ไปกลันตันครั้งก่อน ยังเอามาเล่าในโกทูโนยังไม่ทันหมดเลยครับ ผมก็ต้องย้อนกลับไปกลันตันอีกครั้ง (บันทึกนี้เขียนที่กลันตันครับ แต่จะได้โฟสต์ขึ้นเมื่อไหรอันนี้ไม่แน่ใจเหมือนกัน) ก่อนจะกลับมากลันตัน ก็มีการนำเสนอผลงานระหว่างการดำเนินการวิจัยไปครั้งหนึ่งแล้ว (เล่าไปแล้วครับ) ซึ่งทุกครั้งที่มีการเสนอความคิดเห็น ผมก็มักจะได้แนวคิดอะไรใหม่ๆ เพื่อการเก็บข้อมูลทุกครั้งไปครับ
ครั้งนี้ออกเดินทางมาในเวลาสิบโมงของวันที่สิบ พ.ย. ครับ แต่ออกจากบ้านได้เพียงสองกิโลเมตร ผมเกิดอาการไม่แน่ใจว่าหลักฐานรถจะอยู่ครบหรือเปล่า สำรวจใหม่อีกครั้งหนึ่ง ปรากฏว่า คู่มือรถฉบับแปลเป็นอังกฤษหายไป เอกสารชิ้นนี้ไม่จำเป็นสำหรับการเดินครั้งที่ผ่านมาครับ แต่ครั้งนี้จำเป็นเนื่องจากรอบนี้ต้องทำประกันรถในฝั่งมาเลย์ใหม่ เพราะคราวก่อนหมดอายุไปแล้ว
ผมย้อนกลับไปหาเอกสารชิ้นนี้ทั้งที่ทำงานและที่บ้าน ปรากฏว่า มันไม่มี ซึ่งความจริงมันก็ไม่ควรมีอยู่ในทั้งสองทีครับ เนื่องจากผมจำได้ว่า ผมเก็บเอกสารพวกนี้ไว้ในรถเลย แล้วผมก็นึกถึงเหตุการณ์หนึ่งขึ้นมาได้ทันที สรุปได้ว่า มันหายไปเพราะมีฝีมือเตาฟิกแน่นอน เพราะครั้งหนึ่ง ผมลืมปิดประตูรถ แล้วเตาฟิกก็ขึ้นมาเล่นอยู่บนรถ และเอกสารในรถกระจัดกระจาย สงสัยจะหายตอนนั้นจริงๆ
ผมตัดสินใจไปทำใหม่ที่ขนส่งครับ แต่พอไปถึงปรากฏว่า หลักฐานผมไม่ครบอีก คือขาดสำเนาทะเบียนบ้าน จำได้ว่าครั้งก่อนมันไม่ใช้นี้หว่า ก็ต้องย้อนกลับมาที่บ้านอีกครั้ง กว่าจะเสร็จสิ้นกระบวนการทั้งหมด ปาเข้าไปบ่ายสามครับ เริ่มหงุดหงิดใจแล้ว แหม่ ผมน่าจะรอบคอบกว่านี้หน่อย
ก่อนออกเดินทางก็ได้รับการแจ้งข่าวดีมาจาก อ. ibm ว่า ผมคงไม่ต้องรับหน้าที่ตำแหน่งบริหารหน่วยงานๆ หนึ่งแล้ว ฮิฮิ อัลฮัมดุลิลลาห์ โล่งไปอีกเปราะหนึ่ง
ผมใช้เวลาที่ด่านตาบา (อ.ตากใบ) ประมาณหนึ่งชั่วโมงครับสำหรับการทำประกันรถฝั่งมาเลย์ แล้วก็รอเรอเฟอรี่ ปรากฏเมื่อข้ามฝั่งไปได้ เป็นโอกาสดีครับที่ได้เจอกับกลุ่มตัวอย่างเลย คือ คนสยามจากตุมปัตครับ เขาเพิ่งกลับมาจากวัดโคกสมานคุณที่หาดใหญ่ เพื่อไปร่วมงานและซื้อของใช้ต่างๆ สำหรับนำกลับมาใช้ในการถวายกฐินพระราชทานที่วัดพิกุลทอง ความจริงคุยกันว่า แบ่งคนกลุ่มหนึ่งไปรถของผมและอีกกลุ่มหนึ่งไปกับอีกคันหนึ่งครับ แต่ปรากฏว่า ไม่สำเร็จ หัวหน้าทีมเลยบอกว่า ไม่เป็นไร ค่อยไปเจอกันที่ตุมปัตเลย เพราะยังไหงเดี๋ยวลูกของเขาจะมารับแล้ว
