สังคมการเรียนรู้

สังคมการเรียนรู้  (Ubiquitous Society)

                    เทคโนโลยีหลายชนิดได้ผสมกลมกลืนอย่างแนบเนียนจนกลายเป็นปัจจัยสำคัญในการดำรงชีพที่แทบจะขาดไม่ได้ ตัวอย่างที่มองเห็นได้ชัดเจน  ได้แก่ การพัฒนาเทคโนโลยีทางระบบอิเล็กทรอนิคส์และคอมพิวเตอร์ ในอดีต คอมพิวเตอร์เป็นอุปกรณ์ที่มีขนาดใหญ่ ราคาแพง และมีข้อจำกัดในการใช้งานอย่างมาก แต่ในปัจจุบัน อุปกรณ์คอมพิวเตอร์ได้รับการพัฒนาจนมีราคาถูกลงแต่มีประสิทธิภาพในการทำงานสูงและมีขนาดที่เล็กลงมากจนสามารถพกพาไปยังสถานที่ต่างๆได้โดยง่าย หรืออีกตัวอย่างหนึ่งได้แก่ เทคโนโลยีด้านการสื่อสารโดยเฉพาะอย่างยิ่งโทรศัพท์เคลื่อนที่ ในอดีตที่ผ่านมาไม่นานนัก โทรศัพท์เคลื่อนที่เป็นอุปกรณ์สื่อสารราคาสูงที่มีใช้เฉพาะในวงจำกัดเท่านั้น แต่ในปัจจุบันผู้คนจำนวนมากสามารถหาซื้อโทรศัพท์เคลื่อนที่ได้อย่างง่ายดาย และที่สำคัญโทรศัพท์เคลื่อนที่หลากหลายรูปแบบที่มีในท้องตลาด ยังถูกเติมขีดความสามารถในการทำงานนอกเหนือไปจากการเป็นช่องทางสำหรับการสื่อสารได้อีกด้วย อาทิเป็นกล้องถ่ายรูป เป็นเครื่องเล่นเพลง หรือ เป็นเครื่องรับโทรทัศน์ เป็นต้น 

             ubiquitous society จะช่วยเปิดโอกาสให้สมาชิกในสังคมได้มีสิทธิและโอกาสในการเข้าถึงข้อมูลได้อย่างทั่วถึงตามต้องการ ซึ่งจะเป็นการช่ให้เกิดความเสมอภาคขึ้นในสังคม ก่อให้เกิดการบริหารจัดการที่มีความโปร่งใส ยุติธรรม นอกจากนี้ เทคโนโลยีดังกล่าวน่าจะช่วยเปิดโอกาสให้ผู้ด้อยโอกาสต่างๆ ได้มีสิทธิในการดำรงชีวิตในสังคมได้อย่างสมบูรณ์ขึ้นอีกด้วยอย่างไรก็ดี แม้ว่า ubiquitous society จะมีศักยภาพอย่างยิ่งในเชิงสร้างสรรค์ การนำมาใช้อย่างขาดความระมัดระวัง หรือ ขาดการกำกับดูแลอย่างเหมาะสม อาจทำให้เทคโนโลยี ubiquitous  society ถูกนำมาใช้ในทางที่ผิดก่อให้เกิดการละเมิดสิทธิส่วนบุคคล อาทิ เกิดอาชญากรรมประเภท การปลอมแปลงหรือการขโมยเอกลักษณ์ (Identity theft) การสอดแนมผ่านระบบเครือข่าย (ubiquitous surveillance) เป็นต้น

 

 

เทคโนโลยีที่จำเป็นสำหรับ Ubiquitous Network Society

การจะพัฒนาไปสู่ Ubiquitous Network Society จำเป็นต้องมีเทคโนโลยีในการใช้งาน โดยแบ่งเป็น 4 ด้านหลัก ๆ ดังนี้

1. เทคโนโลยีพื้นฐาน
เทคโนโลยีพื้นฐานคือเทคโนโลยีที่จะทำให้สามารถใช้งานคอมพิวเตอร์ในทุกหนทุกแห่ง ทุกเวลาตามหลักการของ ubiquitous ตัวอย่างเช่นเพื่อที่จะให้สามารถใช้คอมพิวเตอร์ที่ไหนก็ได้ให้เป็นเหมือนคอมพิวเตอร์ของตัวเองจะต้องมีเทคโนโลยีในการทำให้คอมพิวเตอร์สามารถตรวจบุคคลได้นั่นก็คือการทำให้คอมพิวเตอร์สามารถตรวจ ID ของแต่ละคนได้ เทคโนโลยีนี้เรียกกันว่าเทคโนโลยีการตรวจสอบยืนยันบุคคล (authentication technology) ซึ่งเป็นเทคโนโลยีพื้นฐานอันหนึ่งของระบบ ubiquitous
นอกจากนี้เนื่องจากข้อมูลข่าวสารส่วนบุคคลจะกระจายไปในระบบเครือข่ายจึงมีความจำเป็นต้องมีเทคโนโลยีสำหรับการรักษา (ความปลอดภัยของข้อมูล) (Security Technology) ในระดับที่สูงมากขึ้นกว่าเดิม ดังนั้นเทคโนโลยีพื้นฐานอีกอันหนึ่งที่รองรับ ubiquitous ก็คือเทคโนโลยีด้านความปลอดภัยของข้อมูล

ตัวอย่างเทคโนโลยีในกลุ่มนื้เช่น
การต้องมี user name / password ในการใช้งานต่าง ๆหรือรหัสลับสำหรับเบิกเงิน ATM
ใบรับรองอิเล็กทรอนิกส์หรือลายเซ็นอิเล็กทรอนิกส์

• IC Card
• Finger Scan
เทคโนโลยีชีวภาพในการตรวจสอบบุคคล
เทคโนโลยีการเข้ารหัส
เทคโนโลยีการสำรองข้อมูล (Computer Backup System)

2.
เทคโนโลยีฮาร์ดแวร์

ในสังคมยูบิควิตัสนั้น จำเป็นต้องมีเทคโนโลยีฮาร์ดแวร์ซึ่งมี human interface ที่เหมาะสมที่จะทำให้ทุกคนสามารถใช้งานคอมพิวเตอร์ทุกที่เหมือนเป็นของตนเองได้ เช่นเทคโนโลยี output เพื่อแสดงข้อมูลให้กับมนุษย์รับรู้ โดยผ่านจอดิสเพลย์หรือเทคโนโลยีที่จะช่วยให้การป้อนข้อมูลเข้าสู่คอมพิวเตอร์ง่ายขึ้นเป็นต้น
นอกจากนี้ เทคโนโลยีด้านฮาร์ดแวร์ที่ขาดไม่ได้อีกประการหนึ่ง ก็คือเทคโนโลยีการเก็บข้อมูล (storage technology) บนเครือข่ายทั้งนี้เพื่อที่จะสามารถเก็บข้อมูลจำนวนมากมายมหาศาลไว้บนเครือข่ายได้
โดยเทคโนโลยีในกลุ่มนี้จะเน้นการพัฒนาไปในแนวทางต่างๆ ดังนี้
เทคโนโลยีการทำผลิตภัณฑ์ให้มีขนาดเล็ก เพื่อรองรับอุปกรณ์ mobile เช่น battery และ chip ขนาดเล็ก
เทคโนโลยีประหยัดพลังงานเนื่องจากต้องมีการใช้งานในทุกหนทุกแห่ง เช่น เทคโนโลยี “sleep” ทำให้มีการหยุดทำงานของคอมพิวเตอร์ในขณะที่ไม่ได้ใช้งาน รวมทั้งการพัฒนา battery ที่มีการใช้งานนานขึ้น

เทคโนโลยีแหล่งกำลังไฟฟ้านอกจากการต้องต่ออุปกรณ์ไฟฟ้าเข้ากับแหล่งจ่ายไฟโดยตรงก็มีการทำให้สามารถป้อนกำลังไฟฟ้าจากตัวเครื่องคอมพิวเตอร์ ผ่านสาย USB หรือต้องมีการ