เหนื่อยแต่ก็มีความสุข

ภาคการศึกษานี้ตอนแรกก็รู้สึกโล่งที่ไม่ต้องเดินทางไปมา มหาวิทยาลัย กับสงขลา เพื่อไปเรียน ป.โท เพราะตอนนี้คอร์สเวิร์คจบแล้ว กะว่าจะทำวิทยานิพนธ์เทอมนี้แต่ไหงพอไม่ไปเรียนก็เหมือนมีคนรู้ว่า จะว่างมากขึ้น เลยโทรกันมาติดต่อเอ๊า ติดต่อเอา เพิ่งจะได้รับโทรศัพท์ขณะนั่งเตรียมเนื้อหาเพื่อจะไปบรรยายในวันพรุ่งนี้ให้แก่นักศึกษา ม.อ.ปัตตานี ถึงเทคนิคการเรียนอย่างไรให้ได้ A ไม่ติด E ทั้งโลกนี้และโลกหน้า ปลายสายเป็นใครไม่รู้ครับ บอกว่าโทรมาจากโรงเรียนรัศมี แถวยะหริ่งครับ ทาบทามไปเป็นวิทยากรบรรยายเรื่อง "โอเน็ต เอเน็ต" ผมถามว่าเมื่อไหร่ พอเขาบอกว่า ๒๓ นี้ เอาหละว่าจะทำไงในเมื่อ ๒๒ ติดงานที่สงขลา จะกลับมาทันหรือป่าว คิดไปคิดมาก็รับปากครับ เพราะคิดดูแล้วตีรถกลับตอน ๖ โมงเช้าถึงตานี แปดโมงยังทันเพราะเริ่มบรรยาย ๙ โมง

       ผมมานั่งคิดทบทวน ทำไมเรื่อง "โอเน็ต เอเน็ต" ต้องเป็นเราอยู่ร่ำไป ทั้งๆที่แนะแนวแต่ละโรงเรียนก็มี แต่ก็ตอบตัวเองครับว่าเป็นเพราะว่าฝ่ายแนะแนวโดยเฉพาะในสามจังหวัดมีภาระงานมากกว่าทำหน้าที่ครูแนะแนวและที่สำคัญครูแนะแนวไม่ได้จบแนะแนวมาโดยตรง สรุปว่ารับปากไปแล้วครับ

     เสร็จจากงานนี้ วันที่ ๕-๗ ธันวาคม ต้องเดินทางต่อครับไปสะเดา จ.สงขลา เพื่อไปเป็นวิทยากรติวเอ็นท์ให้แก่น้องๆเยาวชนที่นั่น ๓ วัน ตอนนี้การทำหน้าที่วิทยากรติวเอ็นท์ขยายวงกว้างขึ้นแล้วครับจากที่เมื่อก่อนติวอยู่เฉพาะสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ ก็เริ่มมีสงขลาติดต่อเข้ามา

     ผมมองว่าสืบเนื่องจากที่เมื่อก่อนผู้ใหญ่ทางการศึกษาเคยจัดโครงการติวเอ็นท์ให้แก่เด็กสามจังหวัด แต่ด้วยสถานการณ์มันก็เลยขาดช่วงไปที่มีก็ไม่ใช่อาจารย์จากส่วนกลางก็เอาอาจารย์ตามโรงเรียนต่างๆสุดท้ายเด็กก็เจอบรรยากาศเดิมๆ ไม่มีเทคนิคอะไร ผมไม่รู้ผู้ใหญ่จะเคยรับรู้บ้างหรือป่าวถึงโครงการที่จัดให้แก่เด็กสามจังหวัดโดยเฉพาะเรื่องการศึกษามันไม่ทะลุเป้าวัตถุประสงค์ เพราะพอไปตรวจสอบดูเด็กที่เข้าร่วมคือเด็กจากโรงเรียนดังๆ แต่เด็กบางพื้นที่กลับไม่ได้รับโอกาสนั้น สุดท้ายต้องกลายเป็นเราที่ฟ่าดง พื้นที่สีต่างๆ เพื่อสร้างความหวังและเนื้อหาวิชาให้แก่เด็ก ยังไงๆๆวอนผู้ใหญ่ช่วยสละเวลานั่งขบคิดหน่อยนะครับว่าการศึกษาโดยเฉพาะสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ควรเป็นไปทิศทางใด และใครกันที่จะต้องร่วมขับเคลื่อนมันอย่างจริงๆจังๆ หากคิดว่า "การศึกษาเป็นกุญแจดอกสำคัญที่จะช่วยไขข้อข้องใจปัญหาที่เกิดขึ้นไนปัจจุบัน" อย่าปล่อยให้งบประมาณผ่านแล้วผ่านเลยโดยไม่เคยเหลียวมองเลยว่างบที่ท่มไปใครได้ประโยชน์บ้าง

       หรือว่าต้องเป็นเราที่จะต้องทำสิ่งนี้อยู่ร่ำไป...........คิดแล้วก้เหนื่อยกับคนตัวเล็กๆ

     แต่ก็ยังมีความสุขอยู่ครับ... (เหนื่อยกายแต่สบายใจ...) ขอบคุณที่อ่านการบ่นไปแล้วเหนื่อยไปด้วย