ข้าพเจ้ามีความใฝ่ฝันบางอย่าง หนึ่งในนั้นก็คือการได้ไปเยือนสถานที่แห่งหนึ่งในเมืองกัลกัตตา ประเทศอินเดีย สถานที่พำนักของผู้หญิงธรรมดาๆ คนหนึ่ง แต่ได้ชื่อว่า เป็นผู้ทรงอิทธิพลที่สุดของโลก และเป็นผู้มีอิทธพลทางความคิด เป็นผู้สร้างแรงบันดาลใจให้กับคนหลายๆคนทั่วโลก มาจนถึงปัจจุบันนี้

คุณแม่เทเรซา แห่งกัลกัตตา คือหญิงผู้นั้น แม้คุณแม่จะจากเราไปนานมากแล้ว แต่สถานที่ที่คุณแม่เคยอยู่ ห้องทำงานและห้องนอนเล็กๆ ที่คุณแม่เคยใช้เมื่อสมัยที่ยังมีชีวิต ยังถูกเก็บรักษาและดูแลไว้เป็นอย่างดีที่นี่ ที่ Mother Teresa house
เมื่อตอนต้นปีที่ผ่านมา ข้าพเจ้ามีโอกาสแวะที่กัลกัตตา และตั้งใจว่าจะไปแวะเยือนยังสถานที่ที่คุณแม่เทเรซาเคยพำนักอยู่ แต่เวลาเรามีไม่มากพอ มาครั้งนี้เป็นอีกครั้งที่ได้กลับมาแวะพักที่กัลกัตตา และมีเวลา มีโอกาสที่ดีพอ จึงได้มาแวะที่นี่ ที่ Mother Teresa house
ท่ามกลางความวุ่นวายสับสน ของเมืองกัลกัตตา เมื่อเราได้ก้าวเข้าไปสถานที่แห่งนี้ ภายในมีแต่ความสงบเงียบ และสะอาดสะอ้าน ข้าพเจ้าได้มีโอกาสเข้าไปเยี่ยมชมห้องนอนเล็กๆ ของคุณแม่ที่เคยใช้อยู่อาศัย วันที่ท่านสิ้นใจท่านก็สิ้นใจในห้องนี้ เป็นห้องนอนที่เล็กมากแต่สะอาดสะอ้าน มีเตียงนอนเล็กๆ อยู่มุมหนึ่งของห้อง มีตู้ไม้ขนาดย่อมอยู่ทางซ้ายมือ ทางด้านขวามีโต๊ะทำงานเล็กๆ ที่คุณแม่ใช้นั่งทำงาน ในเวลาเซ็นหนังสือหรือโต้ตอบจดหมายคุณแม่ก็จะนั่งลงที่โต๊ะนี้ ความเป็นอยู่ของท่านช่างดูเรียบง่ายและงดงามยิ่งนัก
ในห้องนิทรรศการด้านล่าง มีเรื่องราวชีวประวัติของท่าน มีข้าวของเครื่องใช้บางอย่างที่ท่านเคยใช้ จานชามและถ้วยกาแฟ รองเท้าคู่สุดท้ายที่ท่านใช้สวมใส่เวลาเดินไปไหนต่อไหน กระเป๋าผ้าที่ใช้ประจำเวลาเดินออกไปข้างนอก ไม้กางเขนประจำตัว ทรัพย์สมบัติที่ท่านมี เป็นข้าวของที่เรียบง่าย ไม่ได้มีราคาแพงสูงส่งใดๆ แต่เป็นสิ่งจำเป็นที่มีไว้เพื่อใช้งานตามสมควรแก่ชีวิตเท่านั้น
และที่ห้องนี้ ร่างของคุณแม่นอนสงบอยู่ที่นี่ ในโลงศพหินอ่อนสีขาว ด้านบนมีการจัดดอกไม้เป็นอักษร ข้อความว่า True love is surrender เราผู้มาเยือนจากแดนไกล ต่างคุกเข่าลงและใช้มือทั้งสองข้างสัมผัสแท่นหินอ่อนสีขาวนี้ด้วยความเคารพ และสวดภาวนา เรายกมือไหว้ท่านแบบชาวพุทธ ด้วยจิตใจที่เคารพนอบน้อม ข้าพเจ้ารู้สึกถึงความตื้นตันใจ และอดที่จะน้ำตาไหลออกมาไม่ได้ด้วยความปิติ ในที่สุดความฝันของข้าพเจ้าก็กลายเป็นความจริง ข้าพเจ้าได้พบกับบุคคลสำคัญที่เป็นแรงบันดาลใจของชีวิต แม้ท่านจะไม่ได้มีชีวิตอยู่แล้วในโลกนี้ แต่สิ่งที่อยู่ที่นี่ ก็ยังเป็นแรงบันดาลใจที่ดี และสอนเราว่า จงใช้ชีวิตที่เรียบง่าย จงช่วยผู้คน และจงอย่าสูญสิ้นซึ่งความหวัง ยิ่งไปกว่านั้น True love is surrender.
