เสริมสร้างภาวะผู้นำเพื่อความสำเร็จในวิชาชีพ
เมื่อวันที่ 21 พฤศจิกายน 2551 คณะวิทยาศาสตร์และศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา เชิญ
ศ.ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์บรรยายให้บัณฑิตฟัง เรื่อง “การเสริมสร้างภาวะผู้นำเพื่อความสำเร็จในสายงานวิชาชีพ” ณ ห้องประชุมประยงค์ ชงทอง สถาบันวิทยาศาสตร์ทางทะเล บางแสน มีรายละเอียดดังนี้
กฎ 10 ข้อ ของบัณฑิตแห่ง มหาวิทยาลัยบูรพา
1.รู้ตัวเองว่า ต้องการอะไรในอนาคต อายุ 30, 40, 50 จะทำอะไร เป็นอะไร และจะมีบทบาทในสังคมอย่างไร? การมองอนาคตคงไม่ใช่แค่ตัวเราหรือครอบครัว ควรจะมองส่วนรวมด้วย ประกอบเป็นหลัก
2. รู้จักตัวเองว่า มีความสามารถและศักยภาพอะไร และชอบทำอะไร อย่าทำอะไรเพราะพ่อบอก หรือทำอะไร เพราะเพื่อนแนะนำ
3. การเลือกงานที่จะทำ และพยายามทำให้สำเร็จ
-ดูระยะยาว
-ดูภูมิศาสตร์, กรุงเทพฯ/ต่างจังหวัด
-ดูความก้าวหน้าของตัวเอง
-ดูโอกาส การเรียนรู้ไปด้วย ใฝ่รู้ ข้ามศาสตร์
-ต้องทำมากกว่าที่จะรอให้ทุกอย่างพร้อม
-เป็นลูกน้องไม่รอให้นายสั่ง แต่หาทางเป็นพันธมิตรกับนาย
-มีการพัฒนา บุคลิกภาพ มารยาท และรู้จักกาละเทศะ
4. ช่วงการเป็นนักเรียนมหาวิทยาลัย อายุเรายังไม่มาก ยังขาดความเป็นผู้ใหญ่ เราต้องแสวงหาประสบการณ์ตลอดเวลา เช่น
- เรามีทักษะ พอเพียงในสายอาชีพของเราหรือไม่
- เราขาดอะไร เช่น ช่วงเรียนอาจจะไม่มีเวลาทำกิจกรรม เราจึงรู้จักคนไม่มาก เราก็ต้องแสวงหา เพิ่มเติม
- เราขาดภาวะผู้นำ ต้องทราบว่า ผู้นำคืออะไร จะสร้างภาวะผู้นำได้มากกว่าเดิมได้อย่างไร
5. ผู้นำไม่จำเป็นจะต้องขึ้นอยู่กับอายุหรือตำแหน่งเท่านั้น ตัวเขาเองก็เป็นผู้นำได้ถ้า
•สร้างศรัทธา หรือความไว้เนื้อเชื่อใจจากผู้ร่วมงานและผู้บังคับบัญชา
•อดทน ไม่ท้อถอยต่องานที่ยาก (ตัวอย่างเช่น ดร.จีระ บริหารความเจ็บปวดและล้มเหลว)
•ถึงจะจบมาใหม่ๆก็มีทัศนคติที่อยากหาความรู้ตลอดชีวิต
•ดูรูปแบบผู้นำที่เป็นแบบอย่างที่ดี
6. การดำรงชีวิตโดยใช้ทฤษฎี HRDS
H= Happiness
R=Respect
D=Dignity
S=Sustainability
7. แนวคิดแบบ 8K's
Human Capital ทุนมนุษย์
Intellectual Capital ทุนทางปัญญา
Ethical Capital ทุนทางจริยธรรม
Happiness Capital ทุนแห่งความสุข
Social Capital ทุนทางสังคม
Sustainability Capital ทุนแห่งความยั่งยืน
Digital Capital ทุนทาง IT
Talented Capital ทุนทาง Knowledge, Skill และ Mindset
และ 5K's
Knowledge Capital ทุนทางความรู้
Creativity Capital ทุนแห่งการสร้างสรรค์
Innovation Capital ทุนทางนวัตกรรม
Cultural Capital ทุนทางวัฒนธรรม
Emotional Capital ทุนทางอารมณ์
8. รักษาสุขภาพให้ดีทั้งร่างกายและจิตใจ
