สวัสดีค่ะ
เวลาเราไม่สบายกาย เราต้องกินยา (il faut prendre des medicaments)
ฉันใดก็ฉันนั้น เวลาที่เราไม่สบายใจ เราก็ต้องหายาเหมือนกัน
แต่ยาในที่นี้ไม่ใช่ยากิน แต่เป็นยาที่มากำจัดอารมณ์ต่างๆ ที่เข้ามารบกวนจิตใจของเราแล้วทำให้เราเกิดทุกข์ เมื่อเกิดทุกข์ ก็ต้องหาเหตุแห่งทุกข์ แล้วหาทางดับทุกข์ให้ได้
ตามหลักอริยสัจสี่ ซึ่งได้แก่ ทุกข์ สมุทัย นิโรธ และมรรค
ซึ่งทางดับทุกข์ก็คือ ยารักษาความเจ็บป่วยทางใจ
ซึ่งประกอบด้วย การสวดมนต์ซึ่งเปรียบเสมือนยาทา
ส่วนการวิปัสสนาก็เปรียบเสมือนยากิน (คำสอนของหลวงพ่อจรัญ)
โดยเราจะหยิบยาดังกล่าวมาใช้ได้ เราก็ต้องรู้เท่าทันอารมณ์ของเราก่อน
ตัวอย่างที่เกิดขึ้นจริงในตอนนี้ก็คือ อารมณ์เหงาซึ่งเข้ามารบกวนจิตใจ เมื่อรู้เช่นนั้น
ก็ต้องหายาหรือทำกายภาพบำบัด
กล่าวคือ หากไม่กินยาโดยการสวดมนต์หรือทำวิปัสสนา ก็ต้องทำกายภาพบำบัด โดยการหาอะไรทำ
จะได้มีการแทนที่อารมณ์ แต่อารมณ์ที่มาแทนที่ก็ต้องไม่ทำให้เราต้องเจ็บหนักกว่าเดิม
การทำกายภาพบำบัดก็เช่น ดูทีวี (ได้ฝึกภาษาด้วย) พิมพ์ mail (เป็นการแลกเปลี่ยนทัศนะ) คุยกับคนอื่นบ้าง (ตามธรรมชาติของมนุษย์)
หากทำกายภาพบำบัดแล้วยังไม่หาย ก็ต้องหายาคือ สวดมนต์ (บทไหนก็ได้ สวดไปเถอะ)
แค่นี้ก็น่าจะหายแล้ว
ถ้ายังไม่หายคราวนี้ก็ต้องใช้ยาแรงคือ ทำวิปัสสนา แต่ยาชนิดนี้ก็ต้องรู้วิธีกิน แต่สิ่งสำคัญเราต้องรู้เท่าทันอารมณ์ของเรา แล้วรีบกำจัดอารมณ์ดังกล่าวออกไป อย่าให้มาทำร้ายจิตใจเรานานเกินควร
ป.ล. mail ฉบับนี้ออกแนวธรรมะนิดหนึ่ง (พอดีจะกินยาก่อนนอน - สวดมนต์ก่อนนอนนั่นเอง)
2 พฤศจิกายน 2551 20:14:43