กล้วยตากบางกระทุ่ม....ภูมิปัญญาท้องถิ่น.... “โมดิไฟ”....กลายเป็นองค์ความรู้....เทคนิคเด็ดการทำกล้วยตากให้หอม....หวาน....นุ่ม....สะอาด เขาทำกันอย่างไร ตามเรามาซิครับ...เราจะพาท่านตามไปดู ๆ ๆๆ ๆ
กล้วย....เป็นวัตถุดิบที่เราต้องการ หลังจากที่เราตัดเครือกล้วยออกจากสวนมาแล้ว เราจะต้องตัดแยกหวีกล้วยออกจากเครือ เพื่อดำเนินการขั้นต่อไป การเลือกกล้วยที่จะใช้ตากนี้ก็เป็นสิ่งที่สำคัญในการผลิตเช่นกัน เขาเลือกกันอย่างไรละ!!! เราจะต้องเลือกกล้วยที่มีความแก่ประมาณ 95 % ถ้าเราเลือกความแก่ของกล้วยสูงหรือต่ำกว่านั้นละ..?? จะมีผลอย่างไรไหม ? ผมจะขอไปตอบต้อนที่สิ้นสุดกระบวนการของการทำก็แล้วกันนะครับ เมื่อได้กล้วยที่แก่ตามต้องการแล้ว เราต้องทำการบ่มกล้วย
“การบ่มกล้วย” ทำไมต้องบ่มกล้วยด้วยละ?? ท่านลองนึกดูซิครับ กล้วยในหนึ่งเครือนั้นใช้เวลาออกลูกแต่ละหวี ใช้เวลาต่างกันเป็นวันๆ เลยครับ กว่าจะออกลูกจนสุดเครือใช้เวลาหลายวัน ดังนั้นคำตอบของการบ่มกล้วยก็คือ “ทำให้กล้วยที่ต้องการนั้นสุกพร้อมกันไงละครับ” เทคนิคในการบ่มกล้วยนั้น เราจะนำกล้วยแต่ละหวีที่คัดดีแล้วนำมาวางเรียงกันเป็นวงกลม โดยการวางหวีกล้วยนั้นจะวางให้หวีกล้วยหงายขึ้น และคว่ำลงสลับกันเป็นชั้นๆ หรือสองชั้นก็ได้แล้วแต่สะดวก กองให้สูงขึ้นคล้ายเจดีย์ เมื่อเรียงกล้วยจนหมดแล้ว....เราจะต้องคุมกองกล้วยด้วยผ้าพาสติกหนา ในที่นี้นิยมใช้ผ้าพาสติกทึบสีเขียวครับ การคุมเราจะต้องคุมให้มิดชิดไม่ให้ลมเข้าไปข้างในได้ ดังนั้นการวางหวีกล้วยในชั้นแรกเราจะต้องวางทับบนผ้าพาสติก เพื่อป้องกันไม่ให้ลมเข้าด้านล่างได้ไงครับ เมื่อคุมจนมิดชิดดีแล้วกรุณาหาของหนักๆ ทับให้ดีนะครับเดี๋ยวผ้าพาสติกมันจะเปิดออกไม่รู้ตัว แล้วเราจะบ่มกันนานสักเท่าไร??? ถึงจะใช้ได้... 24 ชั่วโมง....24 ชั่วโมง เป็นอย่างน้อย ในอุณหภูมิปกติ หากมีอุณหภูมิที่ต่ำก็จะต้องยืดเวลาออกไปอีกเป็น 36 ชั่วโมง อะไรประมาณนั้นครับ แล้วแต่ภูมิประเทศ ร้อนหนาวไม่เท่ากันแต่ละพื้นที่...ดูที่ความเหมาะสมครับ แต่มีอีกวิธีหนึ่งที่เขานิยมใช้กันก็คือเอามือล้วงไปบีบที่ลูกดู....ถ้านิ่ม เป็นอันวาใช้ได้
เมื่อบ่มกล้วยได้ระยะเวลาตามต้องการแล้ว เราจะต้องเปิดผ้าพาสติกออก จะเห็นว่าเปลือกกล้วยยังมีสีเขียวอมเหลืองอยู่ หลังจากนั้นเราจะต้องปล่อยกองกล้วยนั้นไว้อีกประมาณสามวัน สามวัน อย่าใจร้อนนะครับเดี๋ยวจะไม่ได้รับประทานของดี สีของเปลือกกล้วยก็จะเริ่มเปลี่ยนสีเป็นสีเหลือง กล้วยสุกจะส่งกลิ่นหอมเหมือนดอกมะลิครับ ถ้าบ่มกล้วยอยู่ทางล้าง แล้วเรานอนอยู่ข้างบน เราจะได้กลิ่นหอมของกล้วยเลยนะครับ นี่แหละครับ...เป็นที่มาของกล้วยมะลิอ่องเขาละ (มะลิคือดอกมะลิ ส่วนคำว่ากล้วยอ่อง ทางภาคเหนือเขาแปลว่า...กล้วยน้ำว้า...เจ้า...รวมๆ แล้วก็คือว่า กล้วยนำว้ากลิ่นมะลิ...อะไรประมาณนั้น...ว่าไปนั่นเชียว) ถ้าเราบิดที่หัวนมกล้วยเพื่อที่จะทำการปลอกเปลือก เปลือกก็จะลอกออกง่าย แสดงว่ากล้วยสุกได้ที่แล้วครับ พร้อมที่จะให้ท่านได้ปลอกได้อย่างสนุกมือเลยทีเดียว อย่าลืมภาชนะที่จะใส่กล้วยที่ปลอกก็แล้วกันนะครับ
อะฮ้า!!!!! กระดาษหมด....หมดกระดาษ....ยังไม่ทันเอากล้วยไปตากเลยครับ เสียดายจัง....การตากก็สำคัญนะครับจะบอกให้....ต้อนนี้ ขอให้ท่านมีความสุขกับการปลอกกล้วยไปก่อนนะครับ!!!!!
ข้อคิด....ติดปลายนวม....
ßผ้าขี้ริ้วไม่เกี่ยงงอนว่าจะถูกใช้เช็ดถูอะไรß
เหมือนคนที่ยอมตัวอาสาทำงานที่ได้รับมอบหมาย โดยไม่ปริปากบ่น
รู้จักอาสาคน อาสาทำงาน ต้องตั้งใจทำงานโดยไม่เกี่ยงงอน ไม่ว่าจะเป็นงานใด ๆก็ตาม
มุ่งไปสู่ผลสัมฤทธิ์ของงานนั้นๆ ให้จงได้...
ต้นน้ำ
สวัสดีค่ะ
* กล้วยตากบางกระทุ่มขึ้นชื่อมากว่า ๕๐ ปีแล้วนะคะ
* บ่มกล้วยธรรมชาติ
* แล้วที่เขาใส่แก้สด้วยจะมีกลิ่นหอมเหมือนมะลิไหมคะ
* เคยรู้กับเคยเห็นเท่านั้น
* แต่ไม่เคยอยู่ในสถานการณ์จนแล้วเสร็จ
* แล้วจะตามมากินกล้วยตากค่ะ