ตามที่ผมได้เข้าร่วมประชุมทางวิชาการด้านการจัดการน้ำทั้ง ๒ รายการประชุม ในระหว่างวันที่ ๓-๑๔ พฤศจิกายน ๒๕๕๑ ดังที่ผมได้นำข้อมูลบางส่วนเสนอไว้ในเว็บของ Gotoknow และลานปัญญา เท่าที่มีเวลาในช่วงเข้าระบบอินเทอร์เน็ตได้ โดยเฉพาะในสัปดาห์แรก แต่ในสัปดาห์ที่ ๒ ผมมีขีดจำกัดด้านการเข้าระบบอินเทอร์เน็ต จึงไม่ได้สรุปประเด็นใดๆ ไว้เลย จึงขอสรุปไว้ ณ ที่นี้ ในประเด็นสำคัญๆ ที่ผมคิดว่า น่าจะมีประโยชน์ต่อการพัฒนาและเป็นบทเรียน หรืออุทาหรณ์ ให้เรารู้ว่าสิ่งใดควรทำอย่างไร ดังนี้
1. ลักษณะของประเทศเอธิโอเปีย อยู่บนที่ราบสูง ทำให้มีอากาศเย็น มีการกระจายตัวของฝนดี จนไม่มีการขังน้ำ ซึ่งทำให้ชาวเอธิโอเปียต้องพึ่งพืชอาหารในลักษณะพืชไร่ เช่น ถั่ว ข้าวสาลี และธัญพืชชนิดหนึ่งที่เรียกว่า เทฟฟ์ (Teff) เป็นอาหารหลัก นอกจากนี้ยังมีโปรตีนจาก นมแพะ เนื้อจากวัว แพะ แกะ เป็นอาหารแบบครั้งคราว ที่นิยมตุ๋น หรือแกงราดบนแผ่นแป้งทอด ที่ทำจากเมล็ดเทฟฟ์
แปลงปลูกเทฟฟ์ ใกล้เก็บเกี่ยว
เมล็ดเทฟฟ์ตากแห้ง
2. เอธิโอเปีย เป็นประเทศที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่า ๓,๐๐๐ ปี ในสภาพกันดาร ซึ่งมีทั้งระบบเกษตรแบบอยู่กับที่และการประกอบอาชีพแบบเร่ร่อน (Nomads) ไปตามสถานที่ต่างๆ ที่พอจะมีทรัพยากรใช้ได้ ทำให้ทรัพยากรป่าไม้ มีน้อยมาก ที่พอจะมีใช้อยู่ในปัจจุบัน ก็คือ ต้นยูคาลิปตัส ซึ่งปลูกมากว่า ๑๐๐ ปีแล้ว ที่พอจะเป็นแหล่งไม้ฟืนและพลังงานในชุมชนได้บ้างในบางจุด แหล่งพลังงานอื่นๆ ได้แก่ ขี้วัวแห้ง เศษหญ้า และใบไม้ที่นำมาใช้ในการหุงต้มและสร้างความอบอุ่น
ชาวเอธิโอเปีย จะใช้ใบไม้ กิ่งไม้ และขี้วัวตากแห้งเป็นพลังงานในครัวเรือน
3. เนื่องจากเอธิโอเปีย แทบไม่มีต้นไม้ การสร้างบ้านส่วนใหญ่จึงใช้ดินเหนียวเป็นวัสดุสำคัญ และแต่เดิมใช้หญ้ามุงหลังคา (ในปัจจุบันเปลี่ยนเป็นสังกะสี ในครอบครัวที่มีฐานะค่อนข้างดี) ทุกครอบครัวจึงต้องปลูกข้าวสาลีและเทฟฟ์ เพื่อเป็นอาหารและใช้เศษเหลือเป็นพลังงาน หรือวัสดุสร้างบ้าน จากข้อมูลที่ได้รับ ทราบว่า บ้านดินเหนียวนั้นสามารถใช้อยู่อาศัยได้ถึง ๒๐-๓๐ ปี อันเนื่องมาจากอากาศเย็น ฝนน้อย และไม่มีปลวก
บ้านดินเหนียว
กำลังก่อสร้าง
