ความต้องการขั้นพื้นฐานของสังคมมุสลิมในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ส่วนหนึ่งที่ต้องการ คือ การตัดสินคดีความที่เกี่ยวข้องกับกฎหมายอิสลาม ที่ถูกต้องตามกฎหมายของรัฐบาลไทย ที่จะเป็นทางออกของปัญหาที่ไม่คลี่คายสักที
สืบเนื่องมาจาก บางครั้งการตัดสินคดีกฎหมายอิสลาม เช่น คดีมรดก พินัยกรรม ครอบครัว การหย่าร้าง ที่มีนัยยะต้องที่ไม่สามารถบังคับใช้ได้ ซึ่งสิทธิและหน้าที่ตรงนี้ เริ่มต้นจะเป็นการพิพากษาโดยผู้นำศาสนาในชุมชน เหมือนสังคมไทยในอดีตที่ใช้ผู้นำชุมชน แต่หากตัดสินไปแล้ว หากไม่พอใจหรือมีเหตุประการใดทำให้ไม่สามารถปฏิบัติได้ก็จะเลี่ยงไม่ปฏิบัติโดยสิ้นเชิง ทำให้ไม่มีใครทำตาม
จนกระทั่งมีการจัดตั้งคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดในประเทศไทยที่มุสลิมเกินกว่ากึ่งหนึ่ง การบังคับใช้เริ่มที่จะเข้มข้นตามลำดับ แต่สุดท้ายผลการตัดสินก็ไม่ได้ขลังดังคำสอน ทำให้ผู้เสียหายหรือผู้ฟ้องคดีจำต้องไปขึ้นศาลแพ่ง ซึ่งไม่ได้ใช้หลักกฎหมายอิสลาม แต่มีอำนาจบังคับใช้ตามกฎหมายได้ สั่งได้ ยึดได้ ตามลำดับ
ฉะนั้น ในข้างต้นจึงหวังว่าในอนาคตคงจะหนทางออกสำหรับกรณีนี้ในไม่ช้า
มหาวิทยาลัยอิสลามยะลาเคยจัดสัมมนาในหัวข้อ "การจัดตั้งศาลชะรีอะฮฺในประเทศไทย" เมื่อต้นปี ๒๕๕๐ ลองเข้าไปอ่านตามลิงค์ http://gotoknow.org/blog/writing5/82448 นะครับ
ก่อนอื่น ต้องขอขอบคุณที่ท่านได้เข้ามาให้ความสนใจในบล็อกนี้น่ะครับ
เรื่องการสัมมนานั้น กระผมไม่ได้ทราบมาก่อนเลยว่ามี แต่เพิ่งได้เจอจากเว็บค้นหาทั่วไป
จึงได้เปิดเข้าไปดู ก็ทราบในรายละเอียดเบื้องต้นคร่าวว่ามีการสัมมนาและได้เชิญผู้ทรง
คุณวุฒิต่างๆเข้ามาสัมมนากันมากมาย แต่ก็ยังไม่ทราบวัตถุในการสัมมนาครั้งนั้น ว่าเป็น
ส่วนหนึ่งของรายวิชาหรือการจัดทั่วไปตามปัญหาสังคมที่กำลังต้องการ อีกสักครู่ผมก็คง
จะเข้าไปดูรายละเอียดการสรุปน่ะครับ ว่าทิศทางการสัมมนาดังกล่าวไปในทางใดบ้าง
แต่ทราบเบื้องต้นของทางกระทรวงยุติธรรม นำทีมโดยรองปลัดกระทรวงยุติธรรม บอก
ให้หาข้อมูลเกี่ยวกับการวางระบบ ขั้นตอนการทำงานในศาลมา แล้วจะนำไปพิจารณา
โดยส่วนตัวแล้ว มันรู้สึกว่ายังขัดกันอยู่ เหมือนเราไม่ได้ปฏิบัติในระดับพื้นฐานให้ดีก่อน
แล้วไปมุ่งระดับใหญ่ ยกตัวอย่าง เช่น ระดับมัสยิด ที่มีอิหม่าม เป็นการปฏิบัติดังเช่นใน
อดีตที่ผ่านมา
เห็นด้วยให้มีศาลชะรีอะฮ์ แต่เป็นมุสลิมเอง ที่จะต้องมาคิดคุยให้ชัดเจน กฎหมายอิสลามมีหลายสำนัก จะต้องเชิญอุลามะอฺทั้งหลายมาคุยกันให้ได้ข้อยุติ
อันไหนที่เป็นเรื่อง จารีต วัฒนธรรม ที่ดี ควรธำรงไว้
มันทำให้สบายใจที่จะอยู่ร่วมกันมากขึ้น
ตอบคุณเบดูอิน กับคุณคนโรงงานครับ
ขอบคุณในความเห็นด้วยครับ ส่วนกฎหมายอิสลามมีหลายสำนักนั้น ไม่ใช่ประเด็นเร่ง
ด่วนเท่าที่ควร สิ่งเร่งด่วนคือ ความเข้าใจของคนมุสลิมเกี่ยวกับกฎหมายอิสลามเพียงพอ
หรือยัง แล้วก็มีความต้องการมากแค่ไหน ทำไมต้องถึงกับต้องขึ้นศาล ในเมื่อมีอีหม่าม
ที่สามารถทำหน้าที่ตรงแทนได้อยู่แล้ว ดังเช่นสมัยที่ท่านศาสดาเคยปฏิบัติเป็นตัวอย่าง
มาในอดีต
เสริม จารีตและวัฒนธรรม เป็นส่วนหนึ่งของแหล่งที่มาอันดับรองจากคัมภีร์อัลกุรอาน
และหะดีษ หรือที่เรียกว่าจริยวัตรของท่านศาสดา แต่กฎหมายอิสลามไม่ใช่แค่จารีต
เท่านั้น แต่เป็นหลักปฏิบัติโดยแท้ที่ชัดแจ้ง แน่นอน ก็อีกเช่นกันหากขาดจารีตประเพณี
วัฒนธรรมแล้ว ก็ไม่สามารถนำกฎหมายอิสลามมาใช้ได้อย่างสมบูรณ์แน่นอน เพราะจะ
ทำให้เกิดความตึงเกินไป ไม่ย่อนตามสังคมในแต่ละยุคสมัยครับ