ถ้าบัณฑิตแน่ อย่าแพ้สาวอะโกโก้

 : หลักสูตรการศึกษาไทย  ตอนที่ 1

 :ทำไมบัณฑิตพูดภาษาอังกฤษไม่ได้

      ทำไมเด็กไทย...จบการศึกษาระดับปริญญากันเป็นโขยง ทั้งปริญญาตรี ปริญญาโท และปริญญาเอก 

โดยเฉพาะอย่างยิ่งปริญญาตรี  ที่มีกันเกลื่อนกว่า200 มหาวิทยาลัย นำปริญญาบัตรไปปูพื้นไม่รู้ว่าจะถมประเทศไทยได้กี่เที่ยว หากวางตั้งซ้อนกันขึ้นไปบนอากาศโดยที่มันไม่ล้มลงมาซะก่อน เทวดาที่นอนเล่นบนดวงจันทร์ หรืออยู่บนสวรรค์ก็คงวุ่นวายกันไปทั่ว 

         เป็นเพราะการศึกษาในเมืองไทยก้าวไกลกว่าปะเทศใดๆในโลกหรือ...เฮอะๆ...ฮะ....ฮ่าๆ....ฮ่าๆ....น่าสงสัย?? 

          บัณฑิตปริญญาตรีพูดภาษาอังกฤษได้ดีกว่าสาวราตรีที่พัฒน์พงษ์ พัทยา  หรือว่าคนขับแท็กซี่ที่สนามบินสุวรรณภูมิแค่ไหน  น่าจะมีรายการทีวี "ถ้าบัณฑิตแน่ อย่าแพ้สาวอะโกโก้" ดูก็ได้ ใครจะชนะมากกว่า   ที่กล่าวมาไม่ใช่ว่าจะดูถูกการศึกษาไทยหรอกนะ..... (อย่าบอกนะว่าไอ้ที่พูดได้น่ะ...มันไม่ถูกหลักไวยากรณ์ เอาเป็นว่าพูดได้ไหม รู้เรื่องไหม...พอเข้าใจนะ  หรือจะแก้ตัวว่าไม่ใช่ภาษาพ่อ ภาษาแม่ ยิ่งแล้วใหญ่คนไทยสอบตกภาษาไทย เฮ้อ !!....อะไรกันนี่)

                   หลักสูตรการศึกษาไทยเป็นอย่างไร  ????

          คนจบช่างยนต์  ช่างกล  ก่อสร้างมา  ซ่อมรถ สร้างบ้านสู้พวกคนที่สอบตกจนต้องออกจากโรงเรียนได้หรือเปล่า  เด็กจบป.6 ไปอยู่อู่แค่ปีสองปี พอซ่อมรถได้  ฟังเสียงเครื่องยนต์บอกได้ว่าอะไรเสียแต่พวกเรียนมาสี่ห้าปีปี ยังต้องรอให้มีประสบการณ์สะสมก่อน  แสดงว่าหลักสูตรการศึกษาไม่แน่กว่าหลักสูตรธรรมชาติประสบการณ์ศึกษาหรอกหรือ ???

           ปริญญาโท ปริญญาเอก (บางสถาบัน บางหลักสูตร) ยิ่งแล้วไปกันใหญ่

"การศึกษา คือ การลงทุน" ตอบแทนบุญคุณคณาจารย์ที่ท่านอุตส่าห์เสียสละเวลามาสอน

หรือมีชื่อแปะไว้ ให้หลักสูตรดูดีมีราคาเพิ่มขึ้น ให้ท่านมีรายได้ แล้วมหาบัณฑิต....ก็เอาไปใช้เป็นใบการันตีว่าฉันมีความรู้กว่าคนค่อนประเทศ ...

               อย่างนี้นะหรือ...??? คือการศึกษาไทยในยุคปฏิรูปการศึกษา

      เด็กไทยอ่านไม่ออกเขียนไม่ได้ นิสัยกร้าวร้าว มัวเมา ขาดสติปัญญา

               น่าเป็นห่วงการศึกษาไทยมากๆ  การศึกษาสร้างคน....(ไม่พอ !!)

                                             ต้องเป็น

    "การศึกษาสร้างคนดีมีความรู้  คนดีมีความรู้คือผู้สร้างชาติ"

                     ( โปรดติดตามตอนต่อไป....ท่านจะได้คำตอบ )