4. น้ำกิน น้ำใช้ ส่วนใหญ่ มาจากน้ำใต้ดิน ในลักษณะเช่นเดียวกับภาคอีสาน แต่ชาวเอธิโอเปียค่อนข้างจะโชคดีกว่าคนอีสาน ที่น้ำใต้ดินนั้น สามารถดื่มก็ได้ ใช้ในครัวเรือนก็ได้ โดยไม่มีความเค็ม เพราะชั้นเก็บน้ำใต้ดินเป็นชั้นหินทราย ที่ผุและขุดเป็นบ่อได้ง่าย สำหรับน้ำที่ไหลอยู่ในร่องน้ำ มักปนเปื้อนและขุ่น ไม่เหมาะแก่การใช้งานใดๆ ทั้งสิ้น แต่คนยากจนในเอธิโอเปีย ก็ใช้อาบได้อย่างสบาย (น่าทึ่ง!! จริงๆ) โดยเฉพาะในเมืองที่ระบบน้ำเสียและการทิ้งขยะเกือบทั้งหมดไหลลงคลอง และมีผู้ไร้ที่อยู่อาศัยมาอาศัยน้ำเหล่านั้นเพื่อใช้สอยประจำวัน
บ่อน้ำใช้ในชุมชนที่ขุดผ่านชั้นหินทรายผุ
น้ำทิ้งจากบ้านเรือน ชุมชน และโรงแรม ลงแม่น้ำโดยตรง
คนจนอาบน้ำในคลองที่มีน้ำทิ้งชุชนไหลลงตลอดรายทาง
5. ชนเผ่าในเอธิโอเปีย มีทั้งหมด ๘๐ ชนเผ่า ที่ใช้ภาษาแตกต่างกัน ๘๐ ภาษา ทำให้มีชนกลุ่มน้อยที่สื่อสารกับทางรัฐบาลกลางไม่ค่อยรู้เรื่องอยู่มากมาย จึงมีทั้งฝ่ายรัฐบาล ฝ่ายค้าน ฝ่ายแค้น และฝ่ายล้างแค้น จึงมีการสู้รบ แม้แต่ในประเทศเดียวกันเอง ที่เป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้เกิดการกีดกัน การกลั่นแกล้ง และการขาดอาหาร ในชนกลุ่มน้อยของประเทศเอธิโอเปีย แม้กระทั่งชนกลุ่มใหญ่ก็ยังมีคนบางกลุ่มที่ยังชีพด้วยการขอทานตามสถานที่สาธารณะ เช่น ถนน สวนสาธารณะ โบสถ์ และตามสี่แยกไฟเขียวไฟแดง ฯลฯ และบางครั้งก็พึ่งพาอาหารจากเศษอาหารที่เหลือในร้านอาหารต่างๆ ในเมือง ซึ่งผมพบว่า ระบบสังคมในประเทศเอธิโอเปียนี้ แทบไม่มีช่องว่างเหลือให้ใครทำอะไร เพราะทุกกิจกรรมจะมีคนทำหมด เช่น การเดินขายของสารพัดชนิดตามริมถนน เด็กขัดรองเท้า หญิงอุ้มลูกขอทาน วนิพก แทบทุกมุมถนน การเก็บใบไม้ ฟืน กิ่งไม้ ตามชายป่าไปเป็นพลังงานที่บ้าน การเลี้ยงสัตว์ตามชานเมือง รอบบ้าน ริมถนน หรือในแปลงเกษตร
เด็กขัดรองเท้าข้างถนน แลกเงิน มีอยู่ทั่วเมือง
6. การพัฒนาด้านการศึกษาของประเทศเอธิโอเปีย มีความสำคัญน้อยกว่าการดำรงชีวิตและการประกอบอาชีพ ซึ่งทำให้เด็กอายุน้อย ต้องอยู่ช่วยพ่อแม่เลี้ยงสัตว์ก่อน จนกว่าจะโตพอ (อายุประมาณ ๑๒-๑๕ ปีแล้วจึงค่อยเข้าโรงเรียน)
เด็กเล็กต้องช่วยพ่อแม่เลี้ยงวัว แพะ แกะ
เด็กโตจึงไปโรงเรียน
7. การเดินทางและการขนส่ง ส่วนใหญ่จะเป็นแบบพึ่งตนเอง โดยเฉพาะการใช้ลาเพื่อเป็นพาหนะในการขนของและขี่เพื่อเดินทางในระยะใกล้ แต่ระยะไกล จะใช้ม้า ยกเว้นในชุมชนที่มีฐานะดีที่เริ่มมีรถแทร็กเตอร์ ทำหน้าที่แทนอูฐ ม้า และลา แต่สำหรับการขนของที่หนักมากๆ บางชนิดเช่น ไม้ฟืนและน้ำ มักเป็นหน้าที่ของผู้หญิง
8. ของใช้ในครัวเรือนและชุมชน ส่วนใหญ่ทำจากการสานหญ้าแล้วหุ้มด้วยหนังสัตว์เพื่อความทนทาน แต่ขวดน้ำหรือขวดนม จะใช้หญ้าสานเคลือบด้วยยางไม้ (แบบเดียวกับ “คุ” ใส่น้ำของภาคอีสาน) แม้กระทั่งโล่ที่ใช้ในการต่อสู้ ก็ทำจากหนังช้าง หนังแรด โดยทำให้เป็นรูปที่ต้องการก่อน แล้วนำไปตากแห้งจนแข็งและทนทาน เหมาะแก่การใช้งาน
