ำหมักชีวภาพกลับนำไปใส่ในนาแทนปุ๋ยเคมีได้อีกด้วย
บ้านน้ำปั้ว ตำบลน้ำปั้ว อำเภอเวียงสา จังหวัดน่าน ได้ศึกษาข้อมูลของชุมชนปรากฎว่า ค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับวัสดุสิ้นเปลืองในครอบครัวหมดไปปีละหลายพันบาทและถ้ารวมทั้งชุมชนจะหมดไปหลายแสนบาทต่อปี ทางชุมชนจึงเอาปัญหาเหล่านี้มาคุยกันจึงได้จัดกิจกรรม ครอบครัวพอเพียงขึ้นมีการทำน้ำยาเอนกประสงค์และน้ำหมักชีวภาพ
เป็นกิจกรรมที่สร้างสรรค์ที่ดีมากค่ะ สนับสนุนให้ทำอีกค่ะ
แวะมาดูกิจกรรมดีๆที่สร้างสรรค์ค่ะ
ขอบคุณค่ะ
มีแต่สิ่งดีๆนะคะ
เอามะขามที่โรงเรียน มาฝากค่ะ
สวัสดีครับ
ห้วยละเบ้ายา อยู่ตัดไดคับ เกยอยู่เมือง30กว่าปี ฮู่จักแต่บ้านถืบต๋อง