วันนี้เป็นวันแรกในรอบ 10 วันที่ได้ใช้อินเตอร์เน็ตที่บ้านในเวลาดั้งเดิม หลังจากที่เจ้ากล่อง ADSL เขาเงียบกริบไม่ยอมกระพริบเชื่อมต่อให้ ผู้ดูแลที่ติดต่อได้เธอก็มาๆหายๆ คุยซักถามกันทาง email แล้วก็เป็นจังหวะที่เธอไปประชุมที่อื่นพอดี ในช่วง 7 วันแรกนั้นยังมีงานคิด คำนวณที่ต้องทำให้เสร็จ ก็จะรู้สึกแค่ว่าทำงานหมดเวลาแล้วไม่ได้เข้ามาอ่านเขียนใน GotoKnow เพื่อพักผ่อนเลย รู้สึกเหนื่อยจากการคิดคำนวณติดพัน ทำให้อ่านหนังสือก่อนนอนได้อย่างเบลอๆเสมอ ...ความแตกต่างอย่างแรกที่รู้สึกได้ ในยามที่มีและไม่มีอินเตอร์เน็ต
ส่วน 3 วันต่อมาที่งานคิด คำนวณเสร็จแล้ว ทีนี้ยังมีงานเขียน paper ที่ต้องทำให้เสร็จอีกงาน รู้สึกถึงความ"ติดขัด" ในเวลาที่สงสัยอะไรแล้วเคยเปิดเน็ตก็หาได้ ทำให้รู้ตัวว่าเป็นโรค "ติดเน็ต" จริงๆ งานเดินช้ากว่าที่คิด เพราะจากที่เคยแก้สงสัยด้วยการเปิดเน็ต มาเป็นการเปิดไฟล์บ้าง ขุดต้นฉบับกระดาษบ้าง ทำไปได้วันละเล็กละน้อยอย่างไม่รู้สึกสนุกเอาเสียเลย ทำได้ช้ากว่าที่ตั้งใจและ "ง่วง"กว่าเวลามีอินเตอร์เน็ต ปิดคอมพิวเตอร์ก่อนเที่ยงคืนทุกวัน...ความแตกต่างที่พบอีกอย่างจากการไม่มีอินเตอร์เน็ต
รู้สึกว่า "เหงา" และ "ห่อเหี่ยว" เพราะไม่รู้ว่าเพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆ มากมายที่เราเคยติดตามอ่านในอนุทินเป็นอย่างไรกันบ้าง น่าแปลกที่ตัวเองไม่ค่อยได้มีเวลาใช้อนุทินเพื่อบันทึกเรื่องราวในแต่ละวันของตัวเอง เพราะสภาพการทำงานไม่เอื้ออำนวยให้ใช้อินเตอร์เน็ตได้ตลอดเวลา แต่เพียงแค่ได้อ่านสิ่งที่คนอื่นๆมาเขียนทุกคืนเป็นประจำ มีต่อยอด ทักทายไต่ถามบ้างตามแต่ความคิดและเวลาจะอำนวยก็ทำให้มีความสุข รู้สึกว่าเป็นการพักผ่อนหย่อนใจก่อนนอนได้เป็นอย่างดี...เมื่อไม่มีอินเตอร์เน็ต นั่งดูทีวีอย่างเดียว (มือก็ถักนิตติ้งไปด้วย) ก็ได้คิดคำนึงว่า Social network แบบที่มีใน GotoKnow นี่ช่วยสร้างความสุขในยามอยู่กับตัวเองได้อย่างน่าประหลาด เป็นการอยู่คนเดียวแบบมีมิตรมากมายล้อมรอบ ความรู้สึกนี้คงอธิบายได้ยากสำหรับผู้ที่ไม่ได้ "ติด" GotoKnow
สังเกตดูว่า สมาชิกในบ้านเราทั้งหมด (ยกเว้นคุณพ่อที่ใช้แค่อ่านข่าวบ้างเท่านั้น) จะมีอาการ "สดชื่น" กันขึ้นมาทีเดียวเมื่อมีอินเตอร์เน็ต เพราะทั้งทักทายเพื่อนๆและทำงานด้วย network กันทั้งนั้น แม้เพียงเวลาช่วงสั้นๆในแต่ละวัน แต่ก็ดูเหมือนเจ้าอินเตอร์เน็ตนี่สร้างความสุขให้พวกเราทุกคนจริงๆ แล้วอย่างนี้จะไม่ยกให้เขาเป็น... เพื่อนคู่คิด มิตรคู่คอมฯ...ได้ยังไง...เนาะ
555 อาการเดียวกันกับบ้านหนูเลย ช่วงอาทิตย์ก่อนเครื่องมีปัญหา รออะไหล่มาเปลี่ยนสองวัน คนที่บ้านอึดอัดกัน น้องจะใช้ หลานก็จะเล่น แม่จะดูข้อมูลราคาทอง ต้องเอาโน๊ตบุ๊คมาให้สำรองแก้ขัด ไม่งั้นหงุดหงิดกันค่ะ ติดเน็ตซะแล้วบ้านเรา
แวะมาบอกครับ
ความรู้สึกและหัวอกเดียวกันครับ
อิอิ
น้องภูมีเพื่อนสนิท ชาวต่างประเทศหรือเปล่า?? อายุ สิบเจ็ด
"ลูกทำไมคุยกับคนโตขนาดนั้นล่ะ"
"ก็...ตอนลูกสมัครลูกใส่อายุเกินจริงไปหน่อย"
แต่ต่อรองกับเขาว่าไม่ล็อก ไม่ซ่อน ไม่...ได้มั้ย แม่จะได้เรียนภาษาด้วย เขาคุยภาษาปะกิด
"โอ แม่"
แล้วเขาก็ถามเราทุกอย่าง ถามจนเราเริ่มรู้ว่า เราช้ากว่าเขาถ้าเราไม่ตามเขาด้วยเน็ต
แต่ก็มีข้อเสียนิดแล้ว(ที่สังเกตุเห็น)
เขาไม่ค่อยเขียนด้วยมือ
เขาไม่ค่อยค้นอะไร ๆ ต่อมิอะไรด้วยหนังสือ...
คงต้องคุยกันใหม่กับเขา
คงมีหลายๆบ้านเหมือนพวกเรานะคะ น้องซูซาน Little Jazz
ขอบคุณที่มาช่วยยืนยันให้รู้ว่านี่เป็นอาการ ธรรมด๊า...ธรรมดา... :-) เช่นเดียวกับแฟนประจำสุดหล่อ ครูโย่ง หัวหน้า~ natadeeของพวกเรา
คุณหมอเล็ก ลำบากหน่อยเพราะมีน้องภูคนเดียว ไม่ต้องแบ่งเครื่องกับใคร ทำให้เวลาส่วนใหญ่อาจจะอยู่กับเครื่อง ที่บ้านมี 3 หนุ่มแต่เครื่องเดียวที่ต้องแบ่งปันกัน ทำให้ไม่มีใครได้นั่งนานเกินไปค่ะ แต่เรื่องอ่านค้นจากหนังสือนั้นและใช้วิธีเขียนบ้างนั้น คงต้องให้คุณครูช่วยด้วย โชคดีที่ 3 หนุ่มที่บ้านทำรายงานส่วนใหญ่ด้วยการเขียนด้วยลายมือค่ะ เราก็ส่งเสริมด้วยการชื่มชมเมื่อเขาทำได้สวยงามดี นานๆทีถึงจะเป็นรายงานพิมพ์เอา