"สุชาติ" พลิกลิ้นปัดขึ้นเงินเดือนข้าราชการ

"สุชาติ" พลิกลิ้นปัดขึ้นเงินเดือนข้าราชการ หันไปจ่ายเป็นเงินพิเศษแทน อ้างไม่ต้องการสร้างภาระผูกพัน ขณะที่ ครม.ไฟเขียวเพิ่มค่าครองชีพให้ผู้รับเบี้ยหวัดบำนาญอีกกว่า 3 หมื่นคน

นายสุชาติ ธาดาธำรงเวช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวว่า ในวันที่ 12 พ.ย.นี้ เวลาประมาณ 13.30  น.นายโอฬาร  ไชยประวัติ  รองนายกรัฐมนตรี  ได้เรียกประชุมการจัดทำงบประมาณกลางปีเพิ่มเติมวงเงิน 1 แสนล้านบาท โดยคาดว่าน่าจะได้ข้อสรุปรายละเอียดโครงการที่จะได้รับการจัดสรรทั้งหมดเพื่อเสนอ ครม.ในวันที่ 18 พ.ย.ต่อไป

สำหรับประเด็นการขึ้นเงินเดือนให้แก่ข้าราชการทุกระดับ 6% นั้น นายโอฬารเห็นว่าไม่ควรผูกพันงบประมาณในลักษณะเงินเดือน แต่ควรเป็นการให้เงินพิเศษนั้น  ตนยืนยันว่าการขึ้นเงินเดือนให้ข้าราชการ 6% ไม่ได้ถือเป็นการผูกพันงบประมาณ แต่เป็นการช่วยชดเชยรายได้ที่หายไปจากอัตราเงินเฟ้อที่สูงขึ้นในช่วงที่ผ่านมา ซึ่งคงต้องดูความต้องการของข้าราชการด้วย อย่างไรก็ดี ยอมรับว่าขณะนี้ยังมีข้อเสนอที่หลากหลายและน่าจะได้ข้อสรุปในวันที่ 12 พ.ย.นี้

น.ส.ศุภรัตน์กล่าวด้วยว่า ครม.ยังได้อนุมัติร่างพระราชกฤษฎีกาเงินช่วยค่าครองชีพผู้รับเบี้ยหวัดบำนาญ(ฉบับที่...) พ.ศ...  ตามที่กระทรวงการคลังเสนอ เนื่องจากเห็นว่าภาวะเศรษฐกิจที่ค่าครองชีพสูงขึ้น ทำให้ผู้รับเบี้ยหวัดบำนาญได้รับเบี้ยหวัดบำนาญรายเดือนน้อยได้รับความเดือดร้อน จึงเห็นควรปรับในทำนองเดียวกับกรณีที่รัฐบาลได้ให้ความช่วยเหลือในการปรับเพิ่มเงินเพิ่มการครองชีพชั่วคราวไปก่อนหน้านี้ โดยเห็นควรให้ปรับเพิ่มเงินช่วยค่าครองชีพผู้รับเบี้ยหวัดบำนาญ (ช.ค.บ.) ให้ผู้ที่ได้รับเบี้ยหวัดบำนาญรวมกันทุกประเภท ซึ่งรวมกับ ช.ค.บ.แล้วต่ำกว่าเดือนละ 6,000 บาท ให้ได้รับ ช.ค.บ.เพิ่มอีกในอัตราเดือนละเท่ากับส่วนต่างของจำนวนเงิน 6,000 บาท หักด้วยจำนวนรวมของเบี้ยหวัดหรือบำนาญทุกประเภทรวมกับ ช.ค.บ.ที่ได้รับอยู่ เพื่อให้มีรายได้ต่อเดือนไม่ต่ำกว่าเดือนละ 6,000 บาท ซึ่งจะเป็นอัตราใกล้เคียงกับค่าจ้างขั้นต่ำในเขตกรุงเทพฯ  และปริมณฑลที่ได้รับวันละ 203 บาท หรือ 6,090 บาทต่อเดือน "การปรับปรุงแก้ไข  พ.ร.ฎ.นี้จะต้องใช้งบประมาณรายจ่ายงบกลางเพิ่มขึ้นประมาณปีละ333ล้านบาทซึ่งจะช่วยเหลือผู้รับเบี้ยหวัดบำนาญได้ประมาณ 3.87 หมื่นคน" น.ส.ศุภรัตน์กล่าว

ด้านนายประดิษฐ์ ภัทรประสิทธิ์ รมช.คลัง กล่าวว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้มีมติให้เร่งรัดการเบิกจ่ายงบประมาณในปีงบประมาณ 2552 ให้ได้มากที่สุด โดยเฉพาะงบลงทุน ทั้งของหน่วยราชการ รัฐวิสาหกิจ รวมถึงองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ที่ได้รับจัดสรรสูงถึง 25% ของงบประมาณรายจ่ายภาครัฐ ซึ่งจะต้องดูแลกำชับให้ทุกหน่วยงานเบิกจ่ายให้ได้มากที่สุด เมื่อเทียบกับในปีที่ผ่านมา ทั้งนี้ เพื่อเร่งใช้จ่ายงบประมาณให้มีผลกระตุ้นเศรษฐกิจ ซึ่งยอมรับว่าทุกปีที่ผ่านมาการเบิกจ่ายล่าช้าอยู่เป็นประจำ

น.ส.ศุภรัตน์  นาคบุญนำ  รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ครม.เห็นชอบตั้งเป้าหมายเบิกจ่ายงบลงทุนในปีงบประมาณ 2552 ให้ได้ไม่ต่ำกว่า 74% ของวงเงินงบประมาณรายจ่ายลงทุนของแต่ละส่วนราชการ  ซึ่งจะผลักดันให้เบิกจ่ายงบประมาณในภาพรวมให้ได้ถึง  94%  ของวงเงินงบประมาณรายจ่าย 1.835 ล้านล้านบาท นอกจากนี้ ครม.ได้รับทราบผลการเบิกจ่ายงบลงทุนของรัฐวิสาหกิจประจำปี 2551 ที่มีภาพรวมรัฐวิสาหกิจ 46 แห่ง เบิกจ่ายสะสมในช่วง 9 เดือน (ต.ค.2550-มิ.ย.2551) 1.32 แสนล้านบาท หรือ  40.18%  ของวงเงินที่ได้รับอนุมัติต่ำกว่าเป้าหมายที่กำหนดไว้ที่ 56.7%

ไทยโพสต์  สยามรัฐ  มติชน 12 พฤศจิกายน 2551