- "เป้าหมาย คือ การเดินทาง" เป็นคำที่เหมาะกับอาชีพครูมากจริง ๆ ครับ เพราะว่า โดยความเป็นครูแล้วนอกจากจะเรียนรู้เพื่อตัวเองแล้ว จะต้องหาวิธีการนำไปถ่ายทอดให้ลูกศิษย์ต่อให้ได้นั่นเอง
- ประสบการณ์ "จิตตก" ก็เช่นเดียวกันครับ
- คนที่ไม่ได้รับการฝึกจิตมาดีพอ (จะเป็น Dr. หรือนายก อบต. ก็ตามแต่) จิตจะตกเป็นประจำ โดยไม่รู้ว่านั่นคืออาการจิตตก เช่น เครียด ปวดศีรษะ โกรธ เป็นต้น
- แต่สำหรับผู้ที่ฝึกจิตมาดีแล้ว จิตจะไม่ตก หรือตกน้อยลง หรือตกแล้วก็ยกขึ้นได้ทันใจ เมื่อเวลาผ่านไปเนิ่นนาน ฝึกมากขึ้น ยิ่งยกขึ้นได้อย่างเป็นอัตโนมัติ หรือมีวิธีการป้องกันไม่ให้จิตตก ยิ่งถ้านานวันไปสิบปี ยี่สิบปี แล้ว ยิ่งจะทำให้จำไม่ได้ว่า จิตตก เป็นอย่างไร ฝึกยกขึ้นได้อย่างไร ?
- ประเด็นอยู่ที่ว่า ด้วยความเป็นครู มีหน้าที่ต้องพาคนข้ามฟาก เมื่อต้องมาแนะนำคนอื่น สั่งสอนคนอื่น ๆ แล้ว มีความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องซึมซับประสบการณ์ "จิตตก" ทำความเข้าใจอย่างลึกซึ้ง และหาหนทางที่หลากหลายในการยกจิตขึ้น อย่างไม่ต้องรีบร้อน ค่อย ๆ ซึมซับ และเรียนรู้ ค่อยเป็นค่อยไป เพราะถ้าผ่านไปเร็วเกินไป ซืมซับน้อย ก็อาจทำให้จำไม่ได้ว่าผ่านตรงนั้นมาได้อย่างไร ?
- โดยประสบการณ์ฝึกจิตของผมแล้ว ก่อนฝึก เมื่อจิตตก เราก็ไม่ทราบว่า จิตตก ก็ไปโทษร่างกาย สมอง โทษตัวเองไปต่าง ๆ นา ๆ คือ ยังไม่ทราบว่า กาย กับ จิต มันคนละตัวกัน (ไม่กล้าใช้คำว่า ทั้งกาย และจิต มันไม่ใช่ของเราด้วย)
- เมื่อเริ่มฝึกจิตใหม่ ๆ ตอนที่สมาธิดี สติไม่เผลอนั้น ปัญญามันก็เกิด จิตก็จะไม่ตก แต่ถ้าสมาธิลดต่ำ สติไม่ค่อยจะมีเมื่อไหร่ เมื่อนั้น จิตมันก็ตก จิตมันก็วุ่นวาย กลายเป็นปุถุชน จิตตก แบบเดิม ๆ เป็นทุกข์ ไร้ปัญญา คือ ใช้แต่สมองดิ้นรนต่อสู้ แต่ไร้ซึ่งปัญญา เมื่อต้องการยกจิตขึ้นมา ก็ไม่สามารถยกได้ดั่งใจ ต้องใช้เวลาหลายวัน
- เมื่อฝึกจิตมากขึ้น คราวนี้จะมีสมาธิและสติตั้งมั่นนาน (เหมือนถ่านอัลคาไลน์) จิตไม่ค่อยตก ไม่ค่อยวุ่น มีตกบ้างนิด ๆ หน่อย ๆ แต่ก็สามารถยกขึ้นได้ในฉับพลัน อย่างมากก็ไม่เกิน 1 วัน
- แต่อนิจจัง เมื่อเวลาผ่านไปความคงกะพันของสมาธิและสติก็เริ่มเสื่อม เพราะจิตไม่ค่อยตกลงมาทำให้ไม่ได้ฝึกยกจิตขึ้น มนุษย์เราก็กลับไปหลงระเริงในชีวิตที่สุขอีกตามเคย
- สุดท้ายความเสื่อมก็ตามมาเมื่อเหตุปัจจัยต่าง ๆ รุมล้อมพร้อม ๆ กัน ดั่งเช่นผมตอนนี้ เมื่อสัปดาห์ก่อนหันหน้าเข้าทางโลก เร่งทำงานส่งจิตออกนอกแบบเต็ม ๆ (ใช้แบ็ตเตอรี่แบบไม่ชาร์ต) แต่เมื่องานไม่ได้เป็นดั่งทิฎฐิที่ตั้งเอาไว้ก็เป็นทุกข์ทางโลก ที่สำคัญไม่ยอมหันเข้าไปด้านในฝึกจิตฝึกใจมากขึ้น มีแต่กระโดดออกมาสู้ทางโลกแต่ถ่ายเดียว
- พอมาถึงสัปดาห์นี้ งานก็รุมเข้ามาทุกทิศทุกทาง ก็ใช้พลังกาย ใช้พลังสมองจัดการงานทางโลกต่อไปอย่างสุดกำลัง ผลออกมาไม่ตรงกับที่คาดหวังไว้อีกก็ยิ่งเป็นทุกข์หนักเข้าไปอีก
- ตามที่เคยอยู่เหนือปัญหาของโลก ก็ต้องกลับมาคลุกฝุ่นตลบแบบปุถุชน อย่างไร้ภูมิคุ้มกันก็เลยเจอดี เป็นที่มาของบันทึกนี้ครับ
ขอขอบคุณแผนภาพจาก 215834 โดยคุณ sunny ครับ

ตอนนี้คงยกขึ้นได้แล้วใช่ไม๊ค่ะ
สวัสดีตอนดึก ๆ ครับ
สวัสดีค่ะ
ความเป็นครู มีหน้าที่ต้องพาคนข้ามฟาก เมื่อต้องมาแนะนำคนอื่น สั่งสอนคนอื่น ๆ แล้ว มีความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องซึมซับประสบการณ์ "จิตตก" ทำความเข้าใจอย่างลึกซึ้ง และหาหนทางที่หลากหลายในการยกจิตขึ้น อย่างไม่ต้องรีบร้อน ค่อย ๆ ซึมซับ และเรียนรู้ ค่อยเป็นค่อยไป เพราะถ้าผ่านไปเร็วเกินไป ซืมซับน้อย ก็อาจทำให้จำไม่ได้ว่าผ่านตรงนั้นมาได้อย่างไร ?
แวะมาเยี่ยมครับ
ได้ความรู้ ธรรมะ สำหรับชีวิตอย่างมากมาย
สาธุ สาธุ
สวัสดีครับ
สวัสดีครับ
สวัสดีครับ
อีกหนึ่งความรู้ที่ดี