นานถึง ๖ เดือนกับอีก ๑๒ วันที่ผมต้องนอน นั่ง และเวลาจะไปไหน ใช้ขาไม่ได้ต้องขยับด้วยก้นเรื่อยๆจนถึงที่หมาย

วันนี้หมอนัด ก็หวังเหมือนกันว่าวันนี้หมอคงให้ฝึกเดิน .. ก็เป็นไปตามหวังไว้..

จริงคนที่เจ็บไข้อย่างผม เมื่อจะต้องไปพบหมอน่าจะดีใจเพราะหมอจะช่วยเราได้เยอะ .. แต่ผมกลับเครียด..รู้ทั้งรู้ เข้าใจดีว่า ที่หมอทำแบบนั้น เพราะอยากให้คนไข้ปฎิบัติตามคำแนะนำเขาอย่างเคร่งครัด.. ครับ.. ท่านจะดุว่าคนไข้เป็นประจำ แม้ว่าเวลาท่านหันไปคุยกับเพื่อนร่วมงานอย่างยิ้มแย้มแต่เมื่อท่านหันมาคุยกับคนไข้ อย่าหวังเลยจะได้เห็นรอยยิ้ม..

อีกคนที่ต้องไปพบแม้จะเป็นผู้หญิงแต่ไม่ทราบว่าท่านเรียนจิตวิทยาอะไรมาบ้าง เพราะคำพูดสุดท้ายที่ท่านพูดกับผม คือ นึกไม่ออกว่าจะเดินได้อย่างไร...

วันนี้หลังจากเจอหมอคนแรก..ท่านก็ให้ไปรับไม้เท้า ก็ได้ฝึกเดินกับเจ้าหน้าที่ห้องอุปกรณ์กายภาพบำบัด แรกๆให้เดินบนบ่าคู่ ก็สามารถเดินได้สบายแม้จะต้องใช้เท้าเพียงข้างเดียว แต่พอฝึกเดินกับไม้เท้า ยังทำไม่ได้ จะล้มและผมก็กลัวการล้มเสียด้วย (กลัวต้องนอนที่โรงพยาบาลต่ออีก)

นอกจากห้องอุปกรณ์ก็ไปยังห้องกายภาพบำบัดเจอหมอคนที่สอง.. ผมก็งงๆอยู่เหมือนกัน ว่า ใครผิดใครถูกกันแน่ แต่ก็ต้องยอมรับผิด เพราะเราหวังความช่วยเหลือจากท่านมาก.. สิ่งที่ผมต้องทำต่อ คือ งอขาขวาให้ได้มากขึ้นและต้องไปทำทุกวัน กับต้องไปนวดนิ้วก้อยข้างขวา(ที่ใช้กดตัว ง นี้)ด้วย

กว่าจะออกจากโรงบาลก็เกือบสามโมงครึ่งแล้ว .. สรุปแล้ววันนี้ผมอยู่โรงพยาบาลเพื่อรักษาตัวทั้งวัน..