ครูเป็นผู้ที่ทำหน้าที่หล่อเลี้ยงจิตวิญญาณของศิษย์ให้เจริญเติบโต ที่พัฒนาขึ้นโดยมีเป้าหมายที่จะอยู่ในสังคมได้อย่างมีความสุขที่ไม่ได้สร้างความทุกข์ให้แก่ผู้อื่น เรียนรู้ที่จะอยู่ด้วยกันอย่างสันติสุข ผมได้มีโอกาสกลับมาหล่อเลี้ยง นำพาให้ศิษย์ได้เรียนรู้ที่มหาวิทยาลัยรามคำแหง 2 บางนา จิตใจของเขาเหล่ามีความดีงามอยู่และได้เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ความดีงามนั้นอยู่ยาวนานต่อไป เรื่องราวดีๆ ผ่านเรื่องเล่าของศิษย์ ผมเอามาแบ่งปันกันนะครับ
เรื่องราวดี ๆ ที่เกิดขึ้นของวีรวรรณ
เมื่อข้าพเจ้าได้เข้ามาทำงานที่บริษัท แห่งนี้ เป็นครั้งแรกข้าพเจ้ารู้สึกท้อแท้ และหมดกำลังใจที่จะทำ เพราะได้รับแรงกดดัน จากเพื่อนร่วมงาน รวมทั้งงานต่าง ๆ ที่ได้รับมอบหมายเกินกับความสามารถของข้าพเจ้ามาก ซึ่งภาระหน้าที่ ที่ต้องรับผิดชอบนั้น คือ การเขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์ให้ทางฝ่ายจัดซื้อจัดหาใช้ในการรับส่งใบ purchase order (PO) ระหว่างบริษัทกับทางร้านค้าที่ติดต่อซื้อขายสินค้ากับทางบริษัท เมื่อข้าพเจ้าเขียนโปรแกรมเสร็จสมบูรณ์พร้อมใช้งาน ก็ต้องคอย support ตลอดซึ่งประสบการณ์ในการเขียนโปรแกรมของข้าพเจ้าไม่เคยมีมาก่อน และภาษาโปรแกรมเป็นภาษาที่ข้าพเจ้าไม่เคยเขียนและไม่ถนัด แต่ต้องศึกษาเรียนรู้ด้วยตัวเองเพื่อนำมาปฏิบัติงานที่มีกำหนดการส่งมอบที่ระบุไว้แล้วอย่างชัดเจน ณ ขณะนั้นข้าพเจ้าคิดเสมอว่า การมาทำงานแตกต่างจากการเรียนที่มหาวิทยาลัยมาก เพราะการที่ข้าพเจ้าได้มาทำงานที่บริษัทแห่งนี้ ได้รับเงินเดือน เปรียบเสมือนการที่ข้าพเจ้าได้มาศึกษาหาความรู้ ได้เรียนรู้จากประสบการณ์ตรงที่ไม่เคยมีในมหาวิทยาลัยมาก่อน และที่สำคัญ การเรียนรู้นั้นก็ได้รับสิ่งตอบแทนเป็นเงินเพื่อดำรงชีวิต ไม่ต้องเสียค่าเทอมหรือค่าใช้จ่ายในการเรียนรู้ รวมทั้งไม่ต้องเป็นภาระของพ่อ และแม่ข้าพเจ้า ทำให้ข้าพเจ้ามีกำลังใจในการทำงาน ต่อไป เมื่อเวลาผ่านไปสักระยะหนึ่งข้าพเจ้าเริ่มปรับตัวเข้ากับสิ่งแวดล้อม บุคลากรในหน่วยงานเพื่อนร่วมงานได้ แต่ข้าพเจ้าก็อดที่จะคิดไม่ได้ว่าทำไมหัวหน้าถึงมอบหมายงานให้ข้าพเจ้าเป็นส่วนใหญ่ แล้วคนที่อยู่ในแผนกเดียวกันทำไมถึงสามารถเลือกงานที่หัวหน้มอบหมายให้ทำได้ว่าจะทำงานใด