ปัจจัยที่ทำให้การวิจัยขาดความเที่ยงตรง
1. ประวัติของกลุ่มตัวอย่าง (history) หรือภูมิหลังของกลุ่มตัวอย่าง ถ้ากลุ่มตัวอย่างแต่ละกลุ่มมีประวัติที่แตกต่างกันมาแต่เดิม เมื่อดำเนินการทดลองหรือเปรียบเทียบผลความแตกต่างไม่สามารถสรุปได้อย่างแน่นอนว่าเกิดจากการกระทำของตัวแปรที่ศึกษาเพียงอย่างเดียว ปัญหานี้แก้ไขได้โดยการเลือกกลุ่มตัวอย่างที่มีภูมิหลังใกล้เคียงกัน
2. วุฒิภาวะ (maturation) ของกลุ่มตัวอย่าง ถ้าในการทดลองผู้วิจัยใช้เวลานานเกินไปจะมีผลทำให้ผลการวิจัยมีความคลาดเคลื่อน ที่เป็นเช่นนี้อาจจะเนื่องมาจากวุฒิภาวะ หรือการเปลี่ยนแปลงของสรีระของกลุ่มตัวอย่างที่เกิดขึ้นไม่เท่ากันผลการวิจัยที่ได้จึงไม่แน่ใจว่าเกิดจากตัวแปรทดลองเพียงอย่างเดียว
3. ทักษะในการสอบวัด (test wise) การทดลองที่มีการสอบ 2 ครั้ง คือ ก่อนและหลังการทดลองด้วยเครื่องมือชนิดเดียวกัน กลุ่มตัวอย่างอาจจะเกิดความคุ้นเคย หรือจำข้อสอบได้ หรือกลุ่มตัวอย่างรู้ว่ากำลังถูกศึกษา การแสดงออกย่อมผิดไปจากปกติ จึงเป็นเหตุทำให้คะแนนที่ได้จากการวัดมีความคลาดเคลื่อนได้
4. เครื่องมือที่ใช้วัด (instrumentation) เครื่องมือที่ใช้วัดถ้าไม่มีความเที่ยงตรงและความเชื่อมั่นแล้วผลของการวัดย่อมมีความเชื่อถือได้น้อย นอกจากนี้ยังขึ้นอยู่กับผู้ใช้เครื่องมือ ถ้าหากผู้ใช้เครื่องมือไม่มีความรู้ความเข้าใจในเครื่องมือนั้น ๆ แล้ว ผลการวัดย่อมมีความคลาดเคลื่อน ปัญหานี้แก้ไขได้โดยการทำความเข้าใจเกี่ยวกับเครื่องมือที่ใช้วัด และถ้าหากมีการใช้ผู้ช่วยนักวิจัยในการเก็บรวบรวมข้อมูล จะต้องชี้แจงให้ผู้ช่วยนักวิจัยเข้าใจเกี่ยวกับการใช้เครื่องมือเหล่านั้นก่อนที่จะนำไปใช้วัดจริง
5. การถดถอยทางสถิติ (statistical regression) หมายถึง การที่สมาชิกของกลุ่มตัวอย่างบางคนถดถอยเข้าไปหาลักษณะของคนส่วนใหญ่ในกลุ่ม มักจะเกิดขึ้นกับสมาชิกที่ได้คะแนนสูงสุดหรือต่ำสุดในกลุ่ม ถ้าสอบวัดครั้งแรกได้คะแนนสูงครั้งหลังคะแนนมักต่ำลง ถ้าสอบครั้งแรกได้คะแนนต่ำ ครั้งหลังมักจะสูงขึ้น ลักษณะเช่นนี้จะทำให้ผลที่ได้มีความคลาดเคลื่อนได้
6. การคัดเลือกกลุ่มตัวอย่าง (selection) เป็นความคลาดเคลื่อนที่เกิดจากการคัดเลือกกลุ่มตัวอย่าง 2 ลักษณะ คือ 1) การเลือกลุ่มตัวอย่างที่ไม่เป็นตัวแทนที่ดีของประชากร ซึ่งอาจจะเกิดจากการใช้เทคนิคการเลือกตัวอย่างไม่เหมาะสม 2) การจัดแบ่งกลุ่มตัวอย่างเป็นกลุ่มทดลองและกลุ่มควบคุมไม่เหมาะสม ทำให้ทั้ง 2 กลุ่มมีลักษณะที่ไม่เท่าเทียมกันตั้งแต่เริ่มต้นการทดลอง ดังนั้น ความแตกต่างที่วัดได้หลังการทดลองอาจไม่ใช่เนื่องจากการทดลองโดยตรง วิธีแก้ไขความคลาดเคลื่อนในลักษณะที่ 1 ทำได้โดยการใช้วิธีการสุ่มตัวอย่างที่เหมาะสม ส่วนความคลาดเคลื่อนในลักษณะที่ 2 แก้ไขได้โดยการสุ่ม (randomization) เพื่อแบ่งกลุ่มตัวอย่างออกเป็นกลุ่มทดลองและกลุ่มควบคุม
7. การขาดหายไปของกลุ่มตัวอย่าง (experimental mortality) ในระหว่างการทดลองสมาชิกหรือกลุ่มตัวอย่างบางคนไม่เข้าร่วมการทดลองหรือเข้าร่วมการทดลองไม่ครบกระบวนการ เนื่องจากสาเหตุต่าง ๆ เช่น การเจ็บป่วย การตาย เป็นต้น กรณีเช่นนี้จะเป็นผลให้คะแนนของกลุ่มสมาชิกที่ขาดหายไปคลาดเคลื่อนไปจากความเป็นจริง วิธีการแก้ไขปัญหานี้ทำได้โดยการดึงสมาชิกในกลุ่มที่มีจำนวนมากกว่าออกมาบ้าง ซึ่งวิธีการเลือกตัวอย่างออกกระทำโดยการสุ่ม
คัดจาก การวิจัยเพื่อพัฒนาการบริหารการศึกษา โดย รศ.ดร.ศักดิ์ไทย สุรกิจบวร
ขอบคุณค่ะ พื่สาวสุดน่ารัก
ขอบคุณสำหรับข้อมูลดี ๆ ครับ
จาก....ผู้สร้างสถานการณ์ทางการเรียนการสอน
จะพยายามนำข้อมูลดี ๆ มาแลกเปลี่ยนเรียนรู้กันต่อไปนะคะ
คงจะมีทั้งการขาดความเที่ยงตรงทั้งภายในและภายนอก เราต้องควบคุมสิ่งเหล่านี้ให้ดี งานวิจัยจะได้มีคุณภาพ
เก่งมากนะตัวแค่เนี้ย ทั้งรู้รอบและรอบรู้นะจ๊ะ