
...
ช่วงวันที่ 8-14 พฤศจิกายน 2551 ผู้เขียนมีโอกาสติดตามท่านพระอาจารย์ธัมมานันทมหาเถระ อัครมหาบัณฑิต (สมณศักดิ์พม่า) วัดท่ามะโอ ลำปางไปนมัสการพระมหาเจดีย์ชเวดากอง ร่วมงานกฐินพม่า ผ้าป่าพม่า และไปทำบุญอีกหลายอย่าง เช่น ติดตามดูงานซ๋อมแซมหลังคาวัดที่เสียหายจากพายุนาร์กิส ฯลฯ
วันพุธที่ 12 พฤศจิกายน 2551 คณะของเราไปร่วมงานกฐินที่เมืองเล็กๆ ก่อนถึงพะโค (หงสาวดี / Pago) มีคนนำหนังสือพิมพ์พม่าติดรถไปด้วย ผู้เขียนจึงขอดูภาพ ถ่ายภาพไว้ และขอนำไอเดียหรือข้อคิดดีๆ จากหนังสือพิมพ์พม่ามาเล่าสู่กันฟังครับ
...

ภาพโฆษณาโรงพยาบาลสิงคโปร์ ... ... ถ้าเมืองไทยเราคิดจะก้าวไปสู่ความเป็นศูนย์กลางการรักษาพยาบาลในภูมิภาค... เราจะต้องรีบพัฒนาระบบบริการในการออกวีซ่าให้คนไข้ต่างชาติ ผู้เขียนมีโอกาสแวะไปสถานฑูตไทยที่ย่างกุ้งในวันพฤหัสบดีที่ 13 พฤศจิกายน 2551 บรรยากาศที่ประตูทางเข้าดูจะคุมเข้มน้องๆ คุกเลย เริ่มจากประตูปิดสนิท ต้องไปยืนหน้ากล้องวงจรปิด พูดไปว่า "คนไทยครับ คนไทย" ... พอพูดได้สักพัก... ประตูก็จะเปิดออก ด้านในมียามพม่าเชื้อสายแขก (ในย่างกุ้งมีคนบังคลาเทศเข้าไปสมัยอังกฤษปกครอง โดยอังกฤษนำเข้าไปมากจนกล่าวกันว่า ย่างกุ้งยุคนั้นมีแขกมากกว่าพม่าเสียอีก ผู้เขียนไปติดต่อเรื่องวีซ่าของสหายธรรมที่ชวนมาทำบุญและเที่ยวในไทย จะขออะไร... เจ้ายามนั่นก็ไม่ยอม อ้างแต่ว่า "มชิบู (แปลว่า ไม่มีๆ)" ข่มขู่ลูกเดียว เลยบอกไปว่า เป็นคนไทย จะพูดกับคนที่พูดไทยให้ได้ จึงได้กระดาษ A4 มาเขียนคำรับรองให้เพื่อนๆ (กระดาษได้มาจากเจ้าหน้าที่ผู้หญิงชาวพม่าที่พูดไทย และอธิบายอะไรๆ ได้ดีมากๆ ไม่เหมือนเจ้ายามนั่นเลย) ... ถ้าสถานฑูตไทยในต่างแดนยังคงให้บริการ "คุมเข้มดุจคุก" แบบนี้... ผู้เขียนเชื่อว่า อนาคตด้านการท่องเที่ยว และการพัฒนาไปสู่ความเป็นศูนย์กลางด้านการแพทย์ในภูมิภาคคงจะมืดมน อาจารย์ผู้บริหารโรงพยาบาลเอกชนในไทยให้สัมภาษณ์ว่า เรื่องหมอเรื่องเครื่องมือนี่... ไทยไม่กลัวสิงคโปร์ อินเดีย หรือมาเลเซ๊ย ทว่า... เรื่องวีซ่านี่กลัวมาก เพราะแข่งกับสิงคโปร์ไม่ได้เลย ... ตรงกันข้าม... ถ้าสถานฑูตไทยในต่างแดนปรับเปลี่ยนการออกวีซ่า หรือบริการด่านหน้าให้มีความเป็นมิตรสูงหน่อย พอให้รองรับนักท่องเที่ยวหรือคนไข้ต่างชาติได้ เพราะท่านเหล่านี้เป็น "ลูกค้า" ของบ้านของเมือง และรีบผลิตพยาบาล นักเทคนิคการแพทย์ หมอเพิ่มคู่ขนานไปด้วย... หรือถ้ายิ่งพัฒนาให้มีหลักสูตรด้านสุขภาพนานาชาติ ให้คนต่างชาติเข้ามาเรียนเพื่อหารายได้เข้าประเทศแล้ว เราคงจะแข่งขันกับนานาชาติได้ ... ภาพโฆษณาโรงพยาบาลเอกชนในพม่า ...