หรือไม่ทำงานใด แต่ข้าพเจ้าไม่สามารถที่จะปฏิเสธงานที่ได้รับมอบหมาย เพราะถ้าข้าพเจ้าไม่ปฏิบัติตามคำสั่งก็ถือว่าไม่ให้เกียรติไม่เคารพ ผู้บังคับบัญชา ดังนั้น ข้าพเจ้าจึงรับงานมาทำเพื่อให้เสร็จตามความต้องการของหัวหน้า เพราะคิดว่าเราสามารถที่จะใช้ความสามารถที่มีอยู่ให้เกิดประโยชน์ต่อองค์การได้ อาจจะเป็นการพัฒนาความสามารถอีกทางหนึ่ง ในระหว่างที่ข้าพเจ้าทำงานนั้นก็ได้ศึกษาหาความรู้ใหม่ ๆ เรื่องใหม่ ๆ และได้รู้จักได้ร่วมงานกับบุคลากรฝ่ายต่าง ๆ เพิ่มมากขึ้น การเรียนรู้สิ่งที่ต่าง ๆ ด้วยตัวเอง ศึกษาหาความรู้ด้วยตัวเองเป็นส่วนมากนั้น ทำให้ข้าพเจ้าสามารถที่จะแก้ปัญหาเฉพาะหน้าในการ support ผู้ใช้งานระบบต่าง ๆ ได้ และเหตุการณ์ที่ทำให้ข้าพเจ้าได้ทราบว่า สิ่งดี ๆ ความดีที่ข้าพเจ้าทำต่อผู้บังคับบัญชา ต่อองค์การนั้นไม่ได้สูญป่าว ยังมีคนที่เห็นถึงความดีความตั้งใจทำงานของข้าพเจ้า คือ เมื่อข้าพเจ้าได้งานใหม่ที่บริษัทแห่งหนึ่ง ข้าพเจ้าไดยื่นใบลาออกให้ หัวหน้า และผู้จัดการฝ่าย แต่ผู้บังคับบัญชาของข้าพเจ้า ทั้งสองคน ไม่ยอมเซ็นต์อนุมัติการลาออกของข้าพเจ้า ข้าพเจ้าต้องเจรจาอยู่หลายนาน โดยอ้างเหตุผลว่ากำลังศึกษาต่อ ซึ่งที่บริษัทใหม่หยุดวันเสาร์ แต่ที่นี่ไม่หยุดวันเสาร์ ผู้บังคับัญชาทั้งสองคนจึงอนุมัติ แต่ก็ได้นัดประชุมบุคลากรในฝ่าย เพื่อที่จะมอบของที่ระลึก และพูดความในใจของแต่ละคนที่มีต่อข้าพเจ้า เมื่อข้าพเจ้าได้ฟังก็รู้สึกซาบซึ้งมากน้ำตาก็ได้ไหลออกมาโดยที่ไม่รู้ตัว เพราะไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่าการที่ข้าพเจ้าตั้งใจขยันทำงาน มาตลอด และใส่ใจในความรู้สึกของคนอื่นมาตลอดนั้นยังมีคนที่เห็นถึงสิ่งที่ข้าพเจ้าได้ทำ ลงไปในเวลา 1 ปี 5 เดือนที่ข้าพเจ้าอยู่ที่บริษัทแห่งนี้ ดังนั้นการที่เราจะทำสิ่งดี ๆ ทำความดีนั้นไม่ต้องกังวลใจว่าจะไม่มีใครเห็นถึงความตั้งใจ ความดีของเรา และไม่ต้องหวังสิ่งตอบแทนจากผู้อื่น เพราะการทำความดีทำสิ่งดี ๆ มันจะอยู่ที่ใจของเราทำให้เรามีความสุข และความสุขต่าง ๆ นี้ก็จะเป็นแรงขับเคลื่อนให้เราทำงานต่อไปได้อย่างมีความสุข
.......................................................