9. ยุคใหม่ คนอายุ30-40 ก็เป็นใหญ่ได้แล้ว ยุคผม ต้อง 50-60 จึงจะเป็น ใหญ่ ต้องเร่งให้เกิดความสามารถและพร้อมที่จะรับงานที่ยากขึ้นแต่มีประโยชน์ต่อส่วนรวม
10. ต้องมีเพื่อนในหลายวงการและมีความเข้าใจว่า โลกในอนาคตไม่มีอะไรแน่นอน ต้องทันโลกและทันเหตุการณ์
สรุปแล้วในการฟังบรรยายในวันนี้ ทำให้เกิดแรงกระตุ้นในการที่จะพยายามทำสิ่งที่ตัวเราชอบให้ลุล่วง เพราะได้ฟังจากประสบการณ์ตรงของท่านอาจารย์ เอามาเป็นแนวทางในการปฏิบัติ
การมีความสุขกับการทำงาน การอยู่ร่วมกันในสังคม และการมองสิ่งรองข้าง มีผลมากในอนาคต เพราะเมื่อเรามีแนวคิดที่ดีผลในเชิงบวกก็จะมีออกมาจากจิตใต้สำนึก ซึ่งทุกสิ่งที่ได้เหล่านี้จะเป็นข้อมูลในการประมวลผลอนาคตของตัวเองว่าจะอยู่ในโลกใบนี้ได้อย่างไร
การมีพื้นฐานที่ดีอสิ่งทำให้ยอดพุ่งขึ้นไปได้สูง ประสบการณ์คือสิ่งที่เราพบเจอ ความรู้ไม่ใช่สิ่งที่อยู่ในหนังสือ
วันนี้ อาจารย์มาจุดประกายความคิดให้ผมมีความคิดหาทางก้าวหน้าในชีวิตซึ่งความคิดเหล่านี้ผมเคยมี แล้วได้ดับวูบลงไป ตั้งแต่เริ่มทำงานสักระยะหนึ่ง เพราะบริษัทที่ผมทำงาน เงินก็ดี แต่ไม่ค่อยฟังความคิดผมเลย แต่ผมอยากทำต่อ ผมจะก้าวมาเป็นเจ้าของบริษัท
หมั่นหาความรู้อยู่เสมอ อย่าอยู่นิ่งกับที่ และทำในสิ่งที่ตัวเองชอบหรือรักที่จะทำ
เรื่องงาน ควรคิดว่างานที่เราทำ ควรเป็นเรื่องที่เราต้องหาประสบการณ์ ไปก่อน ไม่ควรคิดว่าเป็นเรื่องที่น่าเบื่อ
รู้จักการวางแผน ชีวิตตัวเราเอง
นำความรู้มาประยุกต์ใช้
พยายามหาความรู้ตลอดชีวิต
จากประสบการณ์ชีวิตที่ตอนนี้ วางแผนล่วงหน้า ปีถึง 2 ปี
หลังจากได้ฟังการบรรยาย ชีวิตต้องวางแผนล่วงหน้าไปถึง 10 ถึง 20 ปี
จากที่ได้ฟังมาทำให้ได้ประโยชน์มาใช้ในการทำงาน การพัฒนาตนเองให้ดีขึ้น เพิ่มขีดความสามารถของตนเองให้มากขึ้น ทำงานที่มีความสุข และมีความทะเยอทะยาน ในการก้าวหน้าในอาชีพของผมและเพื่อนให้เพิ่มมากขึ้น
จากที่ได้ฟังอาจารย์มานี้ ผมได้ประโยชน์เพิ่มขึ้น ซึ่งจากที่อาจารย์ได้กล่าวมาก็มีบางอย่างกระตุ้นความรู้สึกของผมและเพื่อนได้เกิดความคิดที่จะพัฒนาตนเองกว่าเดิม เพื่อพิสูจน์แนวคิดที่ฟังจากอาจารย์ด้วยตนเอง
ความรู้ มีหลายทางควรเลือกทางที่ดีที่สุด ที่ตัวเรานั้น นำมันออกมาเพื่อให้คนอื่นได้รับรู้ Behavior สิ่งจำเป็นในการเรียนรู้ที่จะนำไปสู้ sustainability และการเรียนรู้ไม่ใช่การเรียนแบบ แต่นำมันมาเป็นตัวอย่าง
จงอย่าคิดว่า ความรู้ที่ตนเองมีนั้นเหนือกว่าคนอื่นๆ แล้ว ความรู้ไม่มีที่สิ้นสุด หากจะอยู่แต่ที่ว่าจะเลือกใฝ่รู้ด้านใดให้มากที่สุด และมีความสุข
1.การเรียนรู้อย่างไม่มีที่สิ้นสุด
2. การประยุกต์ใช้ให้เกิดประโยชน์ในการดำรงชีวิต
3. การทำงานอย่างมีความสุข
4. คนที่จะเป็นหัวหน้าหรือผู้นำคนอื่น จะต้องเป็นผู้มีความรู้ที่เก่งในเรื่องงานที่ตัวเองทำอยู่ แต่ต้องรู้จักจัดการคนและความรู้ที่ได้
