องค์ความรู้

การจัดการความรู้

 

เนื่องจากสภาวะการแข่งขันในปัจจุบัน เป็นสาเหตุให้องค์กรต้องพัฒนาและปรับตัวเอง เพื่อความก้าวหน้าและการอยู่รอด การเติบโตอย่างรวดเร็วในด้านเทคโนโลยีสารสนเทศก็เป็นปัจจัยสำคัญในการสนับสนุนการพัฒนาขององค์กร องค์กรต่างๆ ทั้งภาครัฐและบริษัทเอกชนเริ่มให้ความสำคัญกับเรื่องของการจัดการความรู้หรือ Knowledge Management(KM) กันมากขึ้น ให้ความสำคัญกับการจัดการสินทรัพย์ที่จับต้องไม่ได้ (Intangible Asset) ดังเช่นความรู้ ความสามารถในการเรียนรู้และพัฒนาองค์กร เพื่อสร้างคุณค่าและมูลค่าเพิ่มให้กับองค์กร ให้กลายเป็นความสามารถในแข่งขันที่ยั่งยืนต่อไป   และนำไปสู่ การพัฒนาหรือปรับปรุงกระบวนการต่างๆ ในการทำงานที่ดียิ่งขึ้น รวมไปถึงการสร้างนวัตกรรมใหม่ๆให้กับองค์กรอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างความพึงพอใจแก่ลูกค้าหรือผู้มาใช้บริการองค์กรในที่สุด

จจุบันทั้งภาครัฐและภาคเอกชนใหความสําคัญกับการบริหารจัดการความรูภายในองค์กร หรือ Knowledge Management(KM) กันมากขึ้น ให้ความสำคัญกับการจัดการสินทรัพย์ที่จับต้องไม่ได้ (Intangible Asset) ดังเช่นความรู้ ความสามารถในการเรียนรู้และพัฒนาองค์กร  เพื่อสร้างคุณค่าและมูลค่าเพิ่มให้กับองค์กร ให้กลายเป็นความสามารถในแข่งขันที่ยั่งยืนต่อไป   ทั้งที่มีปจจัยอื่น ๆ อีกมากที่สามารถชวยได อไดเปรียบของระบบการจัดการความรู้เมื่อเปรียบเทียบกับปจจัยอื่นๆ คือความรูนั้นเป็นสิ่งที่มีอยูแลวในทุกๆ องคกร ไมาองคกรนั้นจะมีระบบการจัดการความรูหรือไมก็ตาม  ไมจําเปนตองซื้อหา หรือถ้าจำเป็นก็เสียค่าใช้จ่ายไม่มากนัก  ทําใหนทุนในการดําเนินการในสวนของการจัดการความรูนั้นต่ำ กวาปจจัยตัวอื่นๆ  การบริหารข้อมูลและความรูที่เหมาะสมจะชวยใหองคกรบรรลุเปาหมายทางธุรกิจได้  บางองคกรที่สามารถบริหารองค์ความรูไดดีจะสามารถสรางความรูใหมๆ หรือที่เรียกว่า นวัตกรรม  ที่นําไปใชในสินคาใหม ปรับปรุงบริการ หรือปรับปรุงประสิทธิภาพกระบวนการทํางาน   นวัตกรรมเหลานี้ทําใหองคกรนําหนาคูแขงไดอยางยั่งยืนกวาการใชจจัยอื่นๆ เพราะกระบวนการสรางความรูใหมๆ ตองใชเวลามากและขึ้นกับสภาพแวดลอมภายในองคกรนั้นๆ ทําใหคูแขงตองใชเวลาในการพัฒนาและสรางความรูนั้น  ดังนั้นองคกรที่สามารถสรางระบบบริหารจัดการความรูที่มีการสรางองคความรูใหมอยางตอเนื่อง องคกรนั้นเปนผูนําทางธุรกิจหรือด้านอื่นๆ ไดอยางมั่นคง

การบริหารความรู้ที่มีอยู่ให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อองค์กร เพื่อนำองค์กรไปสู่องค์กรแห่งการเรียนรู้ เป็นสิ่งที่ท้าทายต่อการเปลี่ยนแปลงในยุคปัจจุบัน เพราะหัวใจขององค์กรแห่งการเรียนรู้ คือความสามารถในการบริหารจัดการความรู้ที่มีอยู่ ให้เกิดประโยชน์สูงสุด และบริหารให้สมาชิกขององค์กรทุกคนมีจิตสำนึกในการพัฒนาความรู้ ความสามารถของตนเอง และพัฒนากลุ่มบุคคลอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นการฝึกอบรม  การส่งเสริมการเรียนรู้โดยการใช้เครื่องมือเพื่อสนับสนุนการแลกเปลี่ยน แบ่งปันความรู้ เช่น การตั้งชุมชนนักปฏิบัติ (Community of Practices, CoP) การถ่ายโอนความรู้จากผู้เชี่ยวชาญสู่ผู้ปฏิบัติ การใช้เครื่องมือติดต่อสื่อสารเพื่อสนับสนุนกิจกรรมความรู้ภายในและภายนอกองค์กร การสะสมความรู้ผ่านกระบวนการกลั่นกรองเพื่อให้เป็นความรู้ขององค์กร จะสามารถช่วยให้พนักงานมีความรู้ความสามารถเพิ่มพูน นำไปสู่การพัฒนาองค์กรในระยะยาวได้ในที่สุด  ซึ่งจะเป็นพื้นฐานที่สำคัญและจำเป็นต่อการแข่งขันยุคปัจจุบัน

ความรูจะมีคุณคาและสรางประโยชนใหกับองคกรก็ตอเมื่อถูกนําไปใชในการสรางหรือพัฒนานวัตกรรมใหม่เกี่ยวกับสินค, บริการ และกระบวนการผลิตสินคาหรือบริการ ตัวความรูเองเปนนามธรรมไมสามารถจับตองได้  การบริหารองคความรูองจัดการที่กระบวนการจัดการความรูเชน ไปจัดการที่กระบวนการจัดเก็บ การคนหา การดูแล เปนตน กระบวนการจัดการความรูเหลานี้เองที่เปนสวนที่ระบบเทคโนโลยีสารสนเทศเขามามีบทบาทอยางมากในการชวยทําใหการจัดการกระบวนการเหลานี้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

                บทความฉบับนี้จะขอกล่าวถึงการจัดการความรู้ในระดับเบื้องต้น ไม่ได้เจาะลึกในรายละเอียดต่างๆมากนัก เพียงแต่ให้ทราบถึงคำนิยามของการจัดการความรู้ สาเหตุที่ต้องมีการจัดการความรู้  ประโยชน์ที่ได้จากการจัดการความรู้ และวิธีการในการจัดการความรู้  ซึ่งสิ่งเหล่านี้คนในองค์กรที่จะมีการจัดการความรู้มีความจำเป็นต้องรู้ต้องทราบ  เพื่อเป็นพื้นฐานที่ทำให้เกิดความเข้าใจตรงกัน  นำไปสู่ความเข้าใจในการปฏิบัติ ทำให้องค์กรสามารถดำเนินการในการจัดการความรู้ได้อย่างราบรื่นยิ่งขึ้น 

--------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

้างอิง

วีระพจน์  กิมาคม   นักวิชาการคอมพิวเตอร์  สังกัดสำนักวิทยบริการ  มหาวิทยาลัยทักษิณ เขตการศึกษา

    พัทลุง   สืบค้นเมื่อวันที่ 17  พฤศจิกายน2551  จาก  http://www.itmc.tsu.ac.th/paper/it001.doc