9. ศิลปะดนตรีและการเต้นรำ มีลักษณะคล้ายกับการเต้นของนกกระจอกเทศ (ผมจินตนาการไปเอง) เช่น การขยับหัวแบบตัวนิ่งๆ ขยับไหล่ ส่ายอก และส่ายเอว แบบแสดงทีละส่วน เป็นจังหวะตามเสียงดนตรี ผมจึงเรียกว่า Uncoordinated dancing
10. ประเทศเอธิโอเปีย แม้จะเป็นประเทศที่ยากจน รัฐบาลก็ยังให้การสนับสนุนความเป็นเลิศทางการกีฬา โดยเฉพาะกีฬามาราธอน ที่ประเทศเอธิโอเปียเคยได้เหรียญทองและเหรียญทองแดง เมื่อคราวกีฬาโอลิมปิค ที่ประเทศจีน ที่ผ่านมา โดยประเทศเคนยาได้เหรียญเงิน ภายใต้การฝึกหนัก เช่นเดียวกัน ระบบการฝึกจะได้รับการสนับสนุนแบบโรงเรียนกีฬา ที่เน้นกีฬามาราธอนเป็นหลัก มีเบี้ยเลี้ยง มีที่อยู่อาศัย และการฝึกอย่างเป็นขั้นตอน นักกีฬาจะต้องอยู่ประจำและฝึกซ้อมอย่างจริงจังในการวิ่งขึ้นเขา ในระดับความสูงของพื้นที่ตั้งแต่ ๓,๐๐๐ เมตรขึ้นไป เป็นประจำทุกวัน ซึ่งทำให้นักกีฬาเคยชินกับการวิ่งในสภาพที่ออกซิเจนมีน้อย จึงสามารถเอาชนะนักกีฬาทั่วโลกได้อย่างง่ายดาย จึงนับว่าเป็นกิจกรรมที่น่าทึ่ง!! สำหรับประเทศนี้
นักเรียนกีฬากำลังซ้อมบนเส้นทางมาราธอน
ผมยังมีประเด็นอีกมากมาย ที่ได้จากการเดินทางในครั้งนี้ ซึ่งคาดว่าจะเก็บไว้แทรกในการนำเสนอในเรื่องอื่นๆ ในวาระต่อไป
สวัสดีครับ
ขอบพระคุณครับ
เอธิโอเปีย
ความแตกต่างของภาษาทำให้คุยกันไม่รู้เรื่องจึงเกิดความขัดแย้งกัน แสดงว่าบ้านเราคุยภาษาเดียวกันไม่รู้เรื่องอาการน่าจะหนักกว่าเอธิโอเปียหรือเปล่าครับ
เพราะเหตุใดทำไมเขาถึงไปตั้งถิ่นฐานในที่ที่กันดาร คล้ายคนภาคอีสานหรือบนดอยหรือที่ที่กันดารในบ้านเราหรือเปล่าครับ
เพราะเหตุใดพวกเขาใช้น้ำที่ไม่สะอาดแล้วไม่กระทบต่อสุขภาพครับ หรือยังไม่มีการวิจัยครับ
ผู้หญิงเอธิโอเปียน่าสงสารหรือเปล่าครับ หรือเขาซ้อมเพื่อเป็นนักยกน้ำหนักครับ อนาคตทีมยกน้ำหนักไทยอาจเจอคู่แข่งที่น่ากลัวซะแล้วกระมังครับ
คำถามอาจจะมากไปหน่อยนะครับ
ผมเข้าใจว่าทั้งหมด เป็นเรื่องสมดุลแห่งอำนาจครับ
คนมีอำนาขน้อบ (ไม่ว่าทางใด) ก็ต้องให้ทางคนมีอำนาจมากในทางนั้น
และเราอยู่ในโลกของหลายสมดุล ดังนั้นการแก้ไขใดๆจึงต้องระวังครับ
เห็นได้ชัดถึงความแตกต่างเมื่อเปรียบเทียบกับคนไทยเรื่องความเป็นอยู่ สังคม
แต่คนไทยนี่สิมีสิ่งดีๆ กลับทำให้เรื่องต่างๆขัดแย้งยุ่งยากเป้นปัยหา
อย่าที่เค้าว่ายิ่งความเจริยมากเท่าไร ปัยหากะมากเท่านั้น