ผมคิดว่าจะตามดู ผลงานของท่านต่อไป เพราะผมคิดว่า ความคิด แนวคิดที่ได้ มัน ล้ำสมัยและใช้ได้ดีมากสำหรับคนที่สนใจนำไปปฏิบัติ ผมคิดว่า ผมยังขาดหลายด้าน เกี่ยวกับสังคม
สิ่งที่ได้รับจากการฟังบรรยายคือ มนุษย์ทุกคน สามารถเรียนรู้ สิ่งต่างๆ ได้รอบตัว ไม่เฉพาะแต่ในห้องเรียนเท่านั้น
ความสุขในการทำงาน ทำงานเหมือนเดิมทุกๆวัน ที่เดิมๆ พบเจอกับปัญหาเดิมๆ ไม่มีโอกาสที่จะแสดงความสามารถของตัวเองอย่างเต็มที่ ประกอบกับหัวหน้างานไม่สนับสนุน สุดท้ายความรู้เป็นสิ่งที่ต้องเรียนรู้และแสวงหาความก้าวหน้า เหมือนอย่างที่ท่านอาจารย์ได้กล่าวไว้
คนเราอย่าหยุดที่จะศึกษาหาความรู้ ต้องมีการศึกษาหาความรู้เพิ่มเติมให้กับชีวิตอยู่เสมอ ไม่ใช่จะรับรู้ที่เกี่ยวกับหน้าที่การงานที่ตนทำอยู่เท่านั้น เราสามารถหาความรู้เพิ่มเติมจากศาสตร์ด้านอื่นๆ ได้อีก เพื่อในอนาคตข้างหน้าจะค้นพบในสิ่งที่ตนเองชอบ และทำหน้าที่ตรงนั้นให้ดีที่สุดและทำอย่างมีความสุข
ทำให้ทราบถึงความจริงของชีวิตว่า ทุกสิ่งสามารถเป็นไปได้ และไม่มีอะไรที่แน่นอน จึงต้องพัฒนาตัวเองให้มีศักยภาพอยู่ตลอดเวลาเพื่อพร้อมกับสถานการณ์ต่างๆ ที่จะเกิดขึ้น
ความรู้ที่ได้คือ ภาวะการเป็นผู้นำ , ทัศนคติในการทำงาน ที่ว่าเงินไม่ใช่สิ่งสำคัญในการทำงานเสมอไป สิ่งที่สำคัญยิ่งกว่าคือความสุขในการทำงานและการใฝ่รู้อยู่เสมอ
น.ส. นีรนุช นพมาศ
น.ส.บุญญาพร เข้มปัญญา
น.ส. จิรพรรณ กรึมสูงเนิน
ความรู้ไม่มีหมดต้องศึกษาอยู่เสมอ เพื่อที่จะให้เราพัฒนาทักษะความสามารถ และช่วยเหลือส่วนรวมได้
สิ่งที่ได้ความรู้ในครั้งนี้ ได้นำไปใช้ในชีวิตประจำวัน ในการทำงานคือ การทำงานที่เราชอบ และสามารถพัฒนาความรู้ได้ หลากหลายมากขึ้น
น.ส.เสาวนีย์ รื่นบุตร
น.ส. ชนากานต์ พันกรณ์
ความรู้ไม่มีหมดต้องศึกษาอยู่เสมอ เพื่อที่จะให้เราพัฒนาทักษะความสามารถ และช่วยเหลือส่วนรวมได้
สิ่งที่ได้ความรู้ในครั้งนี้ ได้นำไปใช้ในชีวิตประจำวัน ในการทำงานคือ การทำงานที่เราชอบ และสามารถพัฒนาความรู้ได้ หลากหลายมากขึ้น
น.ส.เสาวนีย์ รื่นบุตร
น.ส. ชนากานต์ พันกรณ์
ความรู้ข้ามศาสตร์ในฐานะที่เป็น programmer ในที่ทำงานไม่จำเป็นต้องทำงานเพียง Coding อย่างเดียว เรื่องการติดต่อสื่อสารในสถานที่ทำงานก็เป็นสิ่งสำคัญ เนื่องจากต้องทำงานเป็นทีม และเพื่อให้ ได้เรียนรู้ศาสตร์อื่นๆ ด้วย
สวัสดีครับทุกท่าน
ผมดีใจมาก ที่นอกจากผมได้มีโอกาสได้ไปพูดให้ นักศึกษา ม.บูรพาฟังแล้ว ผมยังได้พบกับท่านผู้ช่วยอธิการบดี ฝ่ายวิทยาเขตจันทบุรี คุณสหรัฐ ธีรคัมพร และคุณวชิราภรณ์ ศรีพุทธ ผู้ช่วยคณบดีฝ่ายวิชาการ คณะวิทยาศาสตร์และศิลปศาสตร์ ด้วย
เด็ก ม.บูรพา มีความรู้ดีมาก สนใจ และมีการแลกเปลี่ยนความคิดกันอย่างกว้างขวาง ผมรู้สึกว่า บัณฑิตของม.บูรพา น่าสนใจ
จีระ หงส์ลดารมภ์