เมื่อไปถึงตุมปัต ผมไม่คิดเรื่องที่พักก่อนครับ เพราะการมารอบที่แล้ว ผมเก็บข้อมูลเรื่องที่พักไว้เยอะแล้ว คราวนี้เลยลงสนามเลย ไปถึงวัดพิกุลทองก็กำลังคึกคักเลยครับ เจอใครก็คุยก็ถามครับ เจอทั้งคนเก่า คนใหม่ ได้ข้อมูลเต็มกระบุง แล้วก็ต้องประเด็นใหม่อีกอย่างหนึ่งครับคือ ในตุมปัตมีที่พักหรือเปล่า เราจะได้ไม่ต้องเข้าไปโกตาบารู ปรากฏว่ามีครับ เป็นที่พักที่เขาเรียกว่า hostel แต่กว่าจะหาเจ้าของเจอก็ทุ่มกว่า และคิดว่าถ้าอยู่ที่ตุมปัตคงหาข้าวทานลำบากแล้ว เพราะร้านแถวนี้ปิดหมด เลยเปลี่ยนใจไปนอนที่โกตาบารูดีกว่า
เมื่อตัดสินใจได้ก็อยู่ในวัดต่อครับ สังเกตบรรยากาศของการเตรียมงาน รอบนี้ต้องเรียกว่า เจอแต่คนใจดีครับ เดินๆ อยู่เจอแม่ค้าขายขนมจาก ก็เรียกผมเข้าไปใกล้ๆ ยื่นขนมจากให้สองลูก บอกว่า ลองชิมดูสิ แล้วพอรู้ว่าผมมาจากประเทศไทยก็เลยถามว่า รถชาดต่างกันหรือเปล่า คนมันเริ่มหิวข้าวแล้วครับ เลยอร่อยจริงๆ สังเกตการขายแล้วรู้สึกว่า คนขายจะเน้นการแจกมากกว่าการขายครับ เจอใครก็เรียกมาว่า เอาๆๆ ไปชิมก่อน ฮิฮิ นั่งคุยอยู่นานครับ แล้วก็อุดหนุนขนมจากอีกสองเหรียญ เป็นการขอบคุณ
เดินไปที่โรงเรียนสอนภาษาไทยหลังวัด ก็เด็กกลุ่มหนึ่งกำหนดทำความสะอาดห้องเรียนอยู่ เลยเข้าไปคุย ฮาฮา แทนที่เด็กกลุ่มนั้นจะเป็นนักเรียน ที่ไหนได้ นี่แหละครับครูสอนภาษาไทยประจำวัด ก็เหมือนกับพี่สอนน้องนั่นแหละครับ
ปรากฏการณ์ที่สำคัญคือ คนสยามให้ความสนใจกับภาษาจีนมากขึ้นครับ ทำให้เด็กส่วนใหญ่พูดได้มากกว่าสามภาษาครับ คือ ไทย มลายูและจีน ฟังวิธีการเรียนภาษาแล้ว ผมได้ข้อสรุปเลยครับว่า ไม่ต้องเอาทฤษฏีทวิภาษามาทดลองในสามจังหวัดก็ได้ครับ กระบวนการเรียนภาษาที่ตุมปัตน่าจะเอาเป็นแบบได้ดีกว่าครับ

การเก็บข้อมูลในครั้งนี้ ผมเปลี่ยนทั้งวิธีการและแนวคิดครับ เพราะสิ่งที่เราเจอและรายงานในที่ประชุมไป พบว่า ผลของเรามีความแตกต่างจากหลายงานวิจัยมาก ดังนั้นทำอย่างไรให้มีการตรวจสอบข้อมูลที่เยี่ยมยอดมากขึ้น และที่สำคัญต้องมีมิติที่แตกต่างจากงานวิจัยอื่นๆ ว่า วิธีการเก็บข้อมูลของเราเชื่อถือได้ดีกว่างานวิจัยชิ้นอื่นๆ ซึ่งผมก็พบความจริงบางอย่าง ซึ่งผมเชื่อว่า นักวิจัยไทยคนอื่นที่มาเก็บข้อมูลทำไม่ได้เหมือนอย่างเรา แล้วผมก็พบว่า ข้อมผิดพลาดของงานวิจัยที่ทำมาก่อนหน้านี้อยู่ที่ไหน
ผมเก็บข้อมูลไปแล้วสองวันครับ สิ่งที่เราได้คืออย่างที่หัวหน้าทีมวิจัยพูดครับ "งานนี้ต้องขอบคุณ สกว. ที่ให้เราได้เรียนรู้สิ่งใหม่ที่แตกต่าง เป็นความรู้ที่ไม่สามารถหาได้จากหนังสือ ตำราใด ประสบการณ์ที่ได้คุ้มค่าจริงๆ"
ตอนนี้หน้าที่ของผมคือ เขียนรายงานให้มีความสมบูรณ์ที่สุดครับ ส่วนหัวหน้าที่จะทำหน้าที่แปลเป็นภาษามลายูต่อไปครับ