ภาพโฆษณานมผงในพม่า
- โปรดสังเกตว่า ชาวพม่าที่ได้ข่าวนมผงและอาหารหลายชนิด เช่น ไข่ ขนมทำจากไข่ ฯลฯ ในจีนปนเปื้อนเมลามีนคงจะกลัว จึงต้องมีโฆษณาออกมาว่า ไม่มีเมลามีน
...
เวลาไปทำบุญที่วัดจะมีขนมบ้าง ไอศกรีมบ้างเลี้ยงคนที่ไปร่วมงาน... ผู้เขียนถามจากเพื่อนๆ ในคณะ ได้ข้อมูลมาว่า นมที่นั่นมาจากวัวพม่า แบบนี้คงจะกินได้
การรักษามาตรฐานความปลอดภัยเป็นเรื่องชื่อเสียง และมีผลต่อความเชื่อมั่นในระยะยาวมาก อาจารย์หมอฟันชาวพม่าท่านหนึ่งกล่าวว่า กลัวยาจากจีนมาก เพราะมียาปลอมส่งออกไปขายในพม่ามาก ส่วนยาจากเกาหลีกับยาจากอินเดียนั้นไว้ใจได้ (ท่านกล่าวอย่างนั้น)
...
ความจริงบริษัทยาอินเดียที่ส่งยาเข้าไปขายในพม่านั้น (บริษัท Ranbaxy) ทุกวันนี้ญี่ปุ่นซื้อไปเรียบร้อยแล้ว ทว่า... ยังคงทำการค้นคว้า วิจัย และผลิตในอินเดียต่อไป
ถ้าเมืองไทยจะพัฒนาให้ก้าวไปได้ไกล และมั่นคงในระยะยาว... เราคงจะต้องคุมเข้มเรื่องคุณภาพและความปลอดภัยของสินค้าไทยให้ได้
...

ภาพข่าวปลอมธนบัตร(เงิน)ในพม่า
- หนังสือพิมพ์ข่าวอาชญากรรม (Crime) ในพม่านิยมตีพิมพ์ภาพของกลาง และแสดงเบื้องหลังการถ่ายทำไว้เป็นอย่างดี เช่น เรื่องนี้ถึงเราจะอ่านภาษาพม่าไม่ออกก็คงจะเดาได้ว่า มีการใช้เครื่องพิมพ์คอมพิวเตอร์พิมพ์ธนบัตร(เงิน)ปลอม
- การตีพิมพ์เบื้องหลังการถ่ายทำจะทำให้ผู้อ่านเข้าใจ และมีความรอบคอบในการใช้ชีวิตมากขึ้น
...

ภาพข่าวขโมยขึ้นบ้านในพม่า (โปรดดูภาพต่อไปประกอบ)
...

ภาพข่าวขโมยขึ้นบ้านในพม่า
- โปรดสังเกตว่า จะมีการทำ "เบื้องหลังการถ่ายทำ" หรือทำภาพแสดงให้เห็นว่า โจรปีนขึ้นบ้านได้อย่างไร
- การทำแผนภาพให้ดูแบบนี้จะช่วยให้ผู้อ่านเข้าใจ และปรับเปลี่ยนป้องกันบ้านได้ดีขึ้นต่อไป
...

ภาพโฆษณายาอ้วนในพม่า
- คนพม่าที่อายุน้อยๆ ยังผอมอยู่ ทำให้โฆษณายาอ้วน (กินให้น้ำหนักขึ้นหรืออ้วน) แบบนี้ยังคงโฆษณาได้ ถ้าเป็นบ้านเรา (เมืองไทย) คงจะตรงกันข้าม เพราะมีแต่โฆษณาลดความอ้วนกันโครมๆ ทีเดียว
...
ถ้าถามผู้เขียนว่า ชอบเรื่องไหนมากที่สุด... ผู้เขียนขอเรียนว่า ชอบภาพประกอบที่แสดงการขึ้นบ้านของโจรมากที่สุด เพราะจะทำให้ผู้อ่านเกิดความรู้ ความเข้าใจ และนำไปป้องกันทรัพย์สินได้
หนังสือพิมพ์หรือสื่อมวลชนยุคใหม่ ไม่ว่าจะเป็นออฟไลน์หรือออนไลน์ (อินเตอร์เน็ต) น่าจะพัฒนาไปสู่ความเป็น "สถาบันการศึกษา" ให้ได้ ดังตัวอย่างในหนังสือพิมพ์พม่านี้ ซึ่งถ้าทำได้ก็จะทำให้องค์ความรู้ต่างๆ กระจายและขยายไปยังคนหมู่มากได้อย่างรวดเร็ว
...
ศาสตราจารย์ปีเตอร์ เอฟ. ดรัคเกอร์กล่าวว่า ต่อไปการแบ่งแยกระหว่างประเทศที่ร่ำรวยกับประเทศยากจนจะมีความชัดเจนน้อยลง ทว่า... การแบ่งแยกระหว่างประเทศที่มีความรู้กับประเทศที่ "ยากจนความรู้" จะชัดเจนยิ่งขึ้นเรื่อยๆ
สื่อมวลชนไทย ครูบาอาจารย์ไทย บล็อกเกอร์ไทยช่วยตรงนี้ได้ และช่วยชาติได้มากๆ ด้วยครับ
...

ที่มา
- Thank Myanmar Newspapers > November 12, 2008.
- นพ.วัลลภ พรเรืองวงศ์ โรงพยาบาลห้างฉัตร ลำปาง > 16 พฤศจิกายน 2551.
...
สวัสดีค่ะ ขอบคุณค่ะได้เรียนรู้เรื่องของประเทศเพื่อนบ้านค่ะ
ขอขอบคุณอาจารย์สุนันทา...
เมืองไทยเราพึ่งพาการค้ากับประเทศมหาอำนาจมากเกิน ทำให้เศรษฐกิจเราอ่อนแอ อ่อนไหวมากเกินไป
ถ้าเมืองไทยเราขยายตลาดไปยังพม่า ลาว เขมรได้มากเท่าไร จะเป็นผลดีกับไทยมากเท่านั้น
เรียนอาจารย์ วัลลภ ที่เคารพ
เคยไปที่สถานฑูตไทยที่ย่างกุ้งเมื่อปี 2546 ค่ะ ที่สถานฑูตไทยไม่มีกาวสำหรับติดรูปกับกระดาษ๖แบบฟอร์มขอวีซ่า)เลย เห็นผู้มาติดต่อขอทำวีซ่าต้องขอของท่านอื่นที่มาติดต่อเหมือนกันที่มี อยากให้ทางสถานฑูตไทยที่มีประจำอยู่ในทุกประเทศมีอุปกรณ์เครื่องเขียนที่จำเป็นเช่นกาว, กรรไกร, ที่เย็บประดาษ,ปากกาไว้บริการผู้มาขอวีซ่าค่ะ เพราะบางครั้งก็ไม่ได้เตรียมไป
ขอบคุณมากค่ะ
นี่เป็นคำแนะนำที่ช่วยส่งเสริมการท่องเที่ยวไทยมากๆ เลยครับ
สวัสดีครับ ผมคิดถึงแม่มาก แม่ไปทำงาน ที่พม่า แล้วเราโทรศัพท์คุยกัน ผมสงสารแม่มากเลยแม่บอกว่าแม่โดนแกล้ง ลำบาคใจมากเพราะงานที่แม่ไปทำเค้ามีคนทำอยู่แล้ว ซึ่งคุณผู้หญิงเอาแม่ไปทำอาหาร ให้เพราะต้องการคนที่ไว้ใจจากประเทศไทยไปด้วยแต่พอไปถึงที่นั้นคุณผู้หญิงก็มีทีท่าเปลี่ยนไป ไปให้ท้ายคนที่อยู่ที่นั้น ทำให้แม่ผมโดนด่าโดนว่า อยู่คนเดียว จะกลับก็กลับไม่ได้เพราะเค้ามีสัญญากัน 2 ปี คิดถึงแม่สงสารแม่จัง ใครมีวิธีอะไรช่วยบอกหน่อยว่าควรจะทำยังไง ผมอยากเอาพวกในประเทศไทยไป.....ให้ตายคา.......ผมเลย แต่ผมก็ทำไม่ได้ เพราะเงินที่แม่ไปทำ เท่านั้นที่จะทำให้ครอบครัวผมอยู่รอด แม่ผมไปทำอาหารให้กับ