ก้แล้วแต่จะมองครับ
มองดีๆมีแต่ได้ มองร้ายๆมีแต่เสียครับ
อาจารย์ค่ะ
ไม่ทราบว่าอาจารย์ มีรายละเอียดของประเทศ นี้อีกมั้ยค่ะ
เพราะหนูต้องทำรายงานของประเทศนี้นะค่ะ
เลยต้องการข้อมูลมากกว่านี้ค่ะ
คือถ้า อาจารย์ ไม่มี หนูสามารถหาได้จากที่ไหนอีกค่ะ
ขอบพระคุณอาจารย์มากนะค่ะ
มีแต่เขาไม่วิเคราะห์ให้อย่างที่ผมทำ
ค้นไปเถอะข้อมูลสมัยนี้มากจนเก็บรวบรวม และวิเคราะห์ไม่ไหว
แล้วมาวิเคราะห์เอง จะได้เป็นสิบล้อยังได้เลยครับ
ไม่เชื่อลองดูซิ
อาจารย์หนูหาไม่ได้จริงๆค่ะ
เกี่ยวกับเรื่องประเพณีและเทศกาล , การละเล่นพื้นเมือง , ปัจจัยที่เป็นตัวกระตุ้นการท่องเที่ยว , การวางแผนตลาดเพื่อรองรับนักท่องเที่ยว , โปรแกรมการท่องเที่ยวในประเทศที่เสนอให้ชาวต่างประเทศ
รบกวนให้อาจารย์ ช่วยวิเคราะห์ข้อมูลเหล่านี้ให้หน่อยและขอแหล่งที่มาของรายละเอียดแต่ละเรื่องด้วยนะค่ะเพราะหนูหาไม่ได้จริงๆค่ะ
ขอบพระคุณอาจารย์เป็นอย่างสูง ..
คงเป็นปัญหาการใช้คำค้นนะครับ
ลองหาคำค้นที่หลากหลายหน่อยซิครับ
ไม่น่าพลาดครับ
อาจารย์ค่ะขอทราบอะไนหน่อย
โดยปกติคนในเอธิโอเปีย เค้าทานอาหารหลักคืออะไรเอาแบบชาวบ้านอ่าค่ะ
อย่างคนไทยเราประมาณว่า ข้าวประมาณนี้อ่าค่ะ
แล้วบ้านเค้าทานอะไรกัน
ขอบคุนมากค่ะ
รบกวนอีกข้อนะค่ะ
คนในประเทศเอธิโอเปียเค้าเคยมาแบบมาเที่ยวในประเทศไทยเราบ้างรึเปล่าค่ะ แล้วถ้ามาส่วนมากมาทำอะไร เช่น มาท่องเที่ยว มาทำธุรกิจ อะไรประมาณนี้นะค่ะ
ขอบคุนมากค่ะอาจารย์(คือพยายามหาแล้วนะค่ะอาจารย์แต่ไม่พบก็เลยคิดว่าถามอาจารย์เองเลยจะดีกว่า ขอบคุนมากที่เสียเวลาอ่านและเวลาในการตอบกลับ)
ผมมีข้อมูลน้อยมาก
แค่ไปเห็นตอนเดินทางขึ้นเครื่องบิน
มีชาวเอธิโอเปียโดยสารกลับมาก
แต่ละคนจะมีกระเป๋าผ้าขนาดใหญ่หลายๆใบ
ลองถามๆดู ก็ได้ความว่า ซื้อเสื้อผ้ากลับไปขาย
ทำให้ผมเดาว่า อุตสาหกรรมเสื้อผ้าที่โน่นน่าจะยังไม่เจริญ และราคาน่าจะแพง จึงคุ้มค่ากับการขนกลับไปขาย
แต่การท่องเที่ยวจริงๆนั้นผมไม่ทราบครับ
อาหารหลักก็เป็นเทฟ นำมาบดทำเป็นแป้ง แล้วทอดให้เป็นแผ่นใหญ่ๆ กินด้วยกันทั้งครอบครัว
หรือทำเป็นแผ่นเล็กๆ สำหรับทานคนเดียว
อาหารอื่นๆก็ราดไปบนถาดบนแผ่นแป้ง เวลาทานก็ค่อยๆฉีกแผ่นเทฟ จิ้มกับอาหารที่ราด
นี่ว่าตามที่เห็นนะครับ
เวลาไปร้านอาหารท้องถิ่นเขาก็จะเสิร์ฟแบบนี้ครับ
ขอบคุณมากนะค่ะอาจารย์
อยากให้ อจ.ลงสาระคดีเรื่อง ต้น เอเซเต้ ที่มีลักษณะเหมือนต้นกล้วย ซื่งชนเผ่าเขาปลูกไว้ระปทาน เป็นต้าที่สามารถมาทำเป็นแป้งได้
ผมไม่มีความรู้ครับ