วันนี้ได้รับโทรศัพท์จากผู้ชาย  เป็นผู้ปกครองของนิสิตชั้นปีที่ 2 ผู้ปกครองวัย 48 ปี   ถามว่า มมส หรือเปล่าครับ ใช่ค่ะ  ลูกชายผมปลั๊กหลวม  คุณบอกว่าลูกชายปลั๊กหลวม  ใช่ครับ  (ลองแซวด้วยอารมณ์ขันว่า )  อ้าว / ผู้ปกครองก็ ลองขยับปลั๊กดูสิคะ   ผู้ปกครองนิสิตหัวเราะ

ไม่ใช่อย่างนั้น หมายความว่า การเรียนของลูกชาย  ผม จะต้องกระตุ้นตลอดเลยครับ  บางครั้งก็ท้อใจ  ว่าทำไมคนที่อายุเท่ากันเพื่อนๆก็จะไปล่วงหน้า แต่ลูกชายผมมักจะต้องเสียเวลาไปปีถึง 2 ปี ถึงจะเข้าที่ แล้วที่ผ่านมาเขามีพฤติกรรมอย่างไรบ้าง ทำอะไรไม่รีบร้อน ชอบต่อเวลา มักจะเสียเวลา เพื่อนรุ่นเดียวกันที่เรียนด้วยกันดูแล้วเขาจะใส่ใจ ตั้งใจเรียน แต่แลตนเอง บอกว่าตั้งใจเรียนแต่ผลการเรียนออกมาไม่ค่อยดี ไม่ค่อยได้ดั่งใจผู้ปกครอง บางครั้งก็ท้อแท้ว่าทำไม่ได้ ผมจะต้องเอาใจและคอยกระตุ้นอยู่เป็นประจำ  ขนาดที่กระตุ้นบ่อยๆก็ได้แค่นี้

 

ที่ผ่านมาผู้ปกครองได้ให้ลูกมีส่วนร่วมอย่างไรบ้าง  ก็จะให้ช่วยอะไรตื่นสายเลยไม่อยากจะรอเมื่อผู้ปกครองกลับมาจากทำงาน เขาก็ออกไปหาเพื่อนๆ  และไม่ค่อยได้พบเจอ อยากจะนั่งคุยแต่เวลาก็รอไม่ได้เพราะต้องทำงาน

 

เป็นไปได้ไหมผู้ปกครองอาจจะห่วงงานมากเกินไป   จนปล่อยแต่ละเรื่องมองข้ามไป  ขาดการเอาจริงจัง  เมื่อสั่งลูกไม่ทำก็ไม่ได้มีบทเรียนอะไร  ทำให้ลูกคิดว่าเขาทำถูกแล้ว  กลายเป็นความเคยชินเมือผู้ปกครองจะไปจู้จี้ เด็กก็ไม่ชอบ กลายเป็นพ่อแม่รังแกฉัน  แล้วคิดอยากจะช่วยลูกอย่างไรบ้าง ผมคงจะต้องขยับปลั๊กของลูกต่อไป  จะขยับบ่อยๆ   ปล่อยไปไม่ได้เลย   ผมก็กลัวว่าลูกจะเรียนไม่จบ ยิ่งมีลูก คนเดียว ก็เป็นสิ่งที่ดีแล้วคะ ถือว่า เด็กเป็นคนที่โชคดีที่มีพ่อแม่ใส่ใจ คอยกำชับลูก ก็ไม่ใช่เพราะอะไรหรอก เพราะความรักลูกนั่นเอง  เวลาลูกมีความสุขพ่อแม่ก็มีความสุขไปด้วย    

 

จะมีลูกสักกี่คนที่เข้าใจความห่วงใยของพ่อแม่ ผู้ให้คำปรึกษาก็จะเป็นอีกแรงหนึ่งในการให้กำลังใจผู้ปกครองในการให้ความรักต่อลูกและให้เขาผ่านช่วงนี้ไปให้ได้  จะลองทำดู  ขอบคุณมากครับ

จากกรณีที่เกิดขึ้นกับผู้ปกครองรายนี้  เรื่องพฤติกรรมของลูกชาย ชาว G2K ทุกท่าน คิดอย่างไร  จะแบ่งปัน ความทุกข์  และให้แนวทางออก กับผู้ปกครองรายนี้อย่างไรบ้าง ขอเชิญค่ะ....