-คุณแม่ท่านเป็นผู้ให้ค่ะ
-ความเรียบง่ายเป็นความงามค่ะ
-ขอบคุณค่ะ
Good morning ka !!!
ขอบคุณภาพงามๆ พร้อมเรื่องเล่า :D
สวัสดีค่ะ หมอยา
ยินดีต้อนรับกลับประเทศไทย..ขอบคุณที่นำรูปภาพที่สวยงาม..
และเรื่องราวที่สร้างสรรจรรโลงใจ..มาเล่าสู่กันฟัง..
สำหรับพี่แล้วท่านคือ..เทพธิดาในชีวิตจริง..
เคยคิดอยากจะไปแสดงความเคารพ..และชื่นชมบารมีของท่าน..
ตอนที่ท่านยังมีชีวิตอยู่ แต่ก็ไม่มีโอกาส..
ได้แต่ส่งแรงใจไปท่านคงได้รับแล้ว..และเมื่อได้เห็นภาพท่านชัดๆ..
ได้เห็นภาพความเป็อยู่ของท่านแล้ว..
ก็ทำให้รุ้สึกเหมือนมีโอกาสได้ไปสัมผัสด้วยตัวเอง..
อิ่มใจจัง..ตังค์ก็ไม่ต้องจ่าย..ขอบคุณมากๆมา ณ โอกาสนี้เด้อ...
สวัสดีค่ะ krutoi
ความเรียบง่ายเป็นความงามจริงๆด้วยค่ะ
Good morning จ้าพี่เกียว
เดือนนี้จะได้พบกันไหม๊เนี่ย อยากไป Meeting จัง แต่มีแววว่า งานการที่มีอยู่ จะclear ไม่ได้ค่ะ เนื่องจากลาไปเที่ยวเกือบครึ่งเดือน เลยมีภาระหน้าที่บางอย่างจำต้องอยู่แถวๆ รพ.
พี่เตือนที่คิดถึง
อันที่จริงมีความใฝ่ฝันอีกสองอย่าง คือการได้พบท่านดาไล ลามะ แห่งธิเบตค่ะ แล้วก็ได้ไปปฎิบัติธรรม ที่สวนโมกข์ สักครั้ง ....อย่างหลังอาจจะมีโอกาสเป็นไปได้ แต่อย่างแรกอาจจะมีสักวัน..ที่ฝันจะเป็นจริง
หรือว่าไปเจอกันที่ลานหน้าโรงพยาบาลดี อิอิ จะได้ฟังเรื่องเล่า trekking ให้จุใจ...อ้าว ผิดประเด็นแล้วมั่งนะ....:D
เรามีความฝันที่เหมือนกันอีกแล้ว...เรื่องการไปปฏิบัติธรรมที่สวนโมกข์พี่อาสาเป็นเพื่อนร่วมทางและเป็นมัคคุเทศน์ให้ได้นะ...ด้วยความยินดีและเป็นเกียรติอย่างสูงเลยล่ะ จัดสรรเวลามาได้เลย...อีกเรื่องหนึ่งพี่ก็คิดว่าจะพยายามนะ แล้วจะถามหาโอกาสจากท่านผู้รู้ให้...ถ้าเมื่อมีสาวกของท่านมาเยี่ยมเยียนเมืองไทยสนใจมั้ย...ถ้าได้ข่าวแล้วจะส่งข่าวมา...มีอีกโอกาสค่ะอ่านหนังสือปัญญาญาณแห่งการให้อภัยแล้วหรือยัง...สำหรับพี่เหมือนกับมีโอกาสได้เข้าเฝ้าท่านอย่างใกล้ชิดเลยล่ะ...เพราะได้ใกล้ชิดกับท่านมากๆ จากการอ่านหนังสือนะ อย่าเข้าใจผิดล่ะ...เพราะข้อความกำกวมเล็กน้อย...ถ้ามีหนังสือเล่มนี้ไว้คิดถึงท่านเมื่อไหร่ก็นำออกมาอ่านรับรองประทับใจมากๆ...จริงๆนะ ไม่ได้ค่านายหน้าที่เชียร์ ถ้าอ่านแล้วก็ขออภัยที่เอามะพร้าวห้าวมาขายสวน...ขอให้มีความสุขกับทุกลมหายใจนะ.
รู้สึกถึงพลังเมตตาล้นเหลือของแม่ชีเทเรซาเลยค่ะ
สวัสดีค่ะพี่เกียว
แบบว่าขอแซวเล็กน้อย นัดเจอกันที่แถวหน้าห้องตรวจเลยได้ป่ะ ลานหน้า รพ.ไม่มีพื้นที่ค่ะ มีแต่รถจอดอยู่
พี่เตือน
ตกลงปีหน้าไปสวนโมกข์กันนะคะ มีน้องสาวที่คุ้นเคยกันอยู่ที่สุราษฎ์ด้วย จะได้ไปแวะเยี่ยม ส่วน ปัญญาญานแห่งการให้อภัย กัลยาณมิตรที่ใจดี นำมาให้ยืมอ่านแล้วค่ะ ชอบมากทีเดียว อ่านจบแล้วให้ความรู้สึกว่า ท่านดาไล ลามะ มีความเป็นธรรมดาสามัญและเป็นธรรมชาติมาก ท่านไม่ได้เสแสร้ง ไม่ได้พยายามพูดหรือแสดงความคิดเห็นเพื่อให้ดูดี ท่านพูดออกมาจากใจจริงๆ จากความรู้สึกธรรมดาสามัญของท่าน ท่านจริงใจค่ะ อย่างตอนที่มีคำถามเรื่องที่ว่า ทหารจีนทำร้ายชาวธิเบตในคุก มีคำถามว่าถ้าท่านอยู่ในเหตุการณ์และมีปืนอยู่ในมือ ท่านจะทำอย่างไร คำตอบของท่านทำเอาบางคนที่ได้อ่านหนังสือ รู้สึกในด้านลบ เพราะท่านตอบว่า ฉันอาจจะยิงเขา ท่านตอบจริงใจดี ในสภาวะของเหตุการณ์หนึ่งๆ เช่นในกรณีนี้ เราไม่อาจจะรู้ได้ว่า ในยามโกรธ ยามกลัว เราจะมีปฎิกิริยาต่อเรื่องนั้นอย่างไร มันขึ้นกับสติที่มีอยู่ สภาวะการณ์ที่เป็นอยู่ ในชั่วขณะหนึ่งของเหตุการณ์ มนุษย์เราอาจทำสิ่งใดๆก็ได้โดยไม่คาดคิด ขึ้นกับว่าขณะนั้นเราจะมีสติและควบคุมอารมณ์ได้มากมายแค่ไหน คำตอบของท่านจริงใจ และไม่ดัดจริต แต่หลายคนคงอยากได้ยินท่านพูดว่า ฉันจะให้อภัย ฉันจะโอบกอดทหารจีนไว้อะไรแบบนั้น ในผู้ที่ปฎิบัติสมาธิภาวนาบางคน หรือผู้ที่คิดว่าตนเองเป็นผู้รอบรู้และทรงภูมิปัญญากว่าใครๆ มักออกอาการติดดีและสร้างภาพ สร้างคำพูดให้เป็นแบบที่คนทั่วไปอยากฟัง แต่บางครั้งก็อาจจะไม่ได้มาจากใจที่แท้จริง คำว่า อาจจะของท่าน ก็คือ อาจจะ ไม่ได้หมายความว่าท่านจะทำจริงๆ แต่ของใครบางคนที่บอกว่า ฉันจะไม่ทำเช่นนั้น ทว่าพอเจอเหตุการณ์จริงๆ เขาผู้นั้นอาจจะทำอะไรที่รุนแรงกว่าที่ตนเองจะคาดคิดได้
มีอีกเล่มที่น่าสนใจค่ะ จักรวาลในหนึ่งอะตอม หนังสือเล่มนี้บ่งบอกว่า ท่านรอบรู้และสนใจในทางวิทยาศาสตร์ไม่น้อย ที่สำคัญท่านกล่าวถึงการกำเนิดของจักรวาลในอภิธรรมด้วย อ่านแล้วน่าสนใจมาก
หวัดดีจ้าหมอนิด
คิดถึงจัง หนาวนี้จะได้มีโอกาสมาเยือนเชียงใหม่บ้างหรือเปล่า เอ..หรือว่าจะให้ไปเยือนถึงพิษณุโลกดี