ลอยกระทง
จังหวัดร้อยเอ็ดจัดงานสมมาน้ำคืนเพ็งเส็งประทีปยิ่งใหญ่ครั้งที่ 10
ประทีปพระราชทานลงลอยในบึงพลาญชัย

-
นายพงษ์ศิริ กุสุมภื ผู้ว่าราชการจังหวัด
-
ร้อยเอ็ด เปิดเผยว่า เมืองร้อยเอ็ดน่าอยู่ผู้คนน่ารักฟูมฟักตำนานเมือง จัดงาน วันลอยกระทงหรือชาวร้อยเอ็ดให้ชื่องานว่า “สมมาน้ำคืนเพ็ง เส็งประทีป” ครั้งที่ 10 โดยความร่วมมือของ อบจ.ร้อยเอ็ด เทสบาลเมืองร้อยเอ็ด อบต.สถานศึกษา งานเริ่มวันที่ 11-12 พฤศจิกายน 51 ชมพิธีอัญเชิญประทีปพระราชทานลงลอยในบึงพลาญชัย การประกวดกระทงอนุรักษ์ธรรมชาติ การประกวดประทีปโคมไฟขนาดใหญ่ การประกวดสาวงามธิดาสาเกตนคร 30 สาวงาม ขบวนแห่จาก 11 หัวเมือง

-
นายพงษ์ศิริ กุสุมภ์ ผวจ.ร้อยเอ็ด กล่าวว่า การลอยกระทงในเมืองไทย มีมาตั้งแต่ครั้งสุโขทัย เรียกว่า การลอยพระประทีป หรือ ลอยโคม เป็นงานนักขัตฤกษ์รื่นเริงของประชาชนทั่วไป ต่อมานางนพมาศหรือท้าวศรีจุฬาลักษณ์สนมเอกของพระร่วง ได้คิดประดิษฐ์ดัดแปลงเป็นรูปกระทงดอกบัวแทนการลอยโคม การลอยกระทงหรือลอยโคมในสมัยนางนพมาศ กระทำเพื่อเป็นการสักการะรอยพระพุทธบาทที่แม่น้ำนัมมทานที ซึ่งเป็นแม่น้ำสายหนึ่งอยู่ในแคว้นทักขิณาบถของประเทศอินเดีย ปัจจุบันเรียกว่า แม่น้ำเนรพุททา

-
ผวจ.ร้อยเอ็ด ยังกล่าวอีกว่า การลอยกระทงเพื่อเป็นการบูชารอยพระพุทธบาทของพระพุทธเจ้า ที่ไปปรากฏอยู่ริมฝั่งแม่น้ำนัมมทานที มีความเป็นมาเกี่ยวข้องกับพุทธประวัติ คือ ครั้งหนึ่งพญานาคทูลอาราธนาพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ให้เสด็จไปแสดงธรรมโปรดในนาคพิภพ เมื่อพระองค์จะเสด็จกลับ พญานาคทูลขออนุสาวรีย์ไว้กราบไหว้บูชา พระพุทธองค์จึงทรงประดิษฐานรอบพระพุทธบาทไว้ที่หาดทราย ริมฝั่งแม่น้ำนัมมทานที เพื่อให้บรรดานาคทั้งหลายได้สักการะ บูชาการลอยกระทงที่มีความเป็นมาเกี่ยวข้องกับพุทธประวัติ ยังมีอีก 2 เรื่อง คือ 1. การลอยกระทงเพื่อบูชาพระจุฬามณีบนสวรรค์ และ2. การลอยกระทงเพื่อต้อนรับพระพุทธองค์ในวันที่เสด็จกลับจากเทวโลก

-
อีกตำนานกล่าวไว้ว่า เมื่อครั้งที่เจ้าชายสิทธัตถะ เสด็จออกจากพระนครกบิลพัสดุ์ในเวลากลางคืนด้วยม้ากัณฐกะ พร้อมนายฉันทะมหาดเล็กผู้ตามเสด็จ ครั้นรุ่งอรุณก็ถึงฝั่งแม่น้ำอโนมานที เจ้าชายทรงขับม้ากัณฐกะกระโจนข้ามแม่น้ำไปโดยสวัสดี เมื่อทรงทราบว่าพ้นเขตกรุงกบิลพัสดุ์แล้ว เจ้าชายสิทธัตถะจึงเสด็จลงประทับเหนือหา ทรายขาวสะอาด ตรัสให้นายฉันทะนำเครื่องประดับและม้ากัณฐกะกลับพระนคร ทรงตั้งพระทัยปรารภจะบรรพชา โดยเปล่งวาจา "สาธุ โข ปพฺพชฺชา" แล้ว จึงทรงจับพระเมาลีด้วยพระหัตถ์ซ้าย พระหัตถ์ขวาทรงพระขรรค์ตัดพระเมาลี แล้วโยนขึ้นไปบนอากาศ พระอินทร์ได้นำผอบทองมารองรับพระเมาลีไว้ และนำไปบรรจุยังพระจุฬามณีเจดียสถานในเทวโลกพระจุฬามณีตามปกติมีเทวดาเหาะมาบูชาเป็นประจำแม้พระศรีอริยเมตไตรยเทวโพธิสัตว์ซึ่งในอนาคต จะมาจุติบนโลกและตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้าพระองค์หนึ่งก็ยังเสด็จมาไหว้ การลอยกระทงเพื่อบูชาพระจุฬามณี จึงถือเป็นการไหว้บูชาพระศรีอริยไตรยด้วย

-
นายพงษ์ศิริ กุสุมภ์ กล่าวต่อไปอีกว่า การจัดงานครั้งนี้ความร่วมมือกับนายมังกร ยนต์ตระกูล นายก อบจ.ร้อยเอ็ด นายบรรจง โฆษิต จีระนันท์ นายกเทศมนตรีเมืองร้อยเอ็ด วันที่ 11 พฤศจิกายน 51 ชมการประกวดกระทงอนุรักษ์ธรรมชาติ ส่งเสริมการใช้วัสดุธรรมชาติ ที่ย่อยสลายง่ายตามธรรมชาติ เช่นต้นกล้วย ใบตอง ชมการประกวดสาวงาม “ธิดาสาเกต” นักร้องลูกทุ่ง โอ-เอ และแคท รัตกาล
-
วันที่ 12 พฤศจิกายน 51 เป็นวันงานที่ยิ่งใหญ่ของชาวร้อยเอ็ด ใจกลางของภาคอีสาน ขบวนอันเชิญพระประทีปพระราชทาน ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 2 เมตร จากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ขบวนแห่ตำนานเมืองร้อยเอ็ด 11 หัวเมือง อาทิ เมืองเซียงเหียน ฟ้าแดด เซียงขวาง เซียงดี เมืองไพร เมืองคอง เมืองบัว เมืองเปลือย เมืองหงส์ เมืองทอง พร้อมการแสดงแสงสีเสียง รอบบึงพลาญชัย ประชาชนร่วมงานวันลอยกระทง อย่างงดงาม
-
การเปิดงานที่ยิ่งใหญ่ มีนายอนุรักษ์ จุรีมาศ อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม การประกวดประทีปโคมไฟ ขนาด 1.50 เมตร ชิงถ้วยพระราชทานจากสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา สยามบรมราชกุมารี ชมการจุดพลุดาวกระจายบนท้องฟ้า พลุสายธาร นักร้องลูกทุ่งดาวรุ่งลูกทุ่งไทยแลนด์ 11-12 พฤศจิกายน 51 ไปเที่ยวเมืองร้อยเอ็ด สนับสนุนปีการท่องเที่ยวร้อยเอ็ดด้วย
วัชรินทร์ เขจรวงศ์
208 ม.2 ต.เหนือเมือง อ.เมืองร้อยเอ็ด 45000
โทร.086-8502416/085-7567108
E-mail:[email protected]
ขอบคุณค่ะ ท่าน
มิเป็นไรครับ
คิดฮอดแม่ใหญ่ศรีหาเหตุ แต่ก่อนกลับบ้านเเจ้ง หมู่2 ต.ม่วงลาด อ.จังหาร จ.ร้อยเอ็ด สิได้ยินเสียงแม่ใหญ่สีหาเหตุจัดรายการวิทยุ
ทางคลื่่น สึนามิอุ้ย.........โทษที่ครับทางรายการอีสานส่งข่าว โดยแม่ใหญ่สีหาเหตุได้มาเว้ามาว่ามาจ่าจี่โจ่ยให้พวกเฮ้าได้สนุกสนานกันแต่ตอนนี้บ่มีแล้วเพราะว่าแม่ใหญ่สีหาเหตุ เราจากโลกนี้ไปแล้ว
และถ้าเข้ามาชมเว็บนี่กะมาทักทายกันเเน่เด้อครับ จาก กำพล
ขอให้ดวงวิญญาณ แม่ใหญ่สี หาเหตุ หรือคุณสุธรรม แดนลำปาว สู่สัมปราญภพจากพี่วัชรินทร์