เรื่องเล่าจากคนไข้
ปัจจุบันเทคโนโลยีในการวินิจฉัยและการรักษาโรคภัยไข้เจ็บมีการพัฒนาไปอย่างมาก เราในฐานะที่เป็นบุคลากรทางการแพทย์จึงเป็นต้องมีความรู้ความเข้าใจความล้ำสมัยที่กำลังก้าวไปอย่างไม่หยุดยั้ง แต่มีสิ่งหนึ่งที่เราลืมนึกและหยุดฟังนั่นคือ เรื่องเล่าจากคนไข้...
จากบทความสร้างโลกใบใหม่...สร้างแรงบันดาลใจจากเรื่องเล่าของ นพ.โกมาตร จึงเสถียรทรัพย์ มีประโยคหนึ่งที่ทำให้กิดแรงบันดาลใจในการทำ R2R ต่อไป....
"หมอมักฟังเสียงอวัยวะ แต่ไม่ฟังเสียงคนไข้
หากฟังเสียงอวัยวะไม่เจอ ก็ไม่รู้ว่าเป็นอะไร"
"เราไม่สามารถพัฒนาคุณภาพได้ ถ้าไม่ฟังเรื่องเล่าจากคนไข้"
"เราคิดว่าหากเราแก้ปัญหาอวัยวะได้ เราก็แก้ปัญหาความเจ็บป่วยได้"
ประโยคทั้ง 3 ประโยคทำให้ข้าพเจ้าเกิด ปิ๊งปิ๊ง.. อยากทำงานวิจัยที่บอกเรื่องเล่าของคนไข้ จึงได้ปรึกษผู้เยี่ยมยุทธ คือ ดร.กะปุ๋ม...ดีเลยค่ะ น้องโย๋ สนับสนุนเต็มที่ แรงบันดาลใจก็มี กำลังใจก็มากมาย ... แต่แรงกายเริ่มมีปัญหา... ข้าพเจ้าทำวิจัยเรื่อง
"ความรู้สึกของผู้ป่วยที่ใส่ท่อหลอดลมคอต่อขั้นตอนการดูดเสมหะในหอผู้ป่วยหนักศัลยกรรม โรงพยาบาลยโสธร"
คำถามวิจัยมีมากมาย ทำอย่างไรจะทำให้คนไข้ดีขึ้นขณะดูดเสมหะ เป็นงานวิจัยเชิงคุณภาพชิ้นแรกของข้าพเจ้า... การเก็บข้อมูลดำเนินไปได้สักพัก... ข้าพเจ้ารู้สึกว่ามีการเปลี่ยนแปลงกับสังขารของข้าพเจ้า มีเสียงฟู่ฟู่ที่หูข้างขวา สุดท้ายข้าพเจ้ากลายมาเป็นคนไข้เสียเอง...แปลกดีไม่เคยใส่ชุดคนไข้ ครั้งนี้ก็ครั้งแรก แพทย์เริ่มหาสาเหตุส่งคำ MRI, ANGIOGRAM 4 Visels ทุกอย่างไม่ปรากฎหลักฐานว่าข้าพเจ้ายังเป็นอะไร แต่เสียงนั้นยังมีอยู่ตามแต่กิจกรรมที่ทำ บางวันชัด... บางวันเบา... ข้าพเจ้ากลับไปเล่าอาการให้หมอฟัง หมอบอกว่าคุณปกติทุกอย่าง เพราะได้ส่ง Inviestigate ทุกอย่างครบชุดแล้ว... สุดท้าย .... ข้าพเจ้าก็ได้ยานอนหลับพร้อมกับแบบประเมินระดับความเครียดมาตอบ... แต่ก็ไม่ทราบอีกเหมือนกันว่า .... ตัวเองเครียดระดับไหน.....และเป็นอะไร.......
ปัจจุบันข้าพเจ้ารู้สึกว่า ทำไมหมอไม่ฟังในสิ่งที่ข้าพเจ้าอยากเล่า บางครั้งขณะเล่าหมอทำสีหน้าเบื่อหน่าย ไม่อยากฟัง... เศร้านิดหน่อย .... ความรู้สึกนี้ไม่นาน วันรุ่งขึ้นข้าพเจ้าปล่อยให้เป็นไปตามที่มันอยากจะเป็น ข้าพเจ้ากลับมานนึกถึงงานวิจัยตนเองต่อ
เรื่องเล่าของคนไข้ของข้าพเจ้าใน ICU ศัลยกรรม หลายครั้งที่คนไข้ใส่ท่อควักมือเรียกและส่งสัญญาณอยากคุย.. อยากบอก.... หลายครั้งที่เราบอกให้รอแป๊บหนึ่ง....ขอแทงน้ำเกลือก่อน เดี๋ยวจะไปคุยด้วย และแล้วคนไข้ก็ดึงท่อออกจากหลอดลมพร้อมกับพูดอย่างเสียงดังว่า "ผมแค่อยากบอกว่า... อยากถามหมอว่าทำไมผมพูดไม่เสียง ผมเลยดึงท่อออก... ขอโทษครับ"
เรื่องเล่า...เป็นเครื่องมือที่ดีที่จะถ่ายทอดความรู้สึกและจินตนาการแห่งการดูแล ที่ไม่ใส่ฟังแต่เสียงเครื่องมือ งานวิจัยคุณภาพของข้าพเจ้าจะดำเนินต่อไปอย่างหัวใจที่อิ่มเอิบ
จากโย๋เย๋
คนหัวใจไอซียูศัลยกรรม
ขอบคุณสำหรับเรื่องเล่านี้นะคะน้องโย๋...
พี่กะปุ๋มเชื่อว่า...หลายๆ สิ่งหลายๆ อย่าง...จะทำให้น้องโย๋ได้ตื่นรู้มากขึ้น และน้อมกลับมาหน้างานมากขึ้น เราทำงานเราไม่ได้มุ่งหวังเพียงแค่คำชื่นชม หรือเกียรติยศใดใด หากแต่เราปรารถนาทำหน้าที่ที่อยู่ตรงหน้าเราให้เต็มที่เต็มความสามารถเท่านั้น...
พี่กะปุ๋มเป็นกำลังใจให้นะคะ...อยากให้น้องโย๋ได้ถ่ายถอดการถอดบทเรียนต่างๆ เหล่านี้อีกนะคะ จะคอยติดตามอ่าน...
เมื่อวานต้องขอโทษด้วย...ขณะที่น้องโทรมานั้นพี่กะปุ๋มกำลังขับรถอยู่ค่ะ